ข่าว

สานศิลป์อัตลักษณ์แห่งสยาม

สานศิลป์อัตลักษณ์แห่งสยาม

10 ส.ค. 2554

สานศิลป์อัตลักษณ์แห่งสยาม

          เป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองไทยมีศิลปวัฒนธรรมทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์มากมาย โดยเฉพาะงานหัตถกรรมที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและได้รับความชื่นชมจากคนทั่วโลก ทางศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. จึงตั้งใจจัดงาน “ศิลปาชีพรวมใจ อัตลักษณ์แห่งสยาม” เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งเป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในสายพระเนตรอันยาวไกล ในการสร้างประโยชน์แก่พสกนิกรผ่านโครงการศิลปาชีพ โดยจัดแถลงข่าวที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

          พิมพาพรรณ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เผยว่า งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ซึ่งหมายถึง ศิลปหัตถกรรมไทยที่สื่อถึงความเป็นตัวตนของชาติอันงดงามและมีเอกลักษณ์ เป็นการส่งเสริมและสร้างช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ของศิลปาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นการเชิดชูงานของครูช่าง ที่เป็นดั่งทรัพยากรหายากของศิลปหัตถกรรมไทย

          “มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ทั้งในส่วนของการออกร้านจากสมาชิกเครือข่ายของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และนิทรรศการ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ให้ความรู้ถึงประวัติความป็นมาของโครงการศิลปาชีพ และงานศิลปหัตถกรรมไทย นิทรรศการ “อัตลักษณ์แห่งสยาม” จัดแสดงนิทรรศการผลงานของครูช่างศิลป์ไทย พร้อมทั้งผลงานที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และนิทรรศการเกี่ยวกับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ที่จะทำให้รู้จักประวัติความเป็นมาและกิจกรรมต่างๆ ของทางศูนย์ฯ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้เผยแพร่สู่สายตาชาวต่างชาติ” ผอ.ศ.ศ.ป.แจกแจง

          ในงานแถลงข่าว ยังได้จัดแสดงตัวอย่างผลงานชิ้นเยี่ยมจากครูช่างศิลป์แห่งแผ่นดิน อาทิ ครูสมสมัย เขาเหิน ช่างทองจากสุโขทัย  ครูอุดม สมพร ผู้อนุรักษ์ผ้าจกไท-ยวน จากจังหวัดราชบุรี ครูวีระ มีเหมือน ผู้สืบสานการทำหนังใหญ่ จากจังหวัดอ่างทอง ครูโสภณ บัวชาติ ผู้สืบสานงานโขน จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งยังเป็นครูสอนงานหัตถกรรมที่ศูนย์ศิลปาชีพ ให้แก่ผู้ที่ด้อยโอกาสด้วย

          โดยครูโสภณ กล่าวว่า จากที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือลูกหลานเกษตรกรที่ด้อยโอกาส จึงทรงคิดค้นงานวิจัยเกี่ยวกับการผลิตหัวโขนมานานกว่า 2 ปี ซึ่งเป็นงานวิจัยที่นำพืชในโครงการพระราชดำริ ได้แก่ หญ้าแฝก ฟางข้าว ซังข้าวโฟด และผักตบชวา มาผลิตเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า และยังเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น จึงเชื่อมั่นว่าจะเกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส  ซึ่งลักษณะหัวโขนที่ทำจากพืชท้องถิ่นนั้น จะมีน้ำหนักเบา ระบายอากาศดี และไม่ก่อสารเกิดมะเร็ง แน่นอนว่าจะทำให้สวมใส่รู้สึกไม่ทรมาน เหมือนโลหะแบบเก่า

          ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “ศิลปาชีพรวมใจ อัตลักษณ์แห่งสยาม” ระหว่างวันที่ 16-21 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. บริเวณลานเซ็นทรัลคอร์ท และลานอีเดนชั้น 1 และชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์