
'อภิสิทธิ์'หนุน'วิเชียร'นั่งผบ.ตร.ต่อ
"อภิสิทธิ์"ยังหนุน"วิเชียร"นั่ง ผบ.ตร.ชี้หากดัน"เพรียวพันธ์"เสียบแทนต้องแจงสังคมให้ได้ เตือนรัฐบาลใหม่อย่าเน้นแค่กระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องดูเงินเฟ้อ-เสถียรภาพสถาบันการเงินควบด้วย โยนสรรพากรแจงเหตุผลคืนภาษี "โอ๊ค-เอม" ข้องใจรัฐบาล"พท." ไร้คนคุม ศก. ทั้งๆที่ชูเป
8 ส.ค.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะปรับให้พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.มาดำรงตำแหน่งแทนว่า พล.ต.อ.วิเชียร ยังทำงานเรียบร้อยดี หากมีการเปลี่ยนแปลงต้องมีคำอธิบายว่าเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร ขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ หากวิพากษ์วิจารณ์ออกไป คงไม่เป็นธรรม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าเรื่องนี้ยังเป็นกระแสข่าวอยู่ จริงหรือไม่ยังไม่มีใครทราบ ดังนั้นต้องระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเรื่องนี้บุคคลที่จะตัดสินใจต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และกับตำแหน่งบางตำแหน่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะดำเนินการง่ายๆ ต้องมีกระบวนการตามกฎหมาย พร้อมความเห็นชอบจากฝ่ายต่างๆ
ทั้งนี้ข้าราชการหลายท่านเป็นข้าราชการตามวิชาชีพ มีหน้าที่สนองนโยบายรัฐบาล ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ก็อยากให้รัฐบาลใช้งานเขา แต่ถ้ามีปัญหาว่าไม่สามารถสนองนโยบายได้ หรือมีปัญหาจริงก็ต้องอธิบายได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ที่สำคัญคือคนที่จะมาแทนก็ต้องอธิบายได้ว่าจะสามารถมาทำงานนี้ได้ดีกว่าคนเก่า
เตือนรัฐบาลใหม่อย่าเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา12.00น.นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาเตือนรัฐบาลชุดใหม่ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจกระทบกับเศรษฐกิจระยะยาวว่า การตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินการคลังจะต้องดูภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้มีความห่วงใยเรื่องสถานการณ์หนี้สินในต่างประเทศซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในระยาวได้
ดังนั้นจึงต้องกำหนดนโยบายให้รอบคอบและพร้อมที่จะรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายที่สมดุลระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง ทั้งนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่ความสำคัญลำดับที่หนึ่ง ยังมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อและเสถียรภาพ ถ้าจะมีการลงทุนต้องมีความชัดเจนว่าเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนระยะยาว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้จะมีการกำหนดเพดานหนี้สาธารณะแต่หากนโยบายยังเป็นเช่นนี้จะทำให้เกิดปัญหาหนี้ทะลุเพดานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นโยบายใหม่หลายเรื่องอาจไม่ใช้งบประมาณ แต่อาจใช้วิธีให้สถาบันการเงินของรัฐเป็นผู้ออกเงิน และอาจจะนำมาบรรจุในงบประมาณในอีกหลายปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นต้องดูว่าจะกระทบกับหนี้สาธารณะ และกรอบการขาดดุลงบประมาณอย่างไร
ส่วนการใช้เงินนอกงบประมาณจะกระทบเสถียรภาพสถาบันการเงินของประเทศอย่างไรนั้น ต้องดูว่าเงินที่จ่ายไปจ่ายไปในลักษณะใด และได้กลับคืนมาหรือไม่ ในกรอบเวลาเท่าใด รวมถึงมีความเสี่ยงมากน้อยขนาดไหน ทั้งนี้ยังไม่เห็นตัวนโยบายที่เป็นทางการ คงต้องรอก่อนถึงจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ได้
โยนสรรพากรแจงเหตุผลคืนภาษี"โอ๊ค-เอม"
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรคืนเงินให้กับนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตรว่า ในคดีการถือครองหุ้นชินคอร์ป ว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ก็ต้องว่าไปตามการะบวนการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบเหตุผลถึงสาเหตุการดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดียังไม่สิ้นสุดแต่เหตุใดหน่วยงานรัฐถึงไม่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้เขาชี้แจง ว่าถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว จะเรียกเก็บเงินส่วนนี้กับผู้อื่นหรือไม่ เพราะคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกรณีเงินที่พึงจะเสียภาษีแต่กลับไม่มีใครเสีย เช่นเดียวกับในทางกลับกันที่จะมีคนเสียมากกว่า 1คน คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องตัดสินใจว่าจะให้ใครเสีย
ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของกรมสรรพากรในขณะนี้ ที่แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้เคยสอบถาม ซึ่งได้ข้อมูลว่ายังเป็นปัญหา ที่เห็นไม่ตรงกันในข้อกฎหมาย รมว.คลังก็ต้องชี้แจง
เมื่อถามต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เป็นการรองรับอำนาจที่กำลังจะเปลี่ยนมือหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องชี้แจง การกระทำเช่นนี้ต้องมีหลักอ้างอิงได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยง ต่อการถูกดำเนินการเสียเอง
ข้องใจรัฐบาล"เพื่อไทย"ไร้คนคุม ศก.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่บุคคลภายนอกต่างปฏิเสธ ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า เท่าที่เห็นบางท่าน อาจต้องการดูแลกระทรวงต่างๆทั้งหมด คงเป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองยังตอบสนองไม่ได้
แต่ประเด็นที่สงสัยคือเรื่องเศรษฐกิจ ที่เป็นนโยบายหลักในการหาเสียงนั้น ความจริงพรรคเพื่อไทยน่าจะมีบุคคลที่ทำหน้าที่นี้มา ในกรณีที่รู้ว่านโยบายที่จะทำคืออะไร เหตุใดไม่ให้คนเหล่านั้นมารับผิดชอบงาน
ผบ.ตร.ไม่วิตกข่าวโดนเด้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีกระแสข่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว จะเข้ามา โยกย้ายข้าราชการประจำ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งปัจจุบันมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ดำรงตำแหน่งอยู่ และเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ฝ่ายกิจการพิเศษ ซึ่งเป็นพี่ชายของอดีตภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งแทน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยเชื่อว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มีสิทธิ์ที่จะดำรงตำแหน่งแทน เพราะยังมีอายุราชการอีก 1 ปี (เกษียณ 30 ก.ย. 2555) ในขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร จะเกษียณอายุราชการ ในปี 2556 และเพื่อไม่ให้เป็นการมองว่า ถูกเด้ง
เนื่องจาก พล.ต.อ.วิเชียร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันขันแข็ง และมีผลงานที่จับต้องได้ จะโยก พล.ต.อ.วิเชียร ไปดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแทนการไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.วิเชียร มีภารกิจประชุมเรื่องงบประมาณ ในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายจะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่เชียงราย เพื่อติดตามการปราบปรามยาเสพติด โดยผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งได้รอ พล.ต.อ.วิเชียร จะขึ้นรถประจำตัวออกไปปฏิบัติราชการ ที่หน้าอาคาร 1 เพื่อสอบถามถึงกระแสข่าวดังกล่าว โดยทันทีที่ พบเห็นผู้สื่อข่าว พล.ต.อ.วิเชียร มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีวิตกกับกระแสข่าวดังกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนจะถามผู้สื่อข่าวว่า วันนี้จะถามเรื่องอะไรดี ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนผบ.ตร. พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวสั้น ๆ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม และเดินขึ้นรถไปทันที



