ข่าว

คนตื่นแห่ซื้อทองราคาพุ่งไม่หยุด

คนตื่นแห่ซื้อทองราคาพุ่งไม่หยุด

10 ส.ค. 2554

คนแห่เข้าคิวซื้อทองคำ ดันราคาทองแท่งทะลุ 2.5 หมื่นบาท ปรับขึ้นอีก ร้านทองเผยสินค้าไม่พอความต้องการ แม่ทองสุกเตรียมนำเข้าทองแท่งเพิ่มอีกครึ่งตัน รับมองพลาดราคาพุ่งเร็ว-คนแห่ซื้อมากกว่าที่คิดไว้ ด้านต่างชาติเทกระจาดหุ้นไทยต่อ ดัชนีร่วงอีก 35 จุด

           ราคาทองคำยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยการเคลื่อนไหวในวันที่ 9 สิงหาคม 2554 มีความผันผวนอย่างมาก เมื่อเปิดการซื้อขายราคาได้พุ่งขึ้นมาถึง 600 บาท จากนั้นสมาคมค้าทองคำได้มีการประกาศปรับราคาตลอดทั้งวันรวม 19 ครั้ง รวมขึ้นไป 950 บาท ปิดตลาดราคาทองแท่งซื้อคืนอยู่ที่ 25,000 บาท ขายออกอยู่ที่ 25,100 บาท ส่วนทองรูปพรรณซื้อคืนอยู่ที่ 24,635 บาท และขายออกอยู่ที่ 25,500 บาท ซึ่งบรรยากาศการซื้อขายทองคำในร้านค้าย่านเยาวราชเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนมาเข้าคิวเพื่อรอซื้อทองคำจำนวนมาก

            นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก และกรรมการสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าว่า นักลงทุนในประเทศมีการแห่ซื้อทองคำเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ทองแท่งที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ บริษัทเตรียมจะนำเข้าทองแท่งเพิ่มขึ้นอีกประมาณครึ่งตัน ซึ่งความต้องการที่เพิ่มขึ้นทำให้ยอดขายทองแท่งของบริษัททะลุเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 2 แสนล้านบาท และถือว่าเร็วกว่าที่ประเมินไว้เท่าตัว จากเดิมที่คาดว่าจะถึงระดับดังกล่าวในสิ้นปี

            "ตอนนี้ถือเป็นยุคตื่นทอง นักลงทุนทั่วโลกหันมาลงทุนซื้อทองคำเก็บไว้แทนสินทรัพย์อย่างอื่นเพื่อความปลอดภัย ทำให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและเกินความคาดหมาย ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับเป้าราคาทองคำปีนี้ขึ้นเป็นระดับ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก และการจลาจลในประเทศอังกฤษ " นพ.กฤชรัตน์กล่าวและว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ แรงเทขายทำกำไร และครั้งนี้น่าจะปรับลงแรง เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยอ่อนตัว

            นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า นักลงทุนควรระมัดระวังการเข้าไปลงทุนในทองคำ เพราะเมื่อราคาปรับเพิ่มขึ้นมามาก ก็จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมา ซึ่งราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ภายในวันเดียว หากสามารถปรับขึ้นไปทำสถิติใหม่สูงสุดอีกครั้ง

            "ตอนนี้มีการประเมินราคาทองอาจจะขยับทำนิวไฮไปถึง 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และโดยส่วนตัวมองว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเชื่อว่าในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ไป ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐก็ยังไม่ได้น่าจะฟื้นตัวหรือกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติได้ คงต้องใช้เวลาและคาดว่าราคาทองน่าจะยังเป็นขาขึ้นต่อไป" รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทวายแอลจีกล่าวกล่าว

            ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 ยังมีแรงเทขายออกมาต่อเนื่อง โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 35.65 จุด มาอยู่ที่ 1,042.54 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 63,606.85 ล้านบาท เป็นการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ 8,995.11 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,713.63 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 9,952.46 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 756.28 ล้านบาท

            ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท.มั่นใจว่าตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแกร่งและรองรับกับเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวนเหล่านี้ได้ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยถือเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการประกาศแจ้งเตือนนักลงทุนให้มีความระมัดระวังกรณีที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลง 5% รวมทั้งการประกาศพักการซื้อขายชั่วคราวเวลา 30 นาที หากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลง 10%