ข่าว

'บิ๊กอ๊อด'ยันประสานพท.-กองทัพได้

'บิ๊กอ๊อด'ยันประสานพท.-กองทัพได้

10 ส.ค. 2554

"ยุทธศักดิ์" เตรียมเข้ากระทรวง-สัปดาห์หน้าเตรียมลง 3 จชต. ยันไม่หนักใจประสานความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับพรรคเพื่อไทย พร้อมพบ "ป๋าเปรม" เพราะเป็นนาย

          (10 ส.ค.) พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดใจภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯให้มาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหมว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ อย่างหาที่สุดมิได้

          "ตนโชคดีคราวนี้เพราะด้วยความจงรักภักดี ระลึกถึงพระกรุณาธิคุณท่านให้ช่วยตนตลอดเวลาพร้อมจะถวายชีวิตให้ตลอด โดยจะเข้าทำงาน ในเช้าวันที่ 16 ส.ค. นี้  และเตรียมนัด ผบ.เหล่าทัพด้วย" พล.อ.ยุทธศักดิ์ 

          สำหรับในช่วงเช้าจะกราบไว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง ซึ่งจะเดินทางเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก่อนกลับเข้ามาที่กระทรวงกลาโหม เพื่อชี้แจงสรุปสั้นๆ และจะพูดคุยกับผบ.เหล่าทัพ เพื่อให้ผบ.เหล่าทัพมั่นใจในการทำงาน และร่วมกันทำงานตามภารกิจของกระทรวงกลาโหมในการดูแลสถาบันพระมหากษัตริย์ ดูแลด้านความมั่นคง และการพัฒนาหน่วย

          พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ ตนจะเริ่มทำงาน ก่อนจะมีการประชุมสภากลาโหม ตนจะขอความกรุณาจากผบ.ทบ.ว่า สัปดาห์หน้าจะลงไปเยี่ยมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เป็นการส่วนตัวก่อน จากนั้นจะไปที่กองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อดูสถานการณ์ และนำข้อมูลมาคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ หลังที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพราะความเร่งด่วนลำดับแรก คือ การแก้ไขปัญหาชายแดน หากมีเวลาจะไปเยี่ยมกองทัพภาคที่ 3 เพื่อตรวจเยี่ยมอุทกภัยน้ำท่วม

          ส่วนนโยบายที่จะให้ในที่ประชุมสภากลาโหม คือ นโยบายเดียวกับทั้งพรรคและรัฐบาลที่จะนำไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

          พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของสำนักงานรมว.กลาโหม ตนยังไม่เลือกบุคคลใดมาเป็นเลขานุการ หรือที่ปรึกษา แต่อยากได้เลขานุการรมว.กลาโหมที่มีลักษณะอย่าง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และน.ต. ศิธา ธิวารี เพราะสามารถติดต่อกับส.ส.ในพรรคได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร แต่สามารถพูดคุยกับผบ.เหล่าทัพได้ และเป็นคนที่กว้างขวางพอที่กองทัพจะยอมรับ ถ้าใครเหมาะสมพร้อมสมัครมา ตนก็พร้อมจะเรียนนายกฯ

          ส่วน พล.อ.อ. สุเมธ โพธิ์มณี สมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้นก็สามารถเป็นได้ เพราะท่านรู้จักส.ส.มาก แต่ท่านอาจจะไม่เป็นเลขาฯตน เพราะจากขีดความสามารถท่านต้องเป็นสูงกว่านั้น แต่หากพร้อมมาเป็นก็ไม่มีปัญหา เชื่อว่า อีก 2-3 วันคงจะหาตัวเลขาฯได้

          ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับเปลี่ยนโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพพล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่มีการโยกย้ายผบ.เหล่าทัพที่เป็นอยู่ การปรับย้ายคราวนี้ต้องเปลี่ยน 3 ผู้นำหลักทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารเรือ การที่ใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำได้ต้องคุยกันทุกคน และมีความเห็นชอบ รวมถึงคนที่ขึ้นมาต้องทำงานร่วมกันได้ คิดว่า ตนไม่มีความรู้สึกกินแหนงแคลงใจกับน้องๆ เลยสักคน น้องที่เข้ามาอยู่ในกองทัพอย่าง ผบ.สส.สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ตนก็เคยไปรับทราบสถานการณ์จากท่านตลอด ถือว่า ใกล้ชิดกันมาก ส่วนผบ.ทบ.ก็เริ่มรู้จัก และใกล้ชิดกับท่านตั้งแต่ท่านเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) ซึ่งเรารู้จักกันดี ไม่มีปัญหาอะไร

           “การปรับย้ายนายทหารขอให้สบายใจได้ ซึ่งตนจะคุยกับผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพว่า เขาคิดอย่างไร ปรับอย่างไร และเมื่อปรับแล้วผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับกองทัพอย่างไร เมื่อทุกอย่างลงตัว และทุกอย่างเกิดผลประโยชน์ต่อส่วนร่วมก็โอเค จึงจะร่วมประชุมและเสนอขึ้นมา ซึ่งง่ายกว่าที่จะมานั่งโหวตกัน

          ทั้งนี้อย่าไประแวงตามข่าวลือ ข่าวปล่อยเกี่ยวกับการโยกย้าย ตอนนี้ยังไม่มี การพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้ต้องโปร่งใสเป็นธรรม และด้วยความเห็นชอบของทุกฝ่าย  ผมจะไม่เข้าไปเลือกคนที่จะเป็นผบ.เหล่าทัพ แน่นอน แต่จะเป็นลักษณะคุยกับ ผบ.เหล่าทัพว่าที่เสนอคนนี้เพราะอะไร เลือกคนนี้เพราะอะไร แล้วทำไมไม่เลือกคนนี้ทั้งที่อาวุโสสูงกว่าคิดว่าไม่มีปัญหาวุ่นวาย เพราะเคยเป็นปลัดกลาโหมมาแล้วรู้ปัญหาพวกนี้ดี" พล.อ. ยุทธศักดิ์กล่าว

          พล.อ.ยุทธศักดิ์ยังระบุอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้ฝากอะไร ท่านพูดแล้วว่า อยากให้ดูงานด้านปรองดองเป็นหลัก ทั้งนี้ในวันที่ 10 ส.ค. ระหว่างเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ ฯ คงได้พบกับ ผบ.เหล่าทัพ จากนั้นก็จะนัดคุยกัน นัดกินข้าวแบบเป็นกันเอง ถ้าน้องๆ ไม่มากินกับตน ตนปขอก๋วยเตี๋ยวกินที่ บก.ทบ.สักชามได้ ไม่ยาก

          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ความเป็นธรรมอย่างไรเพราะที่ผ่านมามีการแบ่งขั้ว บูรพาพยัคฆ์ และ วงศ์เทวัญ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องบอกเขาว่าตอนนี้ไม่ได้ เมื่อเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ต้องเห็นทุกคนเป็นลูกน้อง ผบ.เหล่าทัพหมด ไม่อย่างนั้นจะเกิดทหารแตงโมเพิ่มขึ้นอีก เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายผบ.เหล่าทัพ ตามกระแสข่าวที่ออกมา เพราะตนยึดหลักว่าเข้ามาทำงานใหม่ ต้องมีเพื่อน และ พวกก่อน มาแล้วสร้างศัตรูไม่ใช่นักบริหาร

          เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ. อำนวย ถิระชุณหะ ตท.10 ในพรรคเพื่อไทยออกมาต่อต้านหลังได้รับมอบหมายให้เป็นรมว.กลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ต้องรู้ประวัติคนที่ด่าตนว่า เป็นอย่างไร ตท.10 หลายคนก็โทรศัพท์มาหา บอกว่า เขาไม่ได้ยุ่งด้วย บอกว่าเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยได้เรื่อง พล.อ. พิรุณ แผ้วพลสง รองผบ.สส. ก็โทรศัพท์มาถาม ตนไม่รู้ว่า คนพูดเป็นอะไร ไปด่าท่านประธานองคมนตรีทำไม มาหาว่า ตนเป็น รมว.กลาโหมแล้วอำมาตย์จะมีพลังมากยิ่งขึ้น มาพูดอย่างนี้ได้อย่างไร และ ตนต้องไปพบพล.อ. เปรม ติณสูลานนทื เป็นคนแรก อยู่แล้ว ท่านเป็นนายจะไม่พบได้อย่างไร

          "ผมไปกราบท่านเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อได้ตำแหน่งนี้ ก็ต้องไปกราบท่านในฐานะที่ท่านเป็นผุ้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพนับถือ และเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาสูงสุดของผมด้วย"พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามถึง เมื่อถามถึงแนวทางการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์กองทัพมีแผนทั้งระยะยาวและระยะสั้นอยู่ ตนคงไม่ไปตัดงบประมาณหรือไปปรับแผนของเขาโดยเด็ดขาด จะให้เป็นไปตามที่เขาเสนอไว้แล้ว

          ส่วนที่จะขอใหม่เพิ่มเติม เราต้องดูแผนยุทธการของเขาว่า แผนการพัฒนากองทัพอยู่ในแผนหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ งบประมาณมีหรือไม่ เราคุยกันได้ไม่มีปัญหา ตนเห็นด้วยว่ากองทัพควรมียุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยและครบจำนวนกับความต้องการของกองทัพ ส่วนการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้น เราต้องนำมาดูก่อน

          ทั้งนี้ มีผู้ใหญ่กองทัพเรือมาคุยเกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องนี้ ซึ่งตนต้องดูว่า การจัดหาเป็นอย่างไร จัดหาอาวุธจากประเทศไหน เหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่ และมีแผนการจัดอย่างไร
 เมื่อถามว่า จะเป็นกาวใจผสานรอยร้าวระหว่างกองทัพกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ต่อไปถ้ามีอะไร เราต้องคุยกัน ตนจะเป็นตัวแทนกองทัพว่า กองทัพหรือพรรคเพื่อไทยทำอะไรที่กระทบกระเทือนต่อกันหรือไม่ การพูดกันไปมา ต่อไปจะไม่มีการพูดกันให้แคลงใจกันอีก ระหว่างที่หาเสียงบางคนที่พูดกระทบกระเทียบกองทัพ ตนก็ขอร้องว่า อย่าพูดเลย เพราะกระทบกระเทือนใจ และไม่ส่งผลประโยชน์อะไร ซึ่งเขาก็เข้าใจ เชื่อว่า ต่อไปความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับพรรคเพื่อไทยคงดีขึ้น ทั้งนี้ยังไม่รู้สึกว่า ใครเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน ทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีกับตนหมด

          "จะไม่ให้ออกมาเกิดภาพว่า เป็นกองทัพของพรรคใดพรรคหนึ่งแล้วถ้าพรรคเพื่อไทยเข้ามาอีก ไม่อยากให้กองทัพมาทำอะไร แต่จะต้องทำให้กองทัพและพรรคการเมืองแข็งแรง เพื่อให้แข็งแรงทั้งคู่จึงจะอยู่ด้วยกันได้ ถ้าพรรคอ่อนแอเมื่อไหร่ก็จะอาศัยกองทัพ ต้องไม่เอากองทัพไปเป็นที่พักอาศัยของพรรคการเมือง ในสมัยที่ผ่านช่วงรัฐบาลประชาธิปัตย์ เกิดจากการเมืองอ่อนแอเลยต้องมาอิงกองทัพ ถ้าการเมืองและกองทัพแข็งแรงก็ไปด้วยกัน "พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะทำอย่างไรจึงจะแก้ข้อกล่าวหาว่า พรรคเพื่อไทยไม่จงรักภักดีได้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มดีขึ้น และผู้ใหญ่ระดับสูงในพรรคเริ่มมีความคิดที่จะทำทุกอย่าง เพื่อสนองพระเดชพระคุณ และเทิดทูนสถาบัน เพราะสถาบันเป็นศูนย์รวมใจของคนไทย

          เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ทหารจะไม่มีการปฏิวัติ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี มั่นใจว่า ทหารยุคนี้ไม่ทำ และถ้าตนได้ข่าวว่า จะมีการปฏิวัติ ตนจะเดินไปไหว้ และถามว่า ไม่พอใจอะไรรัฐบาล สามารถคุยกันได้