
ระดมเร่งฟื้นฟูประเพณีอีสานชี้อีก 100 ปีสูญ-ขอนแก่นนำร่อง
ขอนแก่น-ม.ขอนแก่น จับมือเซ็นเอ็มโอยูกับ 4 เทศบาลร่วมโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสาน หวังชูขอนแก่นจังหวัดนำร่องสร้างจิตสำนึกรักประเพณีวัฒนธรรม ชี้อีก 100 ปี วัฒนธรรมอีสานรวมถึงภาษาจะสูญหาย เหตุคนอีสานประหม่าในการพูด
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ลงนามสัญญาโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสาน ร่วมกับ 4 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลบ้านไผ่ เทศบาลเมืองพล และเทศบาลเมืองชุมแพ ที่ห้องประชุมคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา โดย รศ.ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ คณบดีวิทยาลัยการปกครอง ม.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ผ่านมามีภาษาที่สูญหายไปจากโลกแล้วกว่า 6,000 ภาษา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบีบบังคับทางการเมือง วิทยาลัยปกครองท้องถิ่นจึงเห็นความสำคัญของภาษาและวัฒนธรรมอีสานที่มีมายาวนาน และต้องการอนุรักษ์ไว้ เพราะตอนนี้มีงานวิจัยเข้ามาแล้วว่าหากทิ้งไว้ในอีก 100 ปีข้างหน้าคาดว่าภาษาอีสานจะสูญหายไปจากประเทศไทย
โครงการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมอีสาน นอกจากจะเป็นการช่วยสืบทอดให้คงอยู่แล้ว ภาษาและวัฒนธรรมยังเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญในการนำมาประยุกต์ในสินค้าที่ทำรายได้ให้คนในท้องถิ่นจำนวนมหาศาล เห็นได้จากการขายวัฒนธรรมทางอาหารและแฟชั่นของชาวญี่ปุ่นและเกาหลี สำหรับของไทยที่ทำมานานได้แก่ทางเหนือ ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญอย่างหนึ่งที่ดึงนักท่องเที่ยวได้มาก
รศ.ดร.พีรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า หากมองผิวเผินภาษาท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่นอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากดูให้ลึกซึ้งแล้ววัฒนธรรมเหล่านี้สามารถสร้างรายได้และสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้ท้องถิ่น รวมไปถึงการหล่อหลอมสร้างความสามัคคีของคนในพื้นเพเดียวกัน คนอีสานมีจุดเด่นตรงที่เป็นคนขยัน ซื่อสัตย์ ปัจจุบันคนที่ทำงานในกรุงเทพฯ หรือพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน ซึ่งถือได้ว่าคนอีสานสร้างความเจริญให้ประเทศนั่นเอง
วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นกำลังยื่นเรื่องของบสนับสนุนจากสหภาพยุโรป หรืออียู เป็นจำนวนประมาณ 5 แสนยูโร หรือประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อทำวิจัยในการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะนี้เราผ่านการคัดเลือกรอบแรกไปแล้ว ซึ่งมีจำนวนโครงการที่เสนอเข้าไปทั้งหมดจำนวน 97 โครงการ เราติด 1 ใน 19 โครงการ ดังนั้นหากเราสามารถทำได้ จ.ขอนแก่น ก็จะกลายเป็นพื้นที่นำร่องในภูมิภาคอีสานในการฟื้นฟูอนุรักษ์ท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากเทศบาลทั้ง 4 แห่ง เข้าร่วมโครงการ
ด้านนายสุภัฐวิทย์ ธารชัย ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า เทศบาลนครขอนแก่นได้นำวรรณกรรมสินไซที่มีภาพเขียนโบราณที่วัดไชยศรี ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นเรื่องราวของคนในแถบลุ่มน้ำโขงนำเข้ามาบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนในเขตเทศบาลทั้ง 11 แห่ง เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น การปลุกกระแสจิตสำนึกในการรักบ้านเกิด รักภูมิลำเนา สร้างความภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนอีสาน



