
กิเลนขย้ำเจ้าท่า3-0บุรีรัมย์บดทีเร็กซ์นำโด่งไทยพรีเมียร์
"กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ฟอร์มเฉียบยกพลบุกถล่ม "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก 3-0 ขยับขึ้นรองจ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีก ด้านบุรีรัมย์-พีอีเอ สยบ "ทีเร็กซ์" ขอนแก่น 2-0 นำจ่าฝูงต่อ ส่วนอาร์มี่ ยูไนเต็ด ไล่เจ๊า บางกอกกล๊าส หืด
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2011 เลกสองนัดที่ 18 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม บิ๊กแมทช์อยู่ที่แพท สเตเดี้ยม เป็นศึกแชมป์ชนแชมป์ระหว่าง ”สิงห์เจ้าท่า “การท่าเรือไทย แชมป์ลีกคัพ ทีมล่าสุด และทีมอันดับ 6 ของตารางเจอกับ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก 2 สมัย ทีมอันดับ 3 ท่ามกลางแฟนบอลเต็มความจุของสนาม และเจ้าถิ่นวางกำลังรักษาความปลอดภัยให้แฟนบอลทั้ง 2 ทีมอย่างเข้มข้น
เกมนัดนี้เจ้าบ้านขาดนายทวารมือ 1 มุนเซ อุลริช ติดโทษแบน ส่ง วัลลภ แซ่จิ๋ว นายทวารมือ 3 ลงเฝ้าเสาให้ แต่แข้งตัวหลักๆ อยู่กันครบทั้ง มาริโอ ดาซิลวา กองหลัง, สตีเฟน ร็อบ, คิม บาวี 2 กองกลาง และกองหน้า จาค็อบ ส่วนทีมเยือนไร้ ดัสกร ทองเหลา กองกลางติดโทษแบน และ 2 แนวรับ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ กับ ภานุพงษ์ วงษ์ศา ที่ไม่สมบูรณ์โดยมี ร็อบบี ฟาวเลอร์ ดาวยิงค่าตัวแพงเป็นตัวสำรอง
เริ่มเกมมาได้ 2 นาที ทีมเยือนได้ทักทายก่อนจากลูกโขกของ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว แต่ วัลลภ แซ่จิ๋ว ยังไวพอที่จะปัดออกหลังไปได้ จากนั้นเมื่อสายฝนเริ่มกระหน่ำเกมของทั้งคู่ยังเล่นกันสนุก กระทั่งเกมเปลี่ยนในนาที 39 เพราะการท่าเรือไทยต้องเหลือแค่ 10 คนเมื่อ ศิวกร จักขุประสาท ที่โดนเหลืองไปก่อนหน้านี้ไปสอย จักรพันธ์ พรใส เป็นใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนาม แต่นาทีสุดท้ายครึ่งแรก กองเชียร์การท่าเรือไทยเกือบได้เฮ เมื่อ สตีเฟน ร็อบ เปิดจากขวามาเข้าหัว เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ โขกเหน่งๆ แต่บอลไปเข้าหน้าต่างครึ่งแรกเสมอกัน 0-0
ครึ่งหลังเมืองทองฯ โหมบุกหนัก นาที 52 ก็ได้ประตูขึ้นนำ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิ่งให้ ปิยพล บรรเทา ซัดตุงตาข่าย อีก 2 นาทีทีมเยือนหนีห่าง 2-0 จากปิยพลคนเดิมที่พุ่งโขกซ้ำ เมื่อเสีย 2 ประตูใน 2 นาที การท่าเรือไทยยังไม่ท้อพยายามเปิดเกมสู้แต่เกมรุกไม่ไหลลื่น จากนั้นนาที 62 เมืองทองฯ ส่ง ร็อบบี ฟาวเลอร์ ลงแทน จักรพันธ์ พรใส กระทั่งท้ายเกมนาที 90 เมืองทองฯ มาได้ประตูปิดท้ายจาก คริสเตียน คัวคู จบเกมเมืองทองชนะ 3-0 เตะ 18 นัด มี 37 แต้ม ขยับไปเป็นรองจ่าฝูงแทนชลบุรี ที่มีคิวเยือน ทีโอที ในวันที่ 7 สิงหาคม
ส่วนที่สนาม อบจ.สระบุรี “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ทีมอันดับ 8 เปิดบ้านพบ "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 เกมนี้ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยพร้อม สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ เดินทางมาชมเกมถึงขอบสนาม ครึ่งแรกเจ้าถิ่นลุยหนักแต่ยังเจาะไม่เข้าแถมนาที 40 กลับเป็นฝ่ายเสียประตูเมื่อ ประทุม ชูทอง ก้มโหม่งสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง พัทยา ยูไนเต็ด พลิกนำ 1-0
ครึ่งหลังกองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮลั่นเมื่อ สุรเดช ธงชัย ขึ้นขวิดบอลตีเสมอนาที 56 จากนั้นสถานการณ์พลิกกลับมาเป็นโอสถสภาที่บุกหนัก จนถึงนาที 82 พีนา ควบไปเอาบอลทางซ้ายเปิดย้อนมาถึงกรอบเขตโทษอีกฝั่ง คาตาโนะ เติมขึ้นมาจับบอลกดเต็มเท้าขวาพุ่งเสียบใต้คาน กลายเป็นประตูชัยให้โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี แซงชนะ 2-1
ที่สนามกีฬากองทัพบก “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 10 ทำศึกบิ๊กแมทช์กับ “บีจี” บางกอกกล๊าส ทีมอันดับ 4 นัดนี้ถือเป็นการวัดความคมของดาวซัลโวสูงสุด 12 ประตูเท่ากันของ เลอันโดร ดอส ซานโตส ศูนย์หน้าเจ้าถิ่น และ “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี หัวหอกทีมเยือน ขณะที่ ปีเตอร์? แลง นักเตะลูกครึ่งไทย-สวิสได้ลงให้ทีมเยือนด้วย
เปิดเกมมาแค่ 14 นาที ซารุตะ ฮิโรโนริ กระชากบอลหลุดไปถึงสุดหลังฝั่งขวาแล้วเปิดมาให้ ชาตรี ฉิมทะเล เทกขึ้นโขกบอลตุงตาข่ายให้บีจีออกนำ 1-0 และเป็นสกอร์เดียวในครึ่งแรก ครึ่งหลังนาที 68 เลอันโดร ดอส ซานโตส หลุดเข้าไปยิงเรียดหน้าเขตโทษ กฤษณะ กลั่นกลิ่น นายประตูบีจีพุ่งปัดปลายมือบอลไปเข้าทาง นิพนธ์ คำทอง ตามซ้ำเผาขนไม่เหลือซากตีเสมอเป็น 1-1 เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเลยแบ่งกันไปละแต้ม อาร์มี่ขยับไปอยู่อันดับ 9 ส่วนบีจีอยู่ที่เดิม
ที่ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม เป็นเกมอีสานดาร์บี้แมทช์ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์-พีอีเอ ทีมนำจ่าฝูงพบ “ทีเร็กซ์” ขอนแก่น ทีมรองบ๊วย เขี่ยบอลเล่นมาแค่ 14 นาที จักรพันธ์ แก้วพรม ซัดให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ถัดไปนาที 28 สุเชาว์? นุชนุ่ม ยิงให้บุรีรัมย์หนีห่าง 2-0 ในครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม “ปราสาทสายฟ้า” ชนะ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 45 แต้มนำโด่งจ่าฝูงต่อไป ขณะที่ขอนแก่นจมอยู่รองบ๊วย
ที่ซูซูกิ สเตเดี้ยม “บลูมาร์ลิน” ศรีราชา-ซูซูกิ ทีมอันดับ 16 ต้อนรับการมาเยือนของ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ-เมืองไทย ทีมอันดับ 5 เกมครึ่งแรกสกอร์ยัง 0-0 ครึ่งหลังลงมาเล่นได้แค่ 3 นาที อรรถพงษ์ หนูพรหม ยิงให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 ท้ายเกมนาที 83 วุฒิชัย ทาทอง ยิงตีเสมอให้ศรีสะเกษเป็น 1-1 ก่อนจบเกมแบ่งกันทีมละ 1 แต้ม ศรีราชาอันดับไม่เปลี่ยน แต่ศรีสะเกษตกไปอันดับ 6
ส่วนผลฟุตบอลดิวิชั่น 1 ไทยฮอนด้า ชนะ ราชประชา ไทยแลนด์ 2-1 บางกอก แพ้ สมุทรปราการ ศุลกากร 1-2 แคชทูเดย์ จันทบุรี ชนะ ปตท.ระยอง 2-1 เชียงใหม่ ชนะ สระบุรี 1-0
ขณะที่ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ภาคเหนือ พะเยา เสมอ อุตรดิตถ์ หมอเส็ง 1-1 เพชรบูรณ์ แพ้ กำแพงเพชร 0-3 พิจิตร เสมอ นครสวรรค์ 0-0 แพร่ ยูไนเต็ด ชนะ สุโขทัย 2-0 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย ซิตี้ ชนะ สกลนคร 3-1 อุดรธานี เสมอ มุกดาหาร ซิตี้ 0-0 มาแชร์ ชัยภูมิ ชนะ มหาสารคาม ยูไนเต็ด 1-0 นครราชสีมา ชนะ อุบล ไทเกอร์ 5-0
ภาคกลางและตะวันออก นครนายก แพ้ ปราจีนบุรี ยูไนเต็ด 0-1 กบินทร์ ซิตี้ แพ้ ระยอง 0-9 สมุทรสาคร เสมอ เพชรบุรี 0-0 ม.เกษมบัณฑิต ชนะ กรุงเทพคริสเตียน 1-0 อ่างทอง เสมอ สมุทรปราการ 0-0 ภาค กทม.และปริมณฑล ปราจีนบุรี เสมอ ม.เกษตรศาสตร์ 1-1 จามจุรี ยูไนเต็ด เสมอ กองเรือยุทธการ 0-0 ภาคใต้ กระบี่ ชนะ หาดใหญ่ 1-0 ชุมพร ชนะ ตรัง 3-0



