ข่าว

อนาคตประชาธิปัตย์ อนาคตประเทศไทย อนาคตชนชั้นนำไทย?

อนาคตประชาธิปัตย์ อนาคตประเทศไทย อนาคตชนชั้นนำไทย?

09 ส.ค. 2554

อนาคตประชาธิปัตย์ อนาคตประเทศไทย อนาคตชนชั้นนำไทย? : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

           เนื่องจากผมไม่ได้อยู่ในกระแสกองเชียร์ประชาธิปัตย์ ประเภทที่เชื่อว่าประชาธิปไตยไทยนั้นจะล่มสลาย หรือจะอยู่ไม่รอดแน่ๆ ถ้าประชาธิปัตย์ไม่ปฏิรูปพรรคตนเอง ผมจึงอยากเสนอประเด็นสำคัญสองประเด็นในการพิจารณาการเมืองไทยในช่วงนี้

            หนึ่งคือ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ประชาธิปไตยอยู่รอด ประชาธิปัตย์จะปรับปรุงตัวเองหรือไม่เป็นเรื่องของประชาธิปัตย์เอง และประชาธิปัตย์ก็มีที่ทาง อุดมการณ์และผลประโยชน์ของเขาเอง เหมือนพรรคการเมืองพรรคอื่นๆ และเหมือนกับกองเชียร์/นักวิจารณ์คนอื่นเช่นกัน

            หนทางอื่นในการพิจารณาก็คือการเปลี่ยนแปลงในระดับการปฏิรูปที่ควรจะมีต่อกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ นั่นหมายถึงการปรับปรุงระบบกรรมาธิการให้ทำงานและถูกตรวจสอบมากขึ้น

            รวมทั้งที่สำคัญก็คือ ความสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล

 เพราะหนึ่งในหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาก็คือ การทำความเข้าใจระหว่างเส้นแบ่งที่บางมากของเผด็จการรัฐสภา และประชาธิปไตยรัฐสภา

            เผด็จการรัฐสภา คือประชาธิปไตยเสียงข้างมากที่ไม่ฟังความเห็นของคนที่คิดไม่ตรงกัน และไม่ตอบคำถามของสังคม

            ประชาธิปไตยรัฐสภา คือการเปิดให้สภาถกเถียง ปรึกษาหารือ และผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับสังคม และตอบคำถามฝ่ายค้านในสภา

            ขนาดประธานาธิบดีสหรัฐที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยังต้องทำงานร่วมกับรัฐสภา โดยเฉพาะที่มาจากฝ่ายตรงข้ามของเขาด้วยซ้ำ แทนที่จะใช้วิธีการแบบยกเว้นอำนาจนิติบัญญัติ หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

            สอง ผมคิดว่าเราควรสนใจเรื่องราวที่เกิดกับประชาธิปัตย์ แต่ไม่จำเป็นต้องมองว่าประชาธิปัตย์คือทางออกของสังคม (ในกรณีที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของประชาธิปัตย์) แนวคิดนี้แตกต่างจากแนวคิดของนักเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ (strategic voters) ที่พร้อมเปลี่ยนแปลงการลงคะแนนตามเป้าหมายของตกเอง อาทิ ไม่อยากให้ ก ชนะ อาจต้องเลือก ค ทั้งที่เป็นแฟน ข เป็นต้น

            ประเด็นสำหรับของผมคือการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ามีคนรุ่นต่อไปของประชาธิปัตย์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง และน่าจะชี้ให้เห็นภาวะผู้นำของคุณอภิสิทธิ์ในพรรค

            แต่ภาวะผู้นำของคุณอภิสิทธิ์จะเป็นภาวะผู้นำของประเทศโดยไม่มี "ตัวช่วย" ได้หรือไม่นั่นน่ะเรื่องหนึ่ง และในขณะเดียวกันบทบาทของคุณอภิสิทธิ์ที่จะไปเป็น  "ตัวช่วยของตัวช่วย" ในกระบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งนั้นจะเกิดขึ้นอีกไหม

            คนจำนวนไม่น้อยไม่ปฏิเสธภาพลักษณ์และความสามารถของประชาธิปัตย์ แต่เขารับไม่ได้กับ "จุดยืนและท่าที" ทางประชาธิปไตยของประชาธิปัตย์ต่างหาก

            ประเด็นถัดมาในเรื่องนี้ก็คือ หากคุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประเด็นไม่น่าจะอยู่ที่เรื่องของการเป็นน้องคุณทักษิณ เป็นผู้หญิง และเป็นคนไม่มีประสบการณ์ เหมือนที่นักวิจารณ์และสื่อซัดกันสนุกปากเท่านั้น ผมกลับเห็นว่าหน้าประวัติศาสตร์ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมพลิกใหม่

            เพราะนี่คือการรับตำแหน่งของนักการเมืองที่มีพื้นเพต่างจังหวัด ที่มีฐานตระกูลและธุรกิจ และได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจากต่างจังหวัดและยิ่งตรงสู่การศึกษาต่อจากต่างประเทศ

            คุณสุเทพ เทือกสุบรรณก็เป็นเช่นเดียวกัน ดังนั้นคนพวกนี้จึงไม่ใช่แค่คนจีน หรือเศรษฐีใหม่ แต่พวกเขาคือคนรุ่นใหม่ของการเมือง ไม่ใช่ภาพนักธุรกิจตระกูลจีนกรุงเทพฯ หรือคนจากตระกูลเก่าในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ภาพนักเรียนนอกแบบอภิสิทธิ์และไม่ใช่ทหารตำรวจ ไม่ใช่คนจบจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ที่เตะบอลประเพณีในกรุงเทพฯ ทุกปี หรือนักการเมืองอาชีพที่มาจากทนาย หรือครูแบบยุคโบราณ หรือแม้กระทั่งภาพเจ้าพ่อและลูกหลานเจ้าพ่อ

            ชนชั้นนำรุ่นใหม่นี้น่าสนใจ ท่ามกลางความสนใจของนักวิจารณ์ที่สนใจแต่มองแต่เรื่องว่า ชนบทเปลี่ยนไปไหม คนเสื้อแดงคือใคร หรือประชาธิปัตย์คือทางออกที่จำเป็นต้องเลือกครับ