
จัดระเบียบ'วังน้ำเขียว'ระเบิดที่รอเวลา...:
09 ส.ค. 2554
จัดระเบียบ'วังน้ำเขียว'ระเบิดที่รอเวลา...: กวินทรา ใจซื่อรายงาน
ทันทีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศจัดระเบียบป่าพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ด้วยการขอคืนพื้นที่ป่าสงวนอุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จากผู้ประกอบการรีสอร์ท 22 แห่งบนเขาแผงม้า ที่จากพิกัดชัดเจนว่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน
เหล่าบรรดาผู้ประกอบการต่างตกอยู่ในอาการตะลึง เพราะหลายรายไม่ทราบมาก่อนว่า สิ่งที่ตัวเองลงทุนมาด้วยน้ำพักน้ำแรงทั้งชีวิต เนรมิตป่าเขาผสมผสานธรรมชาติที่มีอยู่ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไว้รองรับผู้คนที่ตั้งใจมาสูดอากาศบริสุทธิ์จากที่นี่ แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก จะอยู่ในสถานที่ที่ผิดกฎหมาย
"เสวก ลาภมหานนท์" หนึ่งในผู้ประกอบการรีสอร์ท ที่ตกเป็นผู้บุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง ไปอย่างไม่รู้ตัวและไม่ทันตั้งตัว เล่าว่า มีที่ดินทั้งหมด 40 ไร่ โดยซื้อต่อมาจากชาวบ้าน มีการทำเรื่องโอนสิทธิ์ที่ดินทำกินที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำเขียว มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับรู้ร่วมกัน จ่ายภาษีบำรุงท้องที่ จดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีการทักท้วงจากหน่วยงานรัฐว่าผืนดินแห่งนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนโซนซี หรือป่าอนุรักษ์แต่อย่างใด
ไม้ประดู่ ชัยพฤกษ์ กัลปพฤกษ์ และไม้มงคลอีกกว่า 2,000 ต้น ที่นำมาปลูกเพื่อเพิ่มสีเขียวให้แก่ที่ดินของเขา กว่า 5 ปี ต้นไม้เจริญงอกงามพัฒนา จากภูเขาหัวโล้นกลายเป็นผืนป่าขนาดย่อม เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่แผ่นดินวังน้ำเขียวกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมกับการปลูกสร้างรีสอร์ทเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว หลังจากที่วังน้ำเขียวเริ่มเป็นที่รู้จัก ได้รับความสนใจ จนเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ติดอันดับของเมืองไทย
แต่ทันทีที่มีการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศและตรวจสอบแนวเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวง ป่าโซนซี พบว่าพื้นที่ 40 ไร่อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก.ร้อยละ 30 และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวงร้อยละ 70 ทำให้เขาต้องกลายเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนทันที ความตั้งใจที่จะปลูกต้นไทร และต้นประดู่อีกกว่า 100 ต้นบนลานธรรม ซึ่งทางรีสอร์ทได้ทำไว้รองรับนักท่องเที่ยวต้องชะงักลง นอกจากนี้ระยะเวลาอันใกล้อาจต้องเลิกจ้างแรงงานในชุมชน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวสักรายเข้ามาจองที่พัก
ผมพร้อมที่จะร่วมมือกับทางราชการ ที่ผ่านมารีสอร์ทก็มีข้อปฏิบัติที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวรบกวนธรรมชาติ มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในรีสอร์ท ต้นไม้ก็ปลูกขยายทุกปี โดยลงทุนลงแรงเอง ไม่เคยเป็นผู้รุกป่า เราเป็นผู้ปลูกป่ามากกว่า ต้องการให้สังคมให้ความเป็นธรรมด้วย เสวกบอก
มุมมองของผู้ประกอบการที่สวนทางกับการจัดการของรัฐอย่างชัดเจน รัฐต้องการจัดระเบียบด้วยการให้ถอยไปนับหนึ่งใหม่ ผู้บุกรุกต้องออกไปจากพื้นที่ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า สถานการณ์ก้าวลึกเข้าไปจนยากจะถอยหลัง และสิ่งที่เกิดขึ้นมิใช่ความตั้งใจ แต่เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ จึงควรจะมีแนวทางที่ประนีประนอมกันทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ ซึ่งจะลุกลามไปถึงชาวบ้านตาดำๆ ที่เป็นแรงงานในพื้นที่
พงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว บอกว่า ผู้ประกอบการในวังน้ำเขียวมีกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้ 400 รายไม่มีโฉนดรับรอง ไม่นับรวมชาวบ้านอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่าอาจต้องโยกย้ายออกจากผืนดินทำกินของตนเอง กรมป่าไม้จึงควรผ่อนหนักผ่อนเบา ใช้กฎหมายคู่กับรัฐศาสตร์ ใช้ความประนีประนอมให้มากที่สุด
"ป่าไม้ควรควบคุมเขตพื้นที่ปัจจุบันไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่ม สั่งปรับภูมิทัศน์โดยให้รีสอร์ทแต่ละแห่งปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ซึ่งหลายแห่งก็ดำเนินการอยู่แล้ว และจัดโซนนิ่งทั้งอำเภอ โดยมีทั้งที่อยู่อาศัย สถานที่ให้บริการด้านต่างๆ ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมอาชีพชุมชน ซึ่งชาวบ้านและผู้ประกอบการล้วนยินดีให้ความร่วมมือ เพราะจุดเด่นของเราอยู่ที่ธรรมชาติ เมื่อเราอยู่กับธรรมชาติ อาศัยทำมาหากินกับธรรมชาติ เราไม่มีทางที่จะทำลายธรรมชาติแน่นอน คน-ป่า-สัตว์ป่า สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล" นายพงษ์เทพกล่าว
ในส่วนแนวปฏิบัติของภาครัฐ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่า จากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ทางอากาศเหนือ อ.วังน้ำเขียว พบว่า มีการสร้างรีสอร์ทบุกรุกพื้นที่ป่ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ บางพื้นที่ก็ไม่ใช่การบุกรุก แต่เป็นการใช้ผิดประเภท เช่น ที่ ส.ป.ก. ซึ่งรัฐให้ไว้เพื่อทำการเกษตร แต่ผู้ที่เข้าไปครอบครองก็ได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ จนสร้างที่พักรีสอร์ทสวยงามจำนวนมาก
"พื้นที่ตรงไหนที่ไม่ควรให้แก่ราษฎรก็ควรจะคืนให้แก่กรมป่าไม้ เพื่อที่กรมป่าไม้จะได้เร่งฟื้นฟูให้เป็นธรรมชาติอย่างเดิม ส่วนพื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนหรือเขตอุทยานแห่งชาติที่ถูกบุกรุก ทางกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติก็กำลังดำเนินการอยู่ จังหวัดให้การสนับสนุนการทำงานของทางกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติฯ อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเอาพื้นที่ป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ ไม่ให้ใครเข้ามาครอบครองเป็นประโยชน์ส่วนตัว" ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าว
สำหรับทางออกที่ดีที่สุดในสายตาคนกลางอย่าง นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มองว่า เคยเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยว เขต อ.วังน้ำเขียว และ อ.ปากช่องให้ดี เพราะมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ใช้เขตอุทยานฯ และป่าสงวนฯ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการควรมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมด้วย
"กรณีการบุกรุกก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายให้ถูกต้อง แต่ก็ควรใช้หลักรัฐศาสตร์เข้าไปผสมผสาน เนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ไม่มีเจตนาบุกรุก เป็นการเข้าไปโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง บางรายเห็นว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม ไม่มีต้นไม้ใหญ่ จึงเข้าไปดำเนินการโดยไม่ทราบว่าเป็นที่ ส.ป.ก. หรือเป็นที่อุทยาน มีการใช้ประโยชน์กันมานาน บางรายมีการชักจูงจากคนในพื้นที่ บางส่วนก็เป็นของภาครัฐด้วยซ้ำไป กรณีอย่างนี้รัฐบาลน่าจะมีมาตรการที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการเหล่านั้นว่าจะให้เข้าไปดำเนินการอย่างไรต่อไป ภาครัฐควรจะผสมผสานระหว่างกฎหมายและความถูกต้อง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ไม่รู้ ส่วนคนที่เจตนาก็ใช้กฎหมายดำเนินการขั้นเด็ดขาด" นายกงกฤชแสดงความเห็น
การเดินหน้าจัดระเบียบวังน้ำเขียวเขม็งเกลียวขึ้นเรื่อยๆ จับตา 13 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่คาดว่าศาลจะมีคำสั่งว่าอนุมัติหรือไม่ในการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรีสอร์ททั้ง 22 แห่ง ไม่ว่าจะออกมาแบบไหน ย่อมมีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างแน่นอน



