ข่าว

 เงินเดือนขึ้นเงินเก็บไม่ขึ้น

เงินเดือนขึ้นเงินเก็บไม่ขึ้น

07 ส.ค. 2554

เงินเดือนขึ้นเงินเก็บไม่ขึ้น : ไลฟ์สตางค์ โดย ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]

          หลายวันก่อนมีน้องคนหนึ่งเดินมาหา เข้าข่ายขอปรึกษาผสมท้าทายนิดหน่อย อยากได้ไอเดียจากผม เพราะเห็นว่าเขียนเรื่องเงินๆ ทองๆ อยู่

           คุยสักพัก ก็อดดีใจกับเขา น้องสาธยายว่าเงินเดือนขึ้นมาสองเดือนแล้ว เพราะครบรอบปีที่เข้ามาพอดี แถมยังได้เรตดีด้วย จากความรู้ ความสามารถ มีผลงานเข้าตาพี่ๆ ตอนประเมินผล

           ฟังๆ ดู ตอนแรก ทำท่าจะไปได้สวย แต่มาตกม้าตายตรงที่แม้เงินเดือนจะขึ้น แต่เงินเก็บกลับไม่ยักจะขึ้นตาม หนำซ้ำยังยอมรับว่าใช้เงินมากกว่าเดิมด้วย

           ไล่เรียงไปสักพัก ก็พอจับประเด็นได้ พร้อมๆ กับได้ให้ข้อคิดติดมือไป น้องก็สัญญาดิบดีว่าจะไปคิดพิจารณา และลองทำดู เผื่อจะได้ผลดี 

           เลยถือโอกาสนี้ ขออนุญาตน้องเขา เอามาเล่าเป็นข้อคิดกับเพื่อนๆ นักอ่านด้วย ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่ายินดีที่จะเป็นประโยชน์กับคนอื่น

           ค่อยๆ ไล่ไปทีละเรื่องนะครับ

           ฝันได้ แต่อย่าไกลเกิน ผมบอกน้องว่าหลายๆ คนเป็นครับ พอรู้ว่าเงินเดือนจะขึ้น ก็มักจะวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อน ตั้งใจจะอาเงินไปทำโน่นทำนี่ ตอบโจทย์ความฝันหรือสิ่งที่อยากได้

           ผลก็คือสองสามเดือนแรก ดันใช้เกินตัว เกินส่วนต่างของเงินเดือนที่ขึ้น

           หากเป็นระยะสั้นก็โชคดีไป แต่ถ้าเป็นนานๆ แสดงว่าผิดปกติแล้ว แนะให้รีบสอบสวนตัวเอง และหยุดพฤติกรรมที่ว่าให้เร็วที่สุด ก่อนจะสาย

           เงินเพิ่ม รสนิยมไม่ต้องเพิ่ม อันนี้ผมเจอกับตัวครับ เคยเป็นช่วงสามสี่ปีแรกของการทำงาน อาจเพราะรายได้เรายังไม่เยอะ พอเงินมากหน่อย รสนิยมการกินการอยู่ก็ขยับขึ้น

           อยากกินของดีสลับร้านข้างทางบ้าง อยากเที่ยวผับบ้าง อยากมีเอ็นเตอร์เทนให้ตัวเองบ้าง อยากไปเมืองนอกไกลๆ บ้าง

           ผมว่าไม่ผิดครับ เพราะทำงานเหนื่อย ก็ต้องให้ความสุขกับตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตให้หนัก โดยหลงลืมความสุขอีกด้าน

           แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าจากนี้ไป ถ้าต้องทำงานอีกสักยี่สิบสามสิบปี สุขนิยมต้องเพิ่มขึ้นทุกครั้ง อย่างที่ท่านพระอาจารย์ ว.วชิรเมธีเคยสอนไว้น่าฟังมาก “ใจที่รู้จักพอ คือใจที่เป็นสุข” ครับ

           คิดใหม่ ให้เงินเพิ่มคือเงินเก็บ ที่สุดแล้วผมแนะให้ปรับความคิดเสียใหม่ครับ คิดเสียว่าเงินเพิ่ม ไม่ได้มีให้ใช้ แต่มีไว้เพื่อให้เก็บ

           ที่ผ่านมา เงินเท่าเดิมก็อยู่ได้ ถ้ามีงอกขึ้นมา ก็ถือซะว่าเป็นเงินเก็บ เพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่ง และไว้ใช้ในอนาคต หรือเอาไปลงทุนที่ออกดอกผลดีกว่า

           ผมอยากให้คิดว่า หากเกิดฉุกเฉิน ถูกลดเงินเดือนขึ้นมาเมื่อไหร่ เราก็ยังอยู่ได้ เพราะลักษณะนิสัยการกินอยู่ เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

           แต่ถ้าอยากใช้จริงขึ้นมา เสนอให้ใช้ได้ แต่ไม่ต้องเต็มจำนวนเท่ากับส่วนต่างที่ได้เพิ่มในแต่ละเดือน ให้ใช้แค่ครึ่งหนึ่ง แล้วเอาอีกครึ่งหนึ่งมาเก็บออม ทำนองกำขี้ดีกว่ากำตดครับ

           ใครมีไอเดียเจ๋งๆ ที่ทำให้แก้ปัญหาเงินเดือนขึ้น เงินเก็บไม่ขึ้น เขียนมาเล่าให้ฟังที่เมลก็ได้ครับ

           ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ จะได้มาแบ่งปันเพื่อนฝูงครับ