ข่าว

ระเบิดเวลาลูกใหม่

ระเบิดเวลาลูกใหม่

26 เม.ย. 2552

แม้ว่า...เหตุการณ์ความไม่สงบจนถึงขั้นเกิด "จลาจล" เผาบ้าน-เผาเมือง จะจบลงไปแล้ว

 แต่เหตุการณ์บ้านเมืองที่คลี่คลายลงในขณะนี้ ก็ไม่ได้มีหลักประกันว่า จะจบลงด้วยดีแบบถาวร 

 เพราะยังมีอีกหลายปัจจัย ที่เอื้ออำนวยให้สถานการณ์ปะทุขึ้นมาได้อีกครั้ง

 ซึ่งตัวอย่างก็มีกันให้เห็นๆ เพราะทันทีที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง ในพื้นที่ กทม. ก็มีการเคลื่อนไหวของ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือ "คนเสื้อแดง" รุ่น 2 นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งย้ายสถานที่ชุมนุมจาก จ.สมุทรสาคร มาที่ท้องสนามหลวงทันที 

 และแกนนำ นปช.รุ่น 2 ยังประกาศว่า การรวมพลังของ "คนเสื้อแดง" ในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ และสานต่อภารกิจหลังจาก "เหตุการณ์ 13 เมษายน"  รวมทั้งกลุ่ม นปช. จะจัดเดินสายชุมนุมไปทั่วประเทศ โดยจะเริ่มในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.อุดรธานี และ จ.พัทลุง

  ซึ่งสอดคล้องกับข่าวทางลึกแต่ไม่ลับก่อนหน้านี้ ที่แว่วมาว่า "สมาชิกบ้านเลขที่ 111" บางคน รวมถึง "พลพรรคคนรักแม้ว" ที่ยังฝันใฝ่ว่า การเปลี่ยนแปลง "ขั้วอำนาจ" ยังไม่ไกลเกินเอื้อม

 และคนเหล่านี้จะออกมาเล่น "บทนำ" แทนแกนนำ นปช.รุ่นแรก อย่างวีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ ที่โดนรวบตัวและ "แกนนำ" อีกหลายคนที่หนีคดีไปแล้ว

 เช่นเดียวกับ "พรรคเพื่อไทย" แนวร่วม "กลุ่มเสื้อแดง" ที่ยังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

 อย่างการเปิดอภิปรายทั่วไปตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอไปยังประธานรัฐสภาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาหาทางออกให้แก่บ้านเมืองหลังเกิดเหตุจลาจล ก็ได้กลายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปโดยปริยาย โดยพรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตและเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาหรือลาออกไป

 ขณะที่ "ย่างก้าว" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศ ก็ยังต้องจับตามอง ชนิดห้ามกะพริบตา

 ซึ่งขณะนี้ทางการไทย ได้เริ่มเคลื่อนไหวในการติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณอย่างจริงจังมากขึ้น หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น "ผู้บัญชาการใหญ่" ในการปลุกระดม "คนเสื้อแดง" จนเกิดเหตุการณ์จลาจล 

 โดยตอนนี้ นอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณจะโดนหมายจับในคดีที่ดินรัชดาฯ โทษจำคุก 2 ปีแล้ว ยังโดนหมายจับตกเป็นผู้ต้องหายุยง ปลุกปั่น ให้เกิดการจลาจลในประเทศไทย เพิ่มขึ้นมาอีกใบด้วย

 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกรมสนธิสัญญาและกฎหมายไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน เพราะที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้เมืองดูไบของ "ยูเออี" เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการโจมตีประเทศไทย  

 และปรากฏว่าได้รับการตอบสนองจาก "ยูเออี" เป็นอย่างดี โดยเหลือเพียงการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างกันเท่านั้น และ "ยูเออี" ได้แจ้งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจาก "ยูเออี" เพราะเป็นบุคคลไม่ต้องประสงค์อีกต่อไป

 พ.ต.ท. ทักษิณ ตอนนี้ท่องอยู่ในทวีปแอฟริกา มีข่าวว่าจะไปลงทุนในประเทศไลบีเรีย จากนั้นเดินทางไปยังไอเวอรีโคสต์ และประเทศในแอฟริกาอื่นๆ

 ซึ่งตอนนี้ประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินทางไปพำนักชั่วคราวได้ ก็เหลือแต่เพียงประเทศในแอฟริกาและอเมริกากลาง รวมแล้วไม่เกิน 10-12 ประเทศเท่านั้น

  เนื่องจากขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอีกกว่า 100 ประเทศ ให้ช่วยติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดี   

 อีกทั้งก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถูกกระทรวงการต่างประเทศ เพิกถอนพาสปอร์ตทุกเล่ม เพื่อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศต่างๆ อีกด้วย

 แต่ถึงแม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกรัฐบาลไล่ล่าอย่างชนิด "สุดหล้า-ฟ้าเขียว" จนแทบจะไม่มีที่อยู่

 แต่ฟันธงได้เลยว่า...คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีทางยอมแพ้โดยง่ายแน่นอน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยลั่นวาจาไว้ว่า คนอย่างเขา "ตายเสียดีกว่ายอมแพ้"

 และล่าสุด "จักรภพ เพ็ญแข" มือขวา พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กำลังหลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ก็ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า จะใช้อาวุธเล่น "เกมใต้ดิน" กับรัฐบาลอย่างเข้มข้น

 และแม้ว่าหลายฝ่ายชื่นชม "อภิสิทธิ์" ที่พยายามคลี่คลายปัญหาด้วยการดึงเกม "นอกสภา" ให้เข้าสู่ "ในสภา"

 แต่ก็ยังไม่มีหลักประกันว่า นโยบายของ "อภิสิทธิ์" ที่จะนำไปสู่ "ความสมานฉันท์" ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จะสำเร็จหรือล้มเหลว

 "ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ จึงเป็น "ระเบิดเวลา" ที่ต้องรอลุ้นว่า "อภิสิทธิ์" จะเก็บกู้ได้สำเร็จหรือไม่"


*** โต๊ะข่าวการเมือง **