
วัดภูมินทร์จังหวัดน่าน
วัดภูมินทร์จังหวัดน่าน : พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย โดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ
ราวพุทธศตวรรษที่ 21 การสร้างวัดตามคติจักรวาลได้มีอิทธิพลต่อการสร้างวัดโดยมากในอาณาจักรล้านนา อาทิ ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง คติดังกล่าวมีที่มาจากพุทธตำนานที่ว่า ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าทรงพระชนม์ชีพอยู่นั้น พระอินทร์ได้ขอพระเกศาของพระพุทธเจ้า เพื่อนำไปประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณี ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สำหรับรูปแบบสถาปัตยกรรมของวัดภูมินทร์แล้ว จะเห็นได้ว่า ได้รับอิทธิพลมาจากคติจักรวาลเช่นกัน แต่อาจมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันไปจากที่อื่น ที่ได้เคยมีมาก่อน
กล่าวคือ วิหารของวัดภูมินทร์นั้นเป็นวิหารทรงจัตุรมุข มีทางขึ้นได้ทั้ง 4 ด้าน อันเป็นเครื่องหมายแทนทวีปทั้ง 4 ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ที่ประดิษฐานองค์พระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ประกอบไปด้วย ชมพูทวีป ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทวีปที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้สั่งสอนมวลมนุษย์โลก ตลอดจนเข้าสู่ปรินิพานในท้ายที่สุด และอันที่จริงแล้ว ชมพูทวีป ก็หมายถึงโลกที่เราอยู่กันในทุกวันนี้นี่แหละ ส่วนที่เหลืออีก 3 ทวีปคือ อุตตรกุรุทวีป ทางทิศเหนือ บุรพวิเทหะ ทางทิศตะวันออก และอมรโคยาน ทางทิศตะวันตก
ส่วนพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์ที่หันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ล้อมองค์พระเจดีย์อยู่นั้นหมายถึง พระพุทธเจ้าที่ได้เคยเสด็จมาตรัสรู้ และประกาศพระพุทธศาสนาในภัทรกัปนี้แล้วทั้ง 4 พระองค์คือ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ โก นาคม กัสสปะ และโคตะมะ รอที่เหลือเพียง พระศรีอริยะเมตไตร อีกพระองค์เดียวเท่านั้น ที่จะเสด็จมาตรัสรู้ในอนาคตกาลข้างหน้า ส่วนบันไดนาคทางขึ้นสู่วิหารทั้ง 4 ทิศนั้น แทนแม่น้ำคงคา ทางเข้าสู่จักรวาล โดยพญานาคแทนสัตว์หิมพานต์ที่เฝ้าประตูจักรวาล และซุ้มประตูวิหารก็หมายถึงป่าหิมพานต์ อันเป็นหนทางสู่จักรวาล
พื้นที่ด้านนอกขององค์พระวิหารเป็นเครื่องหมายแทน มหานทีสีทันดร ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุไว้ และกำแพงที่ด้านนอกก็หมายถึง ภูเขาสัตบริภัณฑ์ ที่เป็นกำแพงแก้วล้อมเขาพระสุเมรุไว้อีกชั้นหนึ่งนั่นเอง หากมองกันในมิติจักรวาลแล้ว ผู้ที่สร้างวิหารวัดภูมินทร์นั้น มิได้หมายเพียงให้วัดภูมินทร์ เป็นเพียงศูนย์กลางของเมืองน่านเท่านั้น หากแต่หมายถึงการให้ เมืองน่าน เป็นศูนย์กลางของจักรวาลกันเลยทีเดียว นับเป็นภูมิปัญญาอันสูงส่งของผู้สร้างเป็นอย่างยิ่งที่สามมารถย่อส่วนของจักรวาลมาไว้ที่ใจกลางของจังหวัดน่านได้อย่างงดงาม
ความงดงามของวิหารจัตุรมุข ที่วัดภูมินทร์นั้นเป็นที่ประจักษ์กล่าวคือ ได้เคยเป็นภาพปรากฎบนธนบัตรในสมัยรัชกาลที่ 8 มาแล้ว สำหรับประวัติการสร้างวัดภูมินทร์ ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า สร้างมาแต่สมัย พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ในปีพ.ศ.2139 แต่เดิมจึงมีชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” ภายหลังกลายมาเป็น “วัดภูมินทร์” ต่อมาอีก 217ปี ได้มีการบูรณะขึ้นโดย พระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยทำการบูรณะในปีพ.ศ.2410 แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2418 และการบูรณะในครั้งนี้ได้มีการวาดจิตรกรรมฝาผนังอันเกี่ยวกับพุทธชาดก และภาพขององค์ผู้บูรณะขึ้น ตลอดจนมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงวิถีชีวิตของหนุ่มสาวชาวเมืองน่านในยุคนั้น ที่มีชื่อบันลือโลก ที่ท่านทั้งหลายไม่ควรพลาดชมให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียวครับ
พรุ่งนี้เล่าเรื่อง “สมเด็จพระเทพฯเสด็จเปิดอาคาร 100 ปีโรงเรียนปรินส์” เชียงใหม่ครับ



