ข่าว

จับนักร้องร้านอาหารย่านรังสิต ขู่นำคลิปฉาวประจานผ่านเนต

จับนักร้องร้านอาหารย่านรังสิต ขู่นำคลิปฉาวประจานผ่านเนต

09 ส.ค. 2554

จับนักร้องร้านอาหารย่านรังสิต ขู่นำคลิปฉาวประจานผ่านเนต เหยื่อยอมจ่ายแต่ถูกเรียกเพิ่ม ตร.จับได้คาบ้านย่านปทุมฯ ค้นบ้านพบคลิปฉาวเพียบ

 
           กลางดึกที่ผ่านมา  พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.ดส. พ.ต.ท.สำเริง ส่งเสียง รองผกก.ดส. พ.ต.ท.สยาม อินทร์สุวรรณโณ สว.กก.ดส. และ ร.ต.อ.กิติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ รอง สว.ชุดปฎิบัติการสืบสวนตรวจตรา กก.ดส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนักร้องผับดัง นายสุริยา บัวชมนา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 11 ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม ในข้อหากรรโชกทรัพย์และข่มขืนใจผู้อื่น พร้อมกับแถลงข่าวการจับกุมแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ หลอกเอาทรัพย์สิน 220,000 บาท ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่นายอาซัง ยี่ยะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 223 หมู่ 20 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายกันตพัฒน์ ภักดีงามอนันต์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115/72 แขวง-เขต บึงกุ่ม และนายอาไข่ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 32 ปี สัญชาติไต้หวัน

            ผกก.ดส.กล่าวว่ารายแรกทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ว่าถูกนายสุริยา  ซึ่งเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านอาหารจุ่มแซบยโส 2 ย่านรังสิตคลอง 2 ขู่ว่าจะนำคลิปวีดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับน.ส.เอ เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต และร้านซีดีทั่วไป หากไม่นำเงินจำนวน 10,000 บาทมาให้ ซึ่งก่อนหน้านี้น.ส.เอเคยโอนเงินให้นายสุริยาไปแล้วครั้งหนึ่ง จำนวน 2,500 บาท เพื่อแลกกับการลบคลิปวีดีโอดังกล่าว พร้อมทั้งนายสุริยายังเคยเรียกน.ส.เอ ไปร่วมหลับนอนอีก 4 ครั้ง เพื่อแลกกับการนำคลิปไปประจานในอินเตอร์เน็ต แต่นายสุริยายังไม่พอใจเรียกเงินเพิ่มอีก 7,500 บาท จึงทำให้น.ส.เอตัดสินใจแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายสุริยาได้ที่บ้านพักในเขตอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือที่ใช้ส่งข้อความและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ภายในยังมีคลิปการร่วมเพศของนายสุริยากับหญิงสาวอื่นอีก 3 คนก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.คลองหลวงดำเนินคดีต่อไป
            พ.ต.อ.สุพัชร กล่าวต่ออีกว่าสำหรับผู้ต้องหาอีกราย เป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ มีผู้ต้องหา 3 คน พฤติการณ์คือผู้ต้องหาได้สุ่มหมายเลขโทรศัพท์ ไปยังบ้านเลขที่ 36/38 หมู่บ้านเคหะสถาน 3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีนางวาสนา ไชยวัฒนา เป็นผู้รับสาย ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลอกว่าบุตรชายของนางวาสนาได้ไปค้ำประกันเงินกู้ไว้ และผู้กู้หนีไปเวลานี้ทางแก๊งค์ทวงหนี้ได้จับตัวบุตรชายนางวาสนาไว้ ให้นางวาสนานำเงินมาไถ่ตัว ขณะเจรจาทางโทรศัพท์กันอยู่นั้น จ.ส.ต.ไสว พัฒน์วงศ์ จนท.จร.บก.จร.ซึ่งเป็นลูกเขยของนางวาสนาได้อยู่ที่บ้านพักด้วย จึงนัดหมายให้แก๊งค์ดังกล่าวมารับเงินจำนวน 220,000 บาท ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนา ก่อนนัดแนะกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าทำการจับกุมแก๊งค์ดังกล่าว

            เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าอยู่ในขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์จริง โดยจะมีคนโทรศัพท์ข้ามประเทศมาหลอกลวงบุคคลให้หลงเชื่อและนำเงินมาให้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ได้เงินไปถึง 700,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป