ข่าว

ยอมค้ำเงินกู้400ล.แอร์พอร์ตลิงค์

ยอมค้ำเงินกู้400ล.แอร์พอร์ตลิงค์

08 ส.ค. 2554

สบน.ถก ร.ฟ.ท.แก้ปัญหาแอร์พอร์ตลิงค์ ยอมค้ำเงินกู้ให้ปีเดียว 400 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องชั่วคราว แลกทำแผนหารายได้เพิ่มใหม่ ชี้ต้องปรับการเดินรถไฟ 2 ขบวนใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารรถด่วน เปิดทางกู้เงินหากจำเป็นต้องลงทุนซื้อขบวนรถไฟเพิ่มอีก 2-3 พันล้าน

           นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยภายหลังหารือกับนายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ผู้บริหารโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์) เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของแอร์พอร์ตลิงค์ว่า ผู้บริหารบริษัทรถไฟฟ้าฯ ได้นำแผนการหารายได้และปริมาณผู้โดยสารมาเสนอ ซึ่งมองว่ายังเป็นแผนที่ไม่ชัดเจน

            "โดยเฉพาะการปรับปรุงการให้บริการเพื่อหารายได้เพิ่ม จึงขอให้บริษัทรถไฟฟ้าฯ ไปทำแผนให้ชัดเจนขึ้น เพื่อแลกกับการค้ำประกันเงินกู้มาใช้เสริมสภาพคล่องให้แอร์พอร์ตลิงค์ช่วง 1 ปีนี้ จำนวน 400 ล้านบาท ส่วนเงินกู้ที่เหลือในปีถัดๆ ไปค่อยมาพิจารณาในภายหลัง" นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

            ทั้งนี้ จากข้อมูลที่นำมาเสนอพบว่า ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายเอ็กซ์เพรส ไลน์ หรือรถด่วน มีรถวิ่งขณะนี้จำนวน 3 ขบวน มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 2,000 คน ขณะที่สายซิตี้ ไลน์ ซึ่งเป็นรถธรรมดามีวิ่งเพียง 4 ขบวน เฉลี่ยผู้โดยสารวันละ 3-4 หมื่นคน มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จึงเสนอแนะให้มีการปรับการเดินรถระหว่างรถไฟฟ้า 2 ขบวนให้มีความสอดคล้องกัน เพราะปัจจุบันสายด่วนจะวิ่งทิ้งห่างกันถึง 40 นาที จากเดิมที่เคยวิ่งทุก 20 นาที เพื่อต้องการลดต้นทุนการเดินรถ ทำให้ยิ่งมีปริมาณผู้โดยสารลดลงจนบางเที่ยวแทบจะวิ่งรถเปล่า จึงอยากให้ปรับเวลาห่างกันเหลือ 15 นาที ให้มีระยะห่างกับสายธรรมดาที่วิ่งทุก 30 นาทีไม่มากนัก เพื่อดึงให้ผู้โดยสารกลับมาใช้บริการให้มากขึ้น

            นอกจากนี้ แผนหารายได้ที่รถไฟเสนอมายังไม่มีความชัดเจน เช่น การหารายได้จากค่าเช่าพื้นที่ โดยเฉพาะสถานีมักกะสันที่ลงทุนไป 4,000 ล้านบาท แต่ผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ที่ได้กลับคืนมาน้อยมาก แม้แต่สายการบินต่างๆ ก็ถอนตัวออกไปหมด เพราะมีผู้มาใช้บริการเช็กอินแค่วันละ 20 คนเท่านั้น จึงขอให้ไปปรับปรุงพื้นที่ในส่วนนี้ใหม่ ส่วนการปรับปรุงการเชื่อมโยงระบบการเดินรถของสายธรรมดากับสายด่วนนั้น อาจต้องลงทุนด้านซอฟต์แวร์เพิ่ม ซึ่งสบน.พร้อมจะหาเงินทุนใหม่อยู่แล้ว แต่ทางรถไฟชี้แจงว่า เป็นเรื่องของนโยบายที่ให้มีสายด่วนกับสายธรรมดาแยกกันวิ่ง จึงขอนำไปหารือกับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงก่อน

            อย่างไรก็ตาม สบน.พร้อมจะทำตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ระบุให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้การรถไฟฯ เพื่อปล่อยกู้ต่อเสริมสภาพคล่องให้แอร์พอร์ตลิงค์ในช่วงดำเนินงานระยะแรกที่จะประสบปัญหาขาดทุน แต่ทางแอร์พอร์ตลิงค์ต้องมีแผนหารายได้และลดการขาดทุนที่ชัดเจนด้วย ซึ่งยังไม่รวมแผนการลงทุนและจัดซื้อขบวนรถไฟเพิ่ม โดยส่วนนั้นต้องใช้เงินอีก 2-3 พันล้านบาท หากมีความจำเป็นและมีแผนงานที่ชัดเจนทาง สบน.ก็พร้อมจะจัดหาเงินกู้เพิ่มเติมให้