
'ขุนค้อน'วางกรอบเวลาประชุมแก้สภาล่ม
สมศักดิ์ วางกลยุทธ์แก้ไขประชุมสภาล่ม วางกรอบเวลาให้สมาชิกบริหารเอง ด้านรองประธานสภา เผยเตรียมแบ่งโควต้า ประธานกมธ. ให้พรรคเล็ก คาดพรรคใหญ่ถูกหั่นโควต้าไม่มีปัญหา
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนน์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการกำหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า เบื้องต้นตนสนับสนุนให้มีการวางกรอบเวลาการประชุมที่ชัดเจน เพื่อให้สมาชิกสภาฯ ได้บริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาประชุมสภาล่ม โดยตนอยากให้คงวันประชุมไว้ในวันพุธ และพฤหัสบดีเหมือนการประชุมสภาฯ ช่วงที่ผ่านมา และกำหนดเวลาประชุม คือ วันพุธ เริ่มประชุมในเวลา 11.00 น. และเลิกประชุมในเวลา 20.00 น.
สำหรับวันพฤหัสบดีนั้น เริ่มประชุมในเวลา 11.00 น. และเลิกประชุมในเวลา 18.00 น. นอกจากนั้นในช่วงของกระทู้สด และกระทู้ทั่วไป ที่ปกติจะมีในวันพฤหัสบดีนั้น อยากให้จำกัดเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้มีเวลาพิจารณาร่างกฎหมายที่สำคัญได้
นายสมศักดิ์ กล่าวถึงปัญหาของการตั้งกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ ที่พรรคได้จำนวนส.ส. 1-4 คน ต่อรองขอโควต้าประธานกมธ. 1 คณะ ว่า ต้องหารืออีกครั้งกันเพื่อความเหมาะสม ส่วนตัวมองว่าโควต้าประธานกมธ. นั้นควรยึดกับจำนวนของ ส.ส.ของแต่ละพรรคมากกว่าการนำมารวมกัน
ส่วนที่มีผู้เสนอให้แก้ไขข้อบังคับการประชุม เพื่อเปลี่ยนแปลงจำนวนคณะกมธ. นั้น ตนมองว่ายังไม่สมควรแก้ไข เพราะข้อบังคับการประชุมนั้นไม่มีส่วนใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ อีกทั้งข้อบังคับดังกล่าวเพิ่งบังคับใช้มาไม่นาน ดังนั้นควรจะคงจำนวนคณะกมธ.ไว้เท่าเดิม คือ 35 คณะ
"เจริญ"เตรียมหั่นโควต้าประธานกมธ.ให้พรรคเล็ก
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่1 กล่าวภายหลังการหารือถึงการแก้ปัญหาการแบ่งโควต้าประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภา หลังพรรคการเมืองขนาดเล็ก ได้แก่ พรรครักประเทศไทย พรรครักษ์สันติ และพรรคมาตุภูมิ รวมตัวต่อรองขอ 1 ประธาน กมธ. ว่า เรื่องดังกล่าวพรรคเล็กที่รวมตัวต้องหารือและทำบันทึกเข้าสู่การประชุม ตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อพิจารณากรอบการจัดสรรสัดส่วน กมธ. ว่าได้รวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองแล้ว
เบื้องต้น หากพรรคเล็กสามารถรวมตัวได้ ที่ประชุมจะหารือเพื่อแบ่งสัดส่วน กมธ.ใหม่ ส่วนจะไปลดโควต้าประธาน กมธ.ของพรรคการเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ต้องหารือกันอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตาม ในธรรมเนียมปฏิบัติ การพิจารณาโควต้าประธาน กมธ.นั้น ต้องอิงสัดส่วนของจำนวน ส.ส.ในพรรคเป็นหลัก
นายเจริญ กล่าวอีกว่า ในการประชุมสภา วันที่ 10 ส.ค. จะมีการหารือเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่าสภาฯ จะใช้ข้อบังคับการประชุมสภา ปี 51 ตามเดิมและคงจำนวน กมธ. ไว้ 35 คณะ



