ข่าว

เฟอร์กี้ยกแบร์บาตอฟฟอร์มระดับเทพ

เฟอร์กี้ยกแบร์บาตอฟฟอร์มระดับเทพ

26 เม.ย. 2552

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด หวิดพังคารัง เมื่อถูก "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส บุกมานำ 2-0 ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังยิงรวดเดียว 5 ประตูรวด กลับมาชนะ 5-2 รูนีย์-โรนัลโด้ เหมาคนละ 2 ประตู ขณะที่ "เฟอร์กี้" ยก ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ฟอร์มระดับโลก ส่วน แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซื

ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยังตามหลัง 3 แต้มเหมือนเดิม จากการบุกชนะ "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี้ 3-1 และ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ไปเฉือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม 1-0

 ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 25 เมษายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูง เปิดสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่กำลังลุ้นไปเล่นยูฟ่า คัพ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นส่ง ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ กลับมาเป็นกองหน้าคู่กับ เวย์น รูนีย์ รวมทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็กลับมาคุมแนวรับเช่นกัน

 เริ่มเกมขึ้นมา แมนฯ ยูไนเต็ด เดินเกมรุกได้มากกว่าตามคาด แต่ในจังหวะสุดท้ายยังไม่อันตรายเท่าไรนัก และเมื่อถึงนาทีที่ 29 กลายเป็นทีมเยือนที่ออกนำก่อนเมื่อ เวดราน ชอร์ลูก้า เปิดบอลไปหน้าประตู เฟอร์ดินานด์ แย่งโหม่งกับ ดาร์เรน เบนท์ ก่อนที่บอลจะตกมาเข้าทางให้ เบนท์ ยิงง่ายๆ เป็น 1-0 ก่อนที่อีก 3 นาทีต่อมาสถานการณ์ของ แมนฯยูไนเต็ด ก็แย่ลงไปอีกเมื่อ แอรอน เลนนอน กระชากหลุดไปทางขวาและเปิดไปเสาสองให้ ลูก้า โมดริช ยิงเข้าไปอีกประตู จบครึ่งแรก สเปอร์ส นำห่างถึง 2-0

 เข้าครึ่งหลัง "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นแก้เกมด้วยการส่ง คาร์ลอส เตเบซ ลงมาแทน นานี และมาตีไข่แตกได้นาทีที่ 57 หลังจาก ไมเคิล คาร์ริก ถูก โกเมส รวบล้มเป็นจุดโทษและ คริสเตียโน โรนัลโด้ สังหารเป็น 1-2 และอีก 10 นาทีต่อมาก็ตามตีเสมอได้จากโอกาสที่ รูนีย์ ลากบอลจี้เข้าเขตโทษทางซ้ายก่อนยิงเข้าทางเสาแรกเป็น 2-2

 เมื่อตีเสมอได้ แมนฯ ยูไนเต็ด คุมเกมเอาไว้ได้หมด นาทีต่อมาก็แซงนำเป็น 3-2 เมื่อ รูนีย์ เปิดบอลจากทางปีกซ้ายให้ โรนัลโด้ เข้าโหม่งระยะเผาขนเข้าไป ตามด้วยนาทีที่ 72 โรนัลโด้ เปิดบอลจากทางซ้ายไปเสาสองให้ รูนีย์ แตะบอลและยิงข้ามเส้นประตูเข้าไปเป็น 4-2 ก่อนจะปิดท้ายอีกประตูในนาทีที่ 79 โดย รูนีย์ เปิดบอลให้ แบร์บาตอฟ โหม่ง จังหวะแรก โกเมส ปัดออกมา แต่ แบร์บาตอฟ ก็ซ้ำเข้าไปได้ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงชนะไปท่วมท้น 5-2 มีเพิ่มเป็น 74 แต้ม นำจ่าฝูงต่อไป

 หลังจบการแข่งขัน เฟอร์กี้ ออกมาชม แบร์บาตอฟ ว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากกับชัยชนะนัดนี้ โดยเฉพาะเกมในครึ่งแรกที่ทีมเล่นกันไม่ดี แต่หัวหอกรายนี้ก็ยังเล่นในเกมของตัวเองได้ ก่อนที่ครึ่งหลังก็ยังเล่นได้ระดับโลก ขณะที่ แฮร์รี เรดแนปป์ ผู้จัดการทีมสเปอร์ส ออกมาโวยผู้ตัดสิน ฮาวเวิร์ด เวบบ์ ในจังหวะที่เป่าจุดโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าไม่มีทางจะเป็นการฟาวล์ และคงไม่แพ้แน่หากว่าไม่มีจุดโทษดังกล่าว แต่เมื่อผลออกมาแบบนี้แล้ว คงไม่มีทางที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะพลาดแชมป์แน่ เพราะดูจากโปรแกรมที่เหลือแล้วคงแพ้ยาก

 ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งแม้ว่าทีมเยือนจะบุกได้มากกว่าแต่ก็ต้องรอถึงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกจึงได้ประตูแรกเมื่อ ซาบี้ อลอนโซ ยิงฟรีคิกชนกำแพงออกมาให้กดเต็มเท้าอีกครั้งเป็น 1-0 ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 59 เจ้าถิ่นต้องเหลือ 10 คนเมื่อ เครก โฟแลน ไปเจตนาเตะ มาร์ติน สเคอร์เทล จนโดนใบแดง และอีก 4 นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล ก็หนีเป็น 2-0 เมื่อ เดรีย์ก เคาท์ โหม่งบอลระยะเผาขนเข้าไป

 อย่างไรก็ตาม ฮัลล์ ที่มี 10 คน ยังตามตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 73 จากการยิงเผาขนของ โจวานนี แต่ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดนาทีที่ 89 เมื่อ เคาท์ ยิงซ้ำจากการยิงของ อัลบาโร อาร์เบลัว เข้าไป จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ 3-1 ยังตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด 3 แต้ม แต่ลงสนามมากกว่า 1 นัด

 "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ออกไปทำศึกดาร์บี้ แมทช์ กรุงลอนดอน กับ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ที่สนามอัพตัน ปาร์ค ซึ่งแม้ว่า เวสต์แฮม จะมีลุ้นได้ประตูหลายครั้ง แต่เป็น เชลซี ที่ขึ้นนำในนาทีที่ 55 จาก ซาโลมง คาลู และเจ้าถิ่นน่าจะตีเสมอได้ในนาทีที่ 71 เมื่อมาได้ลูกจุดโทษ แต่ลูกยิงของ มาร์ค โนเบิล โดน ปีเตอร์ เช็ก เซฟได้ เชลซี จึงบุกไปชนะ 1-0

 ส่วนผลคู่อื่นๆ โบลตัน เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1, เอฟเวอร์ตัน แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 และ เวสต์บรอมวิช ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-0
    ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
แมนฯ ยูไนเต็ด 33 24  5  4   61   23   77
ลิเวอร์พูล 34 21 11  2   66   26   74
เชลซี  34 21  8  5   56   20   71
อาร์เซนอล 33 17 11  5   58   32   62
แอสตัน วิลล่า 34 15 10  9   50   44   55
เอฟเวอร์ตัน 34 14 11  9   48   36   53
ฟูแล่ม  34 12 11 11   34   28   47
เวสต์บรอมวิช 34 12  9 13   38   38   45
แมนฯ ซิตี้ 34 13  5 16   53   45   44
สเปอร์ส 34 12  8 14   41   41   44
วีแกน  32 11  8 13   31   36   41
สโต๊ค  34 10  9 15   33   49   39
โบลตัน  34 11  5 18   40   51   38
ปอร์ทสมัธ 33  9 10 14   35   50   37
ซันเดอร์แลนด์ 34  9  8 17   31   46   35
แบล็คเบิร์น 33  8 10 15   35   55   34
ฮัลล์ ซิตี้ 34  8 10 16   37   59   34
มิดเดิลสโบรช์ 33  7 10 16   25   47   31
นิวคาสเซิล 33  6 12 15   37   53   30
เวสต์บรอมวิช 34  7  7 20   33   63   28