ข่าว

'ปู'ปัดตอบครม.หน้าตาขี้เหร่

'ปู'ปัดตอบครม.หน้าตาขี้เหร่

10 ส.ค. 2554

“ยิ่งลักษณ์” ปัดตอบ ครม. หน้าตา ขี้เหร่ กว่า “นายกฯ” ระบุ ขอโอกาสทำงานก่อน 6 เดือนค่อยประเมินผล เผย หลังถวายสัตย์ฯ 15 วัน จะแถลงนโยบายต่อสภาฯ เชื่อ “ดร.ปึ้ง” เหมาะนั่งเก้าอี้ รมว.กต. เชื่อประสบการณ์ด้านการค้า มั่นใจ “กิตติรัตน์-ธีระชัย” ขับเคลื่อนเศรษฐกิ

          เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังจากโปรดเกล้าฯเป็นที่เรียบร้อยพร้อมทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่า วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของ ครม.ใหม่ ซึ่งครม.ใหม่นี้จากที่เราได้หารือกันมานั้น ก็พยายามที่จะพิจารณาอย่างดี เพราะความจริงแล้ว รายชื่อ ครม.ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน หากถามว่าองคาพยพทั้งหมดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และภาพรวมของประเทศไทยนั้น ส่วนนี้ถือว่าเป็นส่วนของฝ่ายบริหาร อีกทั้งยังมีการขับเคลื่อนในสภาฯ รวมถึงส่วนของที่ปรึกษาในด้านต่างๆอีกด้วย ซึ่งตรงนี้คือองค์ประกอบทั้งหมดในการขับเคลื่อนนโยบาย
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าหน้าตา ครม.ขี้เหร่กว่าหน้าตาของนายกรัฐมนตรี มองอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงเหรอ ตนอยากขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาส ครม.ชุดนี้ด้วย เชื่อว่าทุกคนที่ได้รับเลือกมีความตั้งใจที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน พร้อมทั้งต้องการที่จะขับเคลื่อนนโยบายไปพร้อมกันด้วย
 
          ต่อข้อถามว่า การวางตัวรัฐมนตรีแต่ละตำแหน่งนั้นมีความเหมาะสมกับเนื้องานหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ใช่ หมายความว่าเราได้พิจารณาอย่างเต็มที่จะดีกว่า เพราะแท้จริงแล้วมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถหลายคนด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องมองจากปัจจัยหลายด้านด้วยกัน เมื่อถามว่า โฉมหน้าครม.ชุดนี้ตั้งใจที่จะบริหารการเมืองมากกว่าบริหารประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอโอกาสให้ ครม. และฝ่ายบริหารได้เริ่มทำงานบ้างจะดีกว่า อยากขอให้โอกาสบ้าง ขอให้ดูในองคาพยพรวมจะดีกว่า
 
          เมื่อถามว่า มีเหตุผลใดที่เลือกนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล มาดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า นายสุรพงษ์ เคยมีประสบการณ์จากการเป็น ส.ส.หลายสมัย อีกทั้งยังเคยทำงานในคณะกรรมาธิการในด้านต่างๆ  และยังมีประสบการณ์ที่ทำบริษัทเอกชน จึงต้องมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศด้วย เชื่อว่าตรงนี้เองจะเป็นส่วนสำคัญ เพราะต้องมีความเข้าใจในด้านการค้าด้วย ส่วนทางด้านของการทูตนั้น เชื่อว่าข้าราชการกระทรวงต่างประเทศจะมีส่วนช่วยเหลืออยู่แล้ว
 
          เมื่อถามว่า ให้โอกาส ครม.ชุดนี้ทำงานกี่เดือน ก่อนที่จะมีการประเมินผลการทำงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างน้อยต้องผ่านไปประมาณ 6 เดือน เพราะการทำงานบริหารประเทศเป็นเรื่องที่ใหญ่ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ พร้อมทั้งในด้านนโยบายด้วย ซึ่งวันนี้ (10 ส.ค.) หาก ครม.ได้ถวายสัตย์ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้วคงจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันในการแถลงนโยบายจึงจะเริ่มทำงานได้ ส่วนจะเป็นวันที่เท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ คงจะแจ้งให้ทราบภายหลัง เพราะยังมีเวลาในการพิจารณาอีกหลายวัน
 
          ส่วนกรณีที่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมมีความเป็นห่วงด้านเศรษฐกิจ หากให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง จะเน้นเศรษฐกิจในด้านตลาดทุนมากกว่านั้น มองเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ทางด้านเศรษฐกิจผู้ที่ดูแลรับผิดชอบคือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ โดยจะเข้ามาดูในภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งในอนาคตคงจะมีที่ปรึกษาเพิ่มเติม เพราะเราไม่ได้มองในด้านของตลาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่มองในภาคอุตสาหกรรมด้วย ส่วนนายกิตติรัตน์ ก็มาจากตลาดทุนซึ่งเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนเท่านั้น และการขับเคลื่อนก็ไม่ได้ทำงานแต่เพียงผู้เดียว แต่ต้องมีผู้ที่มีความรู้หลายด้าน เชื่อว่าในอนาคตเราจะมีการเชิญผู้ที่มีความรู้ทุกด้านมาร่วมทำงานด้วย
 
          เมื่อถามว่า คิดว่าบุคลากรทางเศรษฐกิจที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีศักยภาพไม่พอหรือไม่ จึงต้องดึงที่ปรึกษาภายนอกมาช่วยขับเคลื่อนด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะท่านก็ศึกษามาเยอะ ไม่ได้บอกว่าทำสายตลาดทุนอย่างเดียว แต่สายตลาดทุนก็ต้องมีความเข้าใจในทุกแขนงด้วย อีกทั้งยังมีความเข้าใจผ่านงานทางด้านตลาดทุนและดูแลในบริษัทเอกชน ก็น่าจะมีความเข้าใจในภาคอุตสาหกรรมด้วย
 
          เมื่อถามว่า ทำอย่างไรให้นโยบายการเงินการคลังมีความสอดคล้องกันและไม่ส่งผลกระทบกับเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องพิจารณาอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังต้องมีการหารือกับหลายๆ ฝ่ายด้วย

 

          "องอาจ" ชี้ ครม.ขี้เหร่ต่างตอบแทนคน 5 กลุ่ม

          เวลา 10.00 น.  วันที่ 10 ส.ค.54 นายสุเทพ เทือกสุบรรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางถึงอาคารรัฐสภา โดยนายสุเทพรีบเดินเข้าไปในอาคารรัฐสภาทันที โดยปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นถึงภาพลักษณ์คณะรัฐมนตรีชุดใหม่
 
          ทางด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงครม.ชุดใหม่ว่า “หน้าตาครม.ก็ไม่สวยเหมือนหน้าตานายกฯ” นอกจากนี้ไม่เหมือนกับที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พูดว่าเป็นการตั้งครม.โดยตัวเอง แต่เราเห็นว่าการตั้งครม.เป็นการตัดสินใจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่า อาทิ กรณีของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ไม่รับตำแหน่งแต่ก็โทรศัพท์บอกทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศด้วย
 
          นายองอาจ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าครม.ชุดนี้เป็นครม.ต่างตอบแทนให้กับคน 5 กลุ่ม 1.ตอบแทนสายตรงของนายใหญ่นายหญิงในพรรค 2.ตอบแทนข้าราชการเก่าที่มีสายสัมพันธ์อุปถัมภ์ค้ำชูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 3.ตอบแทนกลุ่มก๊วนต่างๆ ในพรรค 4.ตอบแทนคนที่เคยมีส่วนปกป้องช่วยเหลือกรณีปัญหาของหุ้นของตระกูลชินวัตร และ 5.ตอบแทนเพื่อนร่วมรุ่นพ.ต.ท.ทักษิณ ชัดเจนมากตั้งแต่เลขานายกฯ นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช ที่เรียนมาด้วยกันกับพ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศ เมื่อคุณทักษิณเจอหหน้านายบัณฑูรย์ก็จะเรียกไอ้ฑูรเลย นอกนั้นรมต.คนอื่นก็ยังมีหลายคน
 
          ส่วนที่นายสุรพงษ์ โตวิจักณ์ชัยกุล เป็นรมว.ต่างประเทศโดยที่เจ้าตัวยอมรับว่าไม่รู้ตัวมาก่อน นายองอาจ กล่าวว่า ตนก็เหมือนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศที่มึนงงเล็กน้อย เพราะตัวนายสุรพงษ์ก็ยอมรับว่าไม่รู้ตัวมาก่อน เพราะตั้งใจไปเป็นรมช.คลัง ตนว่าเป็นปัญหาการทำงาน ถ้าไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่ต้นการทำงานจะมีปัญหามาก ทั้งนี้ฝ่ายค้านจะติดตามการทำงานก่อนว่าจะมีปัญหาหรือไม่ รวมทั้งรัฐบาลใหม่จะทำงานได้นานเท่าไรต้องให้โอกาสว่าจะมีผลงานมากน้อยหรือไม่ แม้หน้าตาครม.จะค่อนข้างขี้เหร่ก็ตาม

 

 "จุรินทร์" อัดครม.ใหม่ไม่สมราคาคุย

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงโฉมหน้าครม.ชุดใหม่ว่า ภาพรวมเป็นครม.ที่ไม่สมราคาคุย ตามที่เคยมีการโฆษณา ไว้ตั้งแต่ต้นที่จะเลือกคนที่เหมาะสมและเหมาะกับงาน แต่มีหลายคนที่พอประกาศชื่อออกมาต่างเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกระทรวงการต่างประเทศที่มีที่มา ที่สุดแล้วดูจะเป็นเรื่องของการเตรียมการไว้สำหรับปฏิบัติการโดยคำสั่งพิเศษ เพื่อประโยชน์ อะไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

          "เร็วเกินไปที่จะตอบว่าจะทำให้รัฐบาลไปไวหรือไม่ ส่วนทีมเศรษฐกิจนั้นไม่ได้คนที่ตั้งใจอยากจะได้ ที่สุดเลือกคนเท่าที่มี ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้ตอบคำถาม ว่าทำไมถึงเลือกคนนั้นคนนี้มาเป็นรัฐมนตรี เพราะมีคนเป็นจำนวนมากที่หวังไว้กับครม.ชุดใหม่" นายจุรินทร์ กล่าว

 

"กรณ์" งง "พท." เมิน "สุชาติ -โอฬาร"คุมคลัง

          นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการจัดคณะรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะในส่วนของนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ซึ่งถูกดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คลัง และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ว่า เป็นความพยายามเชิญชวนคนจากนอกพรรคมาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น 

          เนื่องจาก ตนมีความเชื่อมาตลอดว่าผู้ที่อาสามาเป็นผู้แทน และผ่านการทำหน้าที่ขอคะแนนสนับสนุนจากประชาชนนั้นจะมีคุณสมบัติทำงานและตอบโจทย์พี่น้องประชาชนได้ดีกว่าผู้ที่ไม่เคยต้องไปตอบคำถามกับประชาชนเลย

          ดังนั้น ในฐานะผู้แทนราษฎร์คนหนึ่งจึงรู้สึกผิดหวัง ถึงการเอาคนนอกพรรคเพื่อไทยเข้ามาในหลายตำแหน่งทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงสนับสนุนเสียงข้างมาก มีส.ส.มากกว่าครึ่ง แต่เหตุใดจึงไม่สามารรถหาบุคลากรที่ประชาชนเลือกมามาปฏิบัติหน้าที่สำคัญๆได้

          นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวบุคคลที่เข้ามารับตำแหน่ง ทั้งนายธีระชัยหรือนายกิตติรัตน์นั้น ถือเป็นผู้มีประสบการณ์สูงในตลาดทุนทั้งคู่ จึงดูเหมือนว่ามีนัยยะของความพยายามที่จะส่งเสริมตลาดทุน ซึ่งในประเด็นนี้ตนเห็นด้วยอยู่แล้ว และอยากที่จะฝากว่าแผนที่จะพัฒนาตลาดทุนที่กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพตลอดช่วง 2ปีที่ผ่านมานั้น เป็นแผนที่ทำขึ้นมาร่วมกันกับ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์

          ทั้งนี้ ตยจึงขอให้ทั้ง 2 ท่าน สานต่องานที่ทำไว้ อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง 2 รายที่ว่ามานี้ในอดีตมีความพยายามจะปฏิเสธข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการกระทำผิด ในเรื่องที่เกี่ยวกับการขายหุ้นของครอบครัวชินวัตร ตั้งแต่ปี 49 จึงทำให้เป็นคำถามในสายตาสาธารณะชนว่า ทั้งหมดนี้คือการตอบแทนกันหรือไม่ รวมถึงทั้ง 2 มีแนวคิดอย่างไรต่อเรื่องเศรษฐกิจ และจะช่วยแห้ปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้านอย่างไร จะนำเงินมาจากไหนมาใช้ในนโยบายขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้ เพราะไม่เคยเป็นที่ประจักษ์มาก่อน เนื่องจากในช่วงหาเสียงพรรคเพื่อไทยได้ให้นายโอฬาร ไชยประวัติ และนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช แสดงวิสัยทัศน์มาตลอด

 

 "ปู่จิ้น" เชื่อผู้หญิงเป็นนายกฯได้เปรียบชาย 

          นายชวรัตน์ ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและอดีตรมว.มหาดไทย กล่าวว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทยคนใหม่นั้นก็ดี แต่อยากให้ดูในสิ่งที่รัฐมนตรีคนเก่าทำไว้ อะไรที่เห็นว่าดีให้ดำเนินการต่อ ซึ่งการที่เคยเป็นข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมาก่อนจะช่วยงานได้เพราะมีความชำนาญในเรื่องกรมกองต่างๆ ดีกว่าได้คนที่ไม่เคยทำงานมาก่อนแล้วต้องมาทำใหม่เริ่มใหม่ กระทรวงมหาดไทยมีเรื่องให้ทำเยอะ

          เมื่อถามว่า หน้าตาครม. สวยสู้นายกฯได้หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไปอ่าน นสพ.ไทยรัฐดู ว่าเขาเขียนว่าอย่างไร ที่เขาบอกว่าสวยไม่สู้เท่านายกฯ ส่วนความหวังน่าจะฝากไว้ได้ และกับความเป็นผู้หญิงของนายกรัฐมนตรี จะทำให้การทำงานราบรื่นหรือไม่นั้นก็ ไม่น่ามีปัญหา และยังมองว่าน่าจะดีกว่าผู้ชายเสียด้วยซ้ำ มีข้อได้เปรียบมากกว่าผู้ชายอีก เพราะผู้หญิงมีความอ่อนโยน อ่อนหวาน มักจะให้อภัยหากมีอะไรผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าเป็นผู้ชายจะไม่ยอม

 

แดงเชียงใหม่ปลื้ม "ดร.ปึ้ง-วอลเปเปอร์" ซิวรัฐมนตรี

          นางสาวกัญญาภัคร มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวถึงรัฐมนตรีใหม่ที่มาจาก ส.ส .ภาคเหนือ  ทั้งนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ , นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว .ศึกษาธิการ และ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากเพราะทุกคนมีความรู้ ความสามารถและไม่มีรอยด่างพร้อยใด ๆ ซึ่งหลังจากนี้ไปไม่เพียงแต่คนเสื้อแดงเท่านั้น แต่ประชาชนทั้งประเทศได้ฝากความหวังให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อประเทศชาติ สิ่งที่ต้องการให้ทำเป็นอันดับแรก คือยังไม่ต้องกลับมาดูแลคนเชียงใหม่เพราะจะถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ แต่ขอให้ไปดูแลผู้ประสบภัยน้ำ ท่วมที่กำลังเดือดร้อนหลายจังหวัด 

          ส่วนกระแสคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีทั้งที่ ต่อสู้เคียงข้างพรรคเพื่อไทยมาหลายปี นางสาวกัญญาภัคร กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองของคนเสื้อแดงไม่ได้มาตามคำสั่งแต่มาจากความรู้สึกของตัวเอง จึงไม่จำเป็นต้องมีรางวัลตอบแทน

          ทั้งนี้ ส่วนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กำลังรณรงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองในตอนนี้ยัง ไม่มีอะไรเพราะคนเสื้อแดงได้สิ่งที่ต้องการแล้วคือประชาธิปไตยและผู้แทนราษฏรที่เข้าไปทำหน้าที่ในสภา 

          อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้ากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะหารือเพื่อเตรียมงานต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 

“ชูวิทย์” เปรียบ "ครม.ปู" เหมือนบริษัทขาดทุนต้องตบแต่งบัญชี 

           นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวรายงชื่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า เหมือนจะดีแต่เมื่อพิจารณากันชัดๆแล้วก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น เพราะเมื่อเห็นหน้าตาของรัฐมนตรีบางคนแล้ว จะเห็นว่าไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่มีความเหมาะสมที่ไปกำกับดูแลกระทรวงหลักๆ เปรียบแล้วก็เหมือนบริษัท จำกัด ที่เคยทำธุรกิจขาดทุนแต่มีการทำตบแต่งจัดบัญชีใหม่ ให้ดูดี

           นอกจากนี้ การตั้งคนบางคนมาเพื่อดูแลกระทรวงบางกระทรวงเป็นการเอื้อความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ มานั่งว่าการในกระทรวงนี้ หากตนจะให้คะแนนก็ให้คะแนนต่ำสุดเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลย แต่เชื่อว่าได้รับตำแหน่งนี้เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเลือกคนที่ไว้วางใจที่สุดมานั่ง เพราะเอื้อต่อการดูแลผลประโยชน์ในต่างประเทศให้กับบางคน

           นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทยที่เลือกเอานายยงยุทธ วิชัยดิษฐ มาเป็นรัฐมนตรี และที่กระทรวงคมนาคมที่เอาพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต มาควบคุมดูแลเพราะทั้งสองกระทรวงนี้เต็มไปด้วยผลประโยชน์ จึงต้องส่งคนที่ไว้ใจได้ เพราะล้วนแล้วเป็นกระทรวงระดับทริปเปิ้ลเอ  รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ที่ส่งนายกิติรัตน์ ณ ระนอง ที่ภายนอกดูแล้วเสมือนคนกลางที่ไม่อยู่ฝ่ายไหน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วถือว่าเป็นคนที่สนิทชิดเชื้อกับนายหญิงแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นอย่างมาก

           ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่เครือข่ายของตระกูลชินวัตร จึงต้องเฉพาะเจาะจงเลือกคนเหล่านี้มาดูแลผลประโยชน์ในกระทรวงหลัก ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์

 

"ประชา" ส่งทีมงานดูห้องทำงานที่ ก.ยุติธรรม

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมความเรียบร้อยภายในสำนักงานรัฐมนตรีบริเวณ ชั้น 9 ของกระทรวงยุติธรรมที่ศูนย์ราชการ อาคารเอ หลังย้ายอุปกรณ์สำนักงานมาจากอาคารซอฟแวร์ปาร์คเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

           ทั้งนี้ สำนักงานรัฐมนตรีเป็นห้องทำงานใหม่ที่ยังไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใดใช้มาก่อน เนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม เลือกใช้ห้องทำงานที่ตึกซอฟแวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งนายถิรชัย วุฒิธรรม ว่าที่เลขานุการรมว.ยุติธรรม ได้เดินทางมาดูห้องทำงานรัฐมนตรีและห้องทำงานทีมที่ปรึกษาและเลขานุการ โดยมีนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้นำการเยี่ยมชม

           นายถิรชัย กล่าวว่า ตนได้รับทราบว่า จะได้เข้ามาเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงทุกนาที อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูห้องทำงานก็ใช้ได้ มีสภาพใหม่แกะกล่อง แต่ในห้องทำงานมีเสาค่อนข้างมาก โดยพล.ต.อ.ประชา จะอัญเชิญพระพุทธรูปประจำของตนเองมา สำหรับพล.ต.อ.ประชา จะเข้ามานั่งทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังมีการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 15 วันจากนี้

           ด้านปลัดกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงถึงพิธีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิในอาคารศูนย์ราชการ ว่า ตามปกติทุกหน่วยจะ สักการะท้าวมหาพรหม ที่อยู่บริเวณพื้นที่ศูนย์ราชการ จากนั้นจะมีพิธีสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวงยุติธรรม

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ทีมงานพล.ต.อ.ประชาเข้ามาดูห้องทำงาน นายคฑา ชินบัญชร หมอดูฮวงจุ้ยชื่อดัง นำอุปกรณ์การดูฮวงจุ้ย ประกอบด้วย เทียนขนาดใหญ่ 2 เล่ม กล่องใส่กระจกหกเหลี่ยม และตำรา เข้ามาที่ห้องทำงานรัฐมนตรี

           แต่เมื่อพบกับผู้สื่อข่าว นายคฑา ปฏิเสธว่าไม่ได้มาดูฮวงจุ้ยแต่มาแสดงความยินดีตามปกติ และรีบเดินทางออกจากห้องทำงานรัฐมนตรีทันที สำหรับการตกแต่งห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นและรูปประดับตกแต่งเก่าจากห้องทำงานรัฐมนตรีเดิมที่ตึกซอฟแวร์ฯ มาจัดวางที่ห้องใหม่ แต่การจัดแต่งยังไม่เสร็จเรียบร้อย