
ป่าไม้ลั่นสค.1พิสูจน์สิทธิ์วังน้ำเขียว
ป่าไม้ ลั่น ขอดูหลักฐานเอกสารครอบครองที่ดิน รีสอร์ต 22 จุด ยัน ใช้ สค.1 เท่านั้น พิสูจน์สิทธิ์ที่ดินวังน้ำเขียว ด้านอช. ลุยติดประกาศรื้อถอนรีสอร์ต 25 แห่ง
วันที่ 8 ส.ค.54 ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการเข้าตรวจสอบรีสอร์ตจำนวน 22 แห่ง ในพื้นที่ตำบลวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งทางกรมป่าไม้มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ต.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ได้ให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารหลักฐานซึ่งเป็นพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ.2528 พร้อมแผนที่ระบุพิกัด ที่ตั้งของรีสอร์ตและที่พัก ที่เชื่อได้ว่าบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงทั้ง 22 แห่ง เข้ายื่นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อให้ศาลออกหมายตรวจสอบเคหะสถานให้ซึ่งขณะนี้ก็กำลังรอหมายศาลอยู่ แต่ระยะเวลาต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่า จะอนุมัติหมายศาลได้หรือไม่
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด นายสุเทพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา กำลังรอการพิจารณาอนุมัติหมายตรวจค้น เพื่อเข้าตรวจสอบรีสอร์ตทั้ง 22 แห่งว่า มีการถือครองเอกสารสิทธิใด ที่ระบุได้ว่า สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า หากไม่มีเอกสารสิทธิใดมายืนยัน ทางสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา จะเข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฏหมายโดยทันที
สำหรับเอกสารสิทธิ หรือหลักฐานในขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้น จะต้องเป็นโฉนดที่ดิน หรือหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค.1) มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่เท่านั้น
ส่วนเอกสารอื่น อย่างเช่น ใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภบท.5 นั้น ไม่สามารถนำมาเป็นเอกสารแสดงสิทธิได้ เนื่องจากเป็นเพียงเอกสารการเสียภาษีการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้กับท้องถิ่นเท่านั้น ไม่ใช้เอกสารที่จะแสดงว่าเป็นผู้ถือครองพื้นที่ ดังนั้น จึงไม่ถือว่า เป็นหลักฐานที่จะนำมาใช้กับกรณีการตรวจสอบสิทธิในครั้งนี้ได้
นายสุเทพ กล่าวว่า การเตรียมการของทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ในการเข้าไปดำเนินการตรวจสอบรีสอร์ต 22 แห่ง ที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่า บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ขณะนี้ทางกรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งให้ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ เตรียมจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับปัญหานี้โดยเฉพาะขึ้น ที่สถานีวิจัยสะแกราช บนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา โดยะมีการดำเนินการทันทีที่ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ได้รับอนุมัติหมายศาล จากศาลจังหวัดนครราชสีมา อนุญาตให้เข้าตรวจสอบรีสอร์ตทั้ง 22 แห่งที่ระบุไว้ได้
สำหรับ ศูนย์เฉพาะกิจดังกล่าว จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 3 ชุด ประกอบด้วยชุดตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นชุดชี้เป้าหมายว่า ในพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาและจะต้องเข้าทำการตรวจสอบ และชุดที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติการที่ได้มีการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างทางเจ้าหน้าที่สายตรวจของกรมป่าไม้ , เจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด , กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 2 , และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่
สำหรับชุดปฏิบัติการ จะทำหน้าที่เข้าไปตรวจสอบรีสอร์ตทั้งที่ 22 จุด ที่ได้รับอนุมัติหมายศาลจังหวัดเข้าไปตรวจสอบเอกสารสิทธิถือครองพื้นที่
ทั้งนี้ เพื่อสำรวจว่า ผู้ที่ใช้ประโยชน์อยู่ในพื้นที่มีหลักฐานการถือครองที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าไม่มีหลักฐานเอกสารสิทธิมายืนยัน ทางชุดปฏิบัติการก็จำเป็นที่จะต้องแจ้งความเอาผิดกับทางผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้นๆ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา พร้อมกับตรวจสอบพื้นที่ว่าถูกบุกรุกหรือปรับสภาพพื้นที่จนได้รับความเสียหายมาน้อยขนาดไหน และรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำส่งยังคณะกรรมการชุดที่ 3 ที่จะเป็นชุดเยียวยาแก้ไข เพื่อกำหนดแนววิธีที่จะฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาคงสภาพป่าเช่นดังเดิม
อย่างไรก็ตาม กระบวนการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ หลังจากที่ทางศาลจังหวัดนครราชสีมา อนุมัติหมายศาลให้สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่รีสอร์ตทั้ง 22 จุดเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ซึ่งเขาเองยังไม่สามารถระบุได้ว่า กระบวนการในส่วนนี้จะเสร็จสิ้นในเวลาใด เพราะทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ที่ได้ออกมาดำเนินการตรวจสอบรีสอร์ตทั้ง 22 จุด ในครั้งนี้ ถือเป็นคำสั่งโดยตรงจากทางกรมป่าไม้ ที่เร่งรัดให้มีการดำเนินการ โดยเบื้องต้นทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จะเข้าทำการตรวจสอบรีสอร์ตที่พัก ที่เป็นจุดเด่นสังเกตได้ง่าย และมีหลักฐานมากพอว่า พื้นที่เหล่านั้นเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ที่ไม่น่าจะเป็นพื้นที่ที่มีการออกเอกสารให้ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน โดยอาศัยหลักฐานเป็นภาพถ่ายทางอากาศและแผนที่แสดงพิกัดอาณาเขตของป่าสงวนแห่งชาติ เป็นที่ตั้ง ซึ่งก็พบว่ามี 22 จุด ที่จะต้องเร่งเข้าไปตรวจสอบโดยเร่งด่วน โดยทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ ต.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยรอบเขตอนุรักษ์ป่าเขาแผงม้า
ทั้่งนี้ ยืนยันว่า การดำเนินการในครั้งนี้ ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา จะดำเนินการในเฉพาะ 22 จุดดังกล่าวเท่านั้น ยังไม่มีการตรวจสอบหรือดำเนินการในพื้นที่อื่นๆแต่อย่างใด เพื่อเป็นแนวปฏิบัตินำร่อง ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่อื่น ๆ ที่เข้าข่ายในลักษณะดังกล่าวนี้ทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา จนถึงทั่วประเทศต่อไป
นายสุเทพ ยืนยันว่า การที่เลือกตรวจสอบเฉพาะรีสอร์ต 22 จุดในครั้งนี้นั้นไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตนี้แต่อย่างใด แต่ที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนก็เนื่องมากจากรีสอร์ตที่พักทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่ที่พื้นที่ที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่า น่าจะเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติค่อนข้างชัดเจน
แต่ทั้งนี้ทางสำนักจัดกรทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ยังไม่ได้ปักใจหรือตั้งข้อกล่าวหาว่า รีสอร์ตที่พักทั้ง 22 จุดดังกล่าว บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพียงแต่เป็นข้อสันนิษฐานตามเอกสารหลักฐานที่ทางกรมป่าไม้ถืออยู่เท่านั้น
ลั่น พร้อมให้พิสูจน์สิทธิ์ โดยต้องแสดงโฉนด หรือ สค.1 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากว่า ในส่วนนี้ทางเจ้าของหรือผู้ประกอบการรีสอร์ตที่พักมีเอกสารหลักฐานที่สามารถยืนยันว่า เป็นเจ้าของพื้นที่จริงทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นโฉนดที่ดิน หรือหลักฐานการบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค.1)ที่ทางกรมที่ดินออกให้เท่านั้น และหากไม่มีเอกสารดังกล่าว ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 ก็จะต้องดำเนินการทางกระบวนการทางกฏหมายอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจรัฐอย่างมาก
อช. ลุย ติดประกาศ รื้อถอน 25 รีสอร์ต
ขณะที่ในส่วนของการดำเนินการของอุทยานแห่งชาติทับลาน ในการดำเนินการออกติดป้ายประกาศอุทยานฯ สั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในจุดที่ยังมีการใช้ประโยชน์ ในรีสอร์ตที่พัก ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา และปราจีนบุรี โดยอาศัยอำนาจในมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งจาการตรวจสอบพบว่ามีรีสอร์ตที่พัก ที่ทางอุทยานแห่งชาติได้ฟ้องร้องดำเนินคดีตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 ที่ผ่านมา ยังคงมีการใช้ประโยชน์ในลักษณะดังกล่าวอยู่รวม 53 แห่งนั้น
นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ล่าสุดขณะนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้นำประกาศดังกล่าวไปติดตั้งยังรีสอร์ตที่พักดังกล่าวแล้วรวม 25 แห่ง และขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมเอกสารตามประกาศอุทยานฯ เพื่อเข้าดำเนินการเพิ่มเติมจนครบ 53 แห่ง ซึ่งคาดว่า จะเริ่มดำเนินต่อได้ภายในวันที่ 9 ส.ค.2554 นี้ หลังจากที่ต้องหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง เนื่องจากมีการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และเขาเองต้องไปชี้แจงข้อมูลต่างๆ จึงทำให้กระบวนการดำเนินการในส่วนนี้หยุดไปก่อน



