ข่าว

โควตาปธ.กมธ.-พท.คว้า19คณะปชป.11

โควตาปธ.กมธ.-พท.คว้า19คณะปชป.11

07 ส.ค. 2554

"เจริญ" เปิดโควตา ปธ.กมธ. พท. คว้า 19 คณะ ปชป. 11 คณะ ภท. 2 คณะ ชทพ.,ชพน,พช. ได้พรรคละ 1 คณะ ยัน กมธ. ที่มีอยู่เหมาะสมแล้วไม่ยุบรวม

           (7ส.ค.) นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เปิดเผยถึงการประชุมตัวแทนของทุกพรรคการเมือง เพื่อหารือถึงการเลือกกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 24 ในวันที่ 8 ส.ค.เวลา 13.30 น. ว่า ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่ทุกพรรคการเมืองต้องเข้ามามีส่วนร่วมเป็น กมธ.ทั้ง 35 คณะ สำหรับสัดส่วนประธานกมธ.นั้น เบื้องต้นได้คำนวณให้เป็นไปตามสัดส่วนของ ส.ส.แต่ละของพรรคการเมือง

           ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย  19 คณะ, พรรคประชาธิปัตย์ 11 คณะ, พรรคภูมิไทย  2 คณะ พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล ได้พรรคละ 1 คณะ ส่วนพรรครักประเทศไทยและพรรคประชาธิปไตยใหม่ รักษ์สันติ และ มาตุภูมิ นั้นมีสัดส่วนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้เป็นประธานกมธ. จึงได้เพียงเป็น กมธ.เท่านั้น

            นายเจริญ กล่าวต่อว่า หากทุกพรรคเห็นตรงกันเรื่อง สัดส่วนประธานคณะกมธ.ก็จะเป็นในส่วนของการเลือกว่าพรรคใดจะได้คณะกมธ.ชุดใดบ้าง ซึ่งประเด็นดังกล่าวตนกังวลว่าจะเกิดข้อถกเถียงกันขึ้นได้ แต่หากสามารถตกลงกันได้ ขั้นตอนต่อไปคือกำหนดจำนวนสมาชิก ว่าแต่ละพรรคได้จำโควต้ากี่คนต่อ 1 กมธ. จากนั้นจะให้ตัวแทนของพรรคการเมืองไปคัดสรรส.ส.เข้ามาดำรงตำแหน่ง เบื้องต้นตนคาดว่าหากสามารถทำได้ไว ในวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งจะมีการประชุมสภาฯ เพื่อกำหนดวันนัดประชุมสภาฯ อาจนำเรื่องการตั้งกมธ.มาพิจารณาและแต่งตั้งได้ทันที

            ผู้สื่อข่าวถามว่าในจำนวนของกมธ. ทั้ง 35 คณะนั้น มีผู้ท้วงติงว่าบางคณะมีงานทับซ้อนกันเช่น กมธ.ปกครอง และกมธ.ปกครองส่วนท้องถิ่น นายเจริญ กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่าการทำงานของแต่ละคณะกมธ.นั้นมีความเหมาะสมแล้ว แต่หากงานตรวจสอบที่อาจมีการเรียกคนมาชี้แจงซึ่งมีความทับซ้อนกัน ผู้ที่มาชี้แจงอาจนำคำชี้แจงจากอีกคณะ มาตอบในอีกคณะได้ ทั้งนี้ขณะนี้สภาฯ มีพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ. จึงคาดว่าไม่มีปัญหา อีกทั้งเร็วๆ นี้จะมีการหารือกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อออกระเบียบในการออกหนังสือเชิญบุคคลมาชี้แจงในคณะกรรมการ

            “ผมมองว่า คณะกรรมาธิการที่ พรรคประชาธิปัตย์มองว่ามีความทับซ้อนเรื่องภารกิจงานและเสนอให้ยุบรวมกันนั้น ไม่มีความจำเป็น ที่สำคัญหากมีการปรับลด จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมสภาฯ เพื่อแก้ไขข้อบังคับการประชุม ซึ่งอาจทำให้การแต่งตั้งกมธ. นั้นล่าช้าเหมือนช่วงที่ผ่านมาได้” นายเจริญ กล่าว