
'ชินณิชา'ขึ้นศาลสู้คดีปกปิดทรัพย์
"ชินณิชา" พร้อม "สมชาย" จูงมือขึ้นศาลเข้าฟังการพิจารณาคดีปกปิดทรัพย์สิน
(9 ส.ค.54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนายฐานันท์ วรรณโกวิท ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าของสำนวน คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2554 พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ตรวจพยานหลักฐาน คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ขอให้ศาลวินิจฉัย น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่ง และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
จากกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เมื่อ น.ส.ชินณิชา ยื่นแสดงรายการเงินกู้ยืมจาก นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำนวน 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ต. ค. 2551 ภายหลังจากที่ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หลังเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เชียงใหม่ มาแล้วเป็นเวลากว่า 8 เดือน
โดยวันนี้ น.ส.ชินณิชา เดินทางไปฟังการพิจารณาพร้อมกับนายสมชาย บิดา ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ในการต่อสู้คดีของ น.ส.ชินณิชา ได้นำส่งเอกสารพยานหลักฐาน พร้อมขอนำพยานบุคคลเข้าเบิกความประกอบ จำนวน 6 ปากขณะที่ ป.ป.ช. ได้แถลงขอนำพยานเข้าเบิกความเพียง 1 ปาก ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือกรรมการป.ป.ช.ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการทำสำนวนคดี ขณะที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ น.ส.ชินณิชา ให้การปฏิเสธไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกร้อง โดยระบุว่า หลังการปฏิวัติและมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) เพื่อสืบสวนคดีเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการอายัดทรัพย์จำนวนหนึ่งรวมของตนด้วย
ทั้งนี้ หลังเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. บัญชีทรัพย์สินดังกล่าวยังคงถูกอายัดไว้และไม่มีใครตอบได้ว่าเงินดังกล่าวยังเป็นของตนหรือไม่จนเวลาล่วงมา 3 ปี ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ถอนอายัดและคืนเงินดังกล่าวให้ ป.ป.ช.แล้วจึงมาดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าว
ดังนั้น เหตุที่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินในช่วงเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เพราะไม่สามารถแอบอ้างได้ว่า เงินที่อายัดไปเป็นของตนเป็นความบริสุทธิ์ใจไม่ใช่การปกปิด โดยเชื่อว่า คตส. เป็นองค์กรที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของตน การสอบสวนจึงไม่มีใจเป็นกลาง



