ร้องสื่อลูกชายลักเงิน 20 ล้าน
ลูกชายปิดบัญชีเงินฝากประจำของแม่ ยอดเงิน 20 ล้านบาท ไปเปิดบัญชีใหม่ชื่อตัวเอง 2 บัญชี บัญชีละ 10 ล้านบาท แจ้งความแล้ว แต่คดีไม่คืบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2554 ได้รับการร้องเรียนจาก นางจิ้มลิ้ม แพรชะมัด อายุ 76 ปี และนายประเสริฐ แพรชมัด อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136/8 ม. 1 ต.นครชัยศรี จ.นครปฐม สองสามีภรรยา อาชีพขายของโชห่วย และของเก่าว่า ถูกธนาคารนครหลวงไทย สาขาตลาดท่านา (นครชัยศรี) ปิดบัญชีเงินฝากประจำยอดเงินจำนวน 20 ล้านบาท ของนางจิ้มลิ้ม ไปจากบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 026-3-08847-7 แล้วนำเงินไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 026-3-10048-3 และบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 026-3-10046-6 ให้กับนายสมชาติ แพรชมัด บุตรชาย บัญชีละ 10 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยที่นางจิ้มลิ้ม เจ้าของบัญชีไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด
จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา นางจิ้มลิ้มทราบเรื่อง จึงได้คาดคั้นสอบถาม นายสมชาติบุตรชายถึงเรื่องดังกล่าว นายสมชาติ จึงได้นำสมุดบัญชี 2 เล่มดังกล่าวมา ให้นางจิ้มลิ้มตรวจดู ปรากฏว่านายสมชาติ มีเงินฝากในบัญชีธนาคารนครหลวงไทย สาขาตลาดท่านา (นครชัยศรี) จำนวน 2 บัญชี ๆ ละ 10 ล้านบาทจริง
และต่อมานายประเสริฐ ผู้เป็นสามี ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากของ นายสมชาติทั้ง 2 บัญชี ไปขอตรวจสอบกับธนาคารนครหลวงไทย สาขาดังกล่าว ปรากฏว่าบัญชีดังกล่าว ถูกนำไปอยู่อีกสาขาหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าที่ไหน เนื่องจากทางธนาคาร ไม่ให้ข้อมูลแต่อย่างใด ซึ่งนางจิ้มลิ้มและนายประเสริฐเห็นว่าธนาคารนครหลวงไทย สาขาตลาดท่านา (นครชัยศรี) กระทำการผิด เนื่องจากทางธนาคารยังไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัญชีแต่อย่างใด ในการปิดบัญชีเงินสดของเจ้าของบัญชี แล้วนำไปเปิดบัญชีให้กับบุคคลอื่น
ซึ่งเบื้องต้นนางจิ้มลิ้มได้มอบอำนาจให้นายประเสริฐ ผู้เป็นสามีเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชาติ ผู้เป็นบุตรชายในข้อหาลักทรัพย์ ไว้แล้วที่สภ.นครชัยศรี แต่หลังจากนั้นมาคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า



