ข่าว

โปรดเกล้าฯนายกฯหญิง-ลั่นแทนคุณแผ่นดิน

โปรดเกล้าฯนายกฯหญิง-ลั่นแทนคุณแผ่นดิน

08 ส.ค. 2554

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกฯคนใหม่ แถลงยืนยัน "แทนคุณแผ่นดิน" ทำเพื่อประเทศ ไม่ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง

          เมื่อเวลา 17.43 น. วันที่ 8 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2554 เลือก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงแต่งตั้งให้ตามความในมาตรา 172 และ 173 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2554 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

           จากนั้นเวลา 18.40 น. นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญพระบรมราชโองการมายังชั้น 7 อาคารโอเอไอ สถานที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งจัดเตรียมไว้ในพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

           นายพิทูรอ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแล้ว คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ ต้องพ้นจากตำแหน่ง และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา เห็นชอบแต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงที่มีอยู่ จึงทรงพระราชดำริว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้สมควรไว้วางพระราชหฤทัยให้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงทรงพระกรุณาแต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทักทายแขกที่มาร่วมงานและเดินไปยังโพเดี้ยมแถลงข่าวว่า ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อรับสนองพระบรมราชโองการ รับใช้เบื้องพระยุคลบาท รับใช้ประเทศชาติประชาชน ถือเป็นเกียรติยศสูงส่ง เป็นมิ่งมงคลอย่างหาที่สุดมิได้ ดิฉันและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่เทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม และพร้อมจะทุ่มเท มุ่งมั่นเต็มที่ จะอุทิศตนตอบแทนบุญคุณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชตนต่อไป

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุอีกว่า ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนม์ 84 พรรษา ในเดือนธันวาคม และโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม นับเป็นโอกาสพิเศษที่สำคัญยิ่งต่อพี่น้องคนไทยทุกคน จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมจัดงานถวายพระพร เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯสองพระองค์ เพื่อเป็นสิริมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นภาระยิ่งใหญ่ที่ต้องการพลังทุกภาคส่วนในการผลักดันประเทศชาติก้าวข้าม ประกาศเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของประเทศให้เป็นที่ยอมรับในสากล

           ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังเชิญพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อปี 2532 โดยยืนยันว่าจะปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท และเพื่อใช้เป็นแนวทางในการผลักดันการทำงานของรัฐบาลต่อไป

           น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า ขอปวารณาตัว นำความรู้ ความสามารถ สติปัญญา จะทุ่มเททำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต นำพาประเทศไปสู่ความสงบสุข ความสามัคคีปรองดอง และมีเจตนาแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และพร้อมทำงานร่วมกับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สื่อมวลชนทุกแขนง ประชาชนทุกพื้นที่อย่างตั้งใจ เต็มใจ ให้ความสุขกลับคืนสู่คนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง

           "ดิฉันตระหนักดีว่า การเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง เป็นความท้าทายและถูกคาดหวังจากประชาชน แต่เชื่อว่าความเป็นหญิงจะไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน ตรงกันข้าม ความเข้มแข็งควบคู่ความอ่อนโยน จะช่วยให้เห็นทางเลือกแก้ปัญหาง่ายขึ้น ขอขอบคุณพี่น้องทั่วประเทศที่ให้โอกาสดิฉัน ถือเป็นพันธสัญญาทางใจ ให้ตระหนักถึงหน้าที่ในการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน จะสร้างสุข สลายทุกข์ให้ประชาชนอย่างสุดกำลัง จะไม่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศาติและคนไทยทุกคน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

           ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยว่า มวลชนเสื้อแดงและกลุ่ม นปช.ทยอยปักหลักจับจองบริเวณชั้น 2 ของที่ทำการพรรค เพื่อรอชมพิธีผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งพรรคได้ติดตั้งจอโปรเจคเตอร์ 1 จอ พร้อมทั้งทีวีอีก 2 เครื่อง เพื่อให้รับชมพิธี ขณะที่แกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างทยอยเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ได้เข้าร่วมในพิธีและร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ด้วย

           อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวขึ้นไปบริเวณชั้น 7 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีรายงานว่า เมื่อเริ่มพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ พรรคเพื่อไทยจะอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวขึ้นไป แต่ให้อยู่อีกห้องหนึ่ง และจะไม่ให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพเข้าไปในห้องที่จัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เพราะเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจอยู่แล้ว รวมทั้งในการแถลงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังจากที่รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯแล้ว จะเป็นการแถลงข่าวโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวซักถามแต่อย่างใด