ข่าว

สปาเก็ตตี้ติดคอดับคาร้านอาหาร

สปาเก็ตตี้ติดคอดับคาร้านอาหาร

10 ส.ค. 2554

เฒ่าชาวฝรั่งเศส นั่งกินสปาเก็ตตี้ ในร้านอาหารกลางเมืองพัทยา เกร็งช๊อคดับคาร้านอาหาร เจ้าหน้าที่เร่งช่วยชีวิตนำส่งรพ.แต่ไม่ทัน แพทย์ตรวจพบสปาเก็ตตี้ติดอยู่ในหลอดอาหาร

          เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม ร.ต.อ.เฉลียว บุญคุ้ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก รพ.พัทยาเมโมเรียล ว่ามีชาวต่างชาติมาเสียชีวิตที่ รพ. หลังจากนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารจานไทย ซอยเฉลิมพระเกียรติ 19 พัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจไปตรวจสอบ

          ภายในห้องฉุกเฉินพบศพ นายโทมัส เบอร์นาร์ด (Thomas Bernard) อายุ 61 ปี สัญชาติฝรั่งเศส นอนอยู่ในสภาพเนื้อตัวเขียวคล้ำ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย โดยมีเพื่อนชาวต่างชาติยืนอยู่ใกล้ๆ ท่ามกลางความเศร้าสลดเสียใจ ซึ่งแพทย์ระบุว่าได้เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลแล้ว

          จากการสอบถามอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ พัทยา ซึ่งเป็นคนนำนายโทมัส ส่ง รพ.ทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านอาหารจานไทย ว่ามีลูกค้ามาทานอาหารแล้วเกิดติดคอช็อคหมดสติ จึงนำรถฉุกเฉินเดินทางไปตรวจสอบ ก่อนนำส่ง รพ.พัทยาเมโมเรียลที่อยู่ใกล้ที่สุด

          ต่อมาตำรวจไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าวพบว่าเป็นห้องแถวชั้นเดียว และเปิดเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์เบียร์ บริเวณโต๊ะด้านในพบมีจานสปาเก็ตตี้วางอยู่ 4 จาน แก้ว และขวดไวน์ยี่ห้อหนึ่ง ส่วนจานที่ผู้ตายรับประทานพบว่ายังมีเส้นสปาเก็ตตี้เหลืออยู่ครึ่งจาน

          สอบปากคำแคชเชียร์ของร้านให้การว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายเดินทางมารับประทานอาหารที่ร้านพร้อมกับครอบครัวรวม 4 คน โดยได้สั่งสปาเก็ตตี้และไวน์มารับประทานกัน แต่ระหว่างที่ทั้งหมดกำลังมีความสุขกับอาหารอยู่นั้น จู่ๆผู้ตายเกิดอาการชักเกร็งล้มตกจากเก้าอี้ ทางเจ้าของร้านซึ่งเป็นคนชาติเดียวกันจึงแจ้งให้หน่วยกู้ภัยฯ มาช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทันการณ์

          ร.ต.อ.เฉลียว กล่าวว่า จากการสอบถามแพทย์ รพ.พัทยาเมโมเรียล ยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิต แต่ในหลอดอาหารพบมีเส้นสปาเก็ตตี้อยู่ เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะรับประทานสปาเก็ตตี้เข้าไปจนเกิดติดคอเสียชีวิต หรือไม่ก็เกิดอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ตายเป็นชาวต่างประเทศ จึงได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง