
สางแรงงานเถื่อน-ยาบ้ารับชุมชนอาเซียน
จี้สางปัญหาแรงงานเถื่อน-ยาเสพติด-ภัยพิบัติ รองรับประชาคมอาเซียนปี2558 : โต๊ะรายงานพิเศษ รายงาน
การเปิดเสรีการค้าในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ หรือกลุ่มอาเซียน ซึ่งจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2558 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า ถือเป็นความหวังสำคัญของคนในภูมิภาคว่าจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจและสังคมในประเทศสมาชิกเจริญรุดหน้า หลายประเทศในกลุ่มสมาชิกประชาคมอาเซียนได้จัดเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ไว้รองรับ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย
ล่าสุด พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานคณะกรรมการจิตวิทยาแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ยงยศ คงแถวทอง รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ในฐานะประธานอนุกรรมการประสานงานภายในประเทศ (อปน.) นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชน ไปรับทราบภาพรวมในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน โดยเลือกลงพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต เพราะถือเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนในย่านนี้
ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมพบว่า ยังมีปัญหาความไม่พร้อมอีกหลากหลายประการ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวต้องดำเนินการปรับแก้เพื่อยกระดับจังหวัดภูเก็ตให้พร้อมรับกับสถานการณ์ต่างๆ ก่อนที่การเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนจะเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2558
“ชัยวัฒน์ เทพี” ปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ.2510 มีการจัดตั้งประชาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เพื่อเร่งรัดความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาค ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2535 มีการขยายกรอบความร่วมมือในกลุ่มประเทศสมาชิกโดยการเปิดเสรีทางการค้า มีการใช้มาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรในอัตราต่ำสุดเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศกลุ่มสมาชิก
"ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เป็นต้นมามีการลดภาษีอากรในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ.2553 ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียนตั้งแต่เริ่มแรกมีการเปิดเสรีการค้ากันอย่างสมบูรณ์แบบคือลดการจัดเก็บภาษีสินค้าระหว่างกันเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปีพ.ศ.2558 เป็นต้นไปสมาชิกใหม่อีก 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะลดอัตราการจัดเก็บภาษีลงเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ซึ่งจะทำให้การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบ จะทำให้ประเทศสมาชิกใช้ตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายอย่างเสรี 5 สาขา คือ สินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งระบบ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน" ปลัดจังหวัดภูเก็ตกล่าว
มุมมองของ "ชัยวัฒน์" ยังเห็นว่า ภูเก็ตยังขาดความพร้อมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งปรับแก้ ก่อนการค้าเสรีจะมาถึง โดยต้องเร่งเพิ่มมูลค่าด้านบริการและท่องเที่ยว เร่งให้ความรู้ผู้ประกอบการ เร่งขยายโครงข่ายการคมนาคมให้รองรับการเป็นจังหวัดศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนาคต นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติ ต้องเร่งแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพราะขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในภูเก็ตสูงถึง 2 แสนคน ขณะที่มาลงทะเบียนไว้เพียง 3.3 หมื่นคนเท่านั้น ซึ่งกำลังสร้างปัญหาให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ประการสุดท้ายคือยาเสพติดที่ปัจจุบันภูเก็ตเป็นแหล่งพักยาสำคัญก่อนที่จะกระจายต่อไปในจังหวัดอื่นๆ ของภาคใต้ ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไขจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต
ด้าน “ศิริชัย ศิลปอาชา” ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต วิเคราะห์ว่า หลังเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน ประชาชนในประเทศสมาชิกจะเดินทางข้ามประเทศอย่างสะดวก จะทำให้แรงงานต่างด้าวราคาถูกทะลักเข้ามาพำนักในประเทศไทยจำนวนมาก ขณะที่แรงงานฝีมือในประเทศจะทะลักออกไปยังต่างประเทศ ขณะที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เกิดปัญหาการแย่งงานจากคนไทย อีกทั้งการลงทุนทางธุรกิจสามารถเคลื่อนย้ายไปในประเทศใดก็ได้ในภูมิภาค ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศอื่น เพราะจนถึงขณะนี้แทบไม่เห็นว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังกับการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มประชาคมอาเซียนแต่อย่างใด
"ศิริชัย" บอกด้วยว่า ประเทศที่จะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้าครั้งนี้มากที่สุดคือ สิงคโปร์ เพราะได้วางรากฐานระบบการจัดการที่ดีมานาน รองลงมาคือมาเลเซีย บรูไน เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว ส่วนไทยอยู่เกือบรั้งท้าย เหนือเพียงฟิลิปปินส์ และพม่า เท่านั้น ซึ่งไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อม ไม่เช่นนั้นก็จะเสียเปรียบประเทศอื่น
“ศิริชัย” บอกว่า หากเราต้องการรับมือการเปิดเสรีทางการค้า รัฐบาลจะต้องเตรียมการเพื่อรับมือ โดยต้องเร่งปรับระบบการบริหารราชการ เพื่อดึงดูด ค้นหา คนเก่งเข้าสู่ระบบ มีการเพิ่มค่าตอบแทนผู้บริหารประเทศเช่น นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงผู้บริหารบริษัทเอกชน 2.ให้ตั้งคณะทำงานโดยมีตัวแทนจากพาณิชย์จังหวัดและทีมงานจากหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมท่องเที่ยว ภาคประชาชน และอาจารย์มหาวิทยาลัย
ขึ้นมาทำหน้าที่ วิเคราะห์ภาพรวมการเปิดเสรีทางการค้า วิเคราะห์กฎระเบียบรูปแบบปฏิบัติที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และปรับขั้นตอนการทำงาน ให้เกิดประสิทธิภาพก่อนจะนำไปใช้ รวมทั้งให้ติดตามปรับเปลี่ยนแผนงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะที่ผู้ประกอบการ "ศิริชัย" กล่าวว่า จะต้องเตรียมรับมือกับการเปิดเสรีทางการค้าเช่นกัน โดยต้องเตรียมทุน เตรียมคนไว้ให้พร้อม ต้องค้นหาโอกาสทางธุรกิจ มีการผนึกกำลังเป็นเครือข่ายเพื่อให้เกิดอำนาจการต่อรอง ช่วยเหลือกันในการลดต้นทุน ซึ่งวิธีการนี้ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียงควรรีบดำเนินการ หากทำได้ก็จะก้าวผ่านการเปิดเสรีการค้าของประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 ได้อย่างไร้อุปสรรค



