
ตั้งกก.ตรวจสอบผู้เสนอชื่อเป็นกสทช.
วุฒิสภาตั้งกก.ตรวจสอบประวัติผู้เสนอชื่อเป็น กสทช. ไม่สนคำท้วงติง กรรมการสรรหา กสทช. เป็นองค์กรที่ไม่มีกฎหมายรับรอง, มีผลประโยชน์ทับซ้อน
(8 ส.ค.54) ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญทั่วไป โดยมี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม มีการพิจารณาเรื่องด่วน การเลือกกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 11 คน จากบัญชีรายชื่อผู้สมควรเป็น กสทช.จำนวน 44 คน
พล.อ.ธีรเดช แจ้งว่า ตามมาตรา 17 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 กำหนดว่า วุฒิสภาต้องเลือกให้แล้วสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ได้รับบัญชีรายชื่อจากเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาได้รับบัญชีวันที่ 14 ก.ค. ดังนั้นจะครบกำหนดวันที่ 11 ก.ย.
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการอภิปรายในประเด็นเสนอเลื่อนการพิจารณาวาระดังกล่าวออกไป เพราะมีการร้องเรียนถึงการสรรหาที่ไม่โปร่งใส เพราะกรรมการคัดเลือก กสทช.ส่วนใหญ่มาจากองค์กรที่ไม่ถูกจัดตั้งตามกฎหมาย อาทิ นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา เสนอให้เลื่อนวาระการประชุมออกไป 1 สัปดาห์
เพื่อให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาชี้แจงในประเด็นที่สังคมกังขา อาทิ คณะกรรมการสรรหา 8 คนไม่ใช่นิติบุคคล และไม่มีพ.ร.บ.จัดตั้งองค์กร, มีผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้รับการสรรหาเป็นกรรมการสรรหา เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความความโปร่งใสต่อสาธารณะ
นายธวัช บวรวนิชยกูร ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในกระบวนการได้มาซึ่งกรรรมการองค์กรอิสระที่กำกับดูแลความถี่ มีผู้พยายามหาเงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้ กสทช.ไม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เหมือนในอดีต คือ กสช. และกทช. เพราะต้องการให้มีการจัดสรรความถี่กันเองโดยรัฐอนุญาต ซึ่งทำให้เป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาล
"ตนเห็นว่าวุฒิสภามีหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ แต่การตรวจสอบกระบวนการสรรหาไม่ใช่หน้าที่วุฒิสภา ซึ่งหากกระบวนการสรรหามีปัญหา ก็เป็นเรื่องที่ศาลปกครองจะพิจารณา จึงไม่จำเป็นต้องเลื่อนการตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ แต่สามารถทำคู่ขนานไปได้ เพราะเวลามีจำกัด หากเลยเวลาไปแล้วเป็นหน้าที่ ครม.สามารถตั้ง กสทช.11 คน ซึ่งเป็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน" นายธวัช กล่าว
ด้านนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ เพราะยิ่งเจอกรณีแบบนี้ยิ่งต้องตรวจสอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเชิงลึก นอกจากนี้ ยังมี ส.ว.บางรายไปร้อง ป.ป.ช. กรณี กทช.ก่อนหมดวาระ ได้อนุมัติงบ 84 ล้านบาท ให้บางส่วนในวุฒิสภาไปทำกิจกรรม ซึ่งมี กทช.มาเข้ารับการสรรหาเป็น กสทช.ด้วย
เมื่อวุฒิสภาอยู่ในฐานะเป็นคนเลือกแล้วไปรับเงิน จึงเป็นประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้นใครอ้างชื่อวุฒิสภาไปทำผิดต้องถูกลงโทษ ส่วนการตรวจสอบกระบวนการสรรหาควรเป็นหน้าที่ศาลปกครอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ประชุมอภิปรายนาน 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่ประชุมเห็นชอบ 98 ต่อ 29 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ให้วุฒิสภาดำเนินการตามระเบียบวาระ
จากนั้นที่ประชุมมีมติตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติความประพฤติและจริยธรรมผู้ได้รับการเสนอชื่อ จำนวน 25 คน อาทิ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายสมชาย แสวงการ พล.อ.ชูชาติ สุขสงวน นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา
นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา กำหนดเวลาพิจารณา 25 วัน ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า กมธ.ส่วนใหญ่มาจากฝั่งสาย ส.ว.สรรหา ซึ่ง กมธ.ได้นัดประชุมนัดแรกในช่วงเย็นวันที่ 8 ส.ค.ทันที
วุฒิสภาฯ เดินหน้าเลือก กสทช. ไม่สนเรื่องร้องเรียน
พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา กล่าวก่อนการประชุมวุฒิสภา ถึงการเลือกกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีคนท้วงติงในประเด็นการสรรหา ว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. ส่วนใหญ่มาจากองค์กรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายว่า กระบวนการดังกล่าวถือว่าผ่านไปแล้ว ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ
ส่วนขั้นตอนขณะนี้วุฒิสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ จำนวน 44 คน
เบื้องต้น วุฒิสภา ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด คือ 60 วันนับตั้งแต่ได้รับชื่อ ซึ่งจะครบในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ดังนั้นวุฒิสภาเราจะทำหน้าที่



