ข่าว

เปิด22รีสอร์ตกรมป่าไม้รอเข้าตรวจค้น

เปิด22รีสอร์ตกรมป่าไม้รอเข้าตรวจค้น

06 ส.ค. 2554

เปิดรายชื่อ 22 รีสอร์ตวังน้ำเขียว กรมป่าไม้เตรียมนำหมายศาลเข้าตรวจสอบ รองปธ.กรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ จี้ รัฐแบ่งโซนแก้ปัญหาหนุนใช้กม.จัดการบุกรุกป่า ด้าช อช.ทับลาน เมินข่าวลงขันทำร้าย

          ความคืบหน้ากรณีกรมป่าไม้ได้ยื่นหลักฐานเพื่อขอหมายศาลจากศาล จ.นครราชสีมา เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ ที่กรมป่าไม้ระบุว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รวม 22 จุด เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายนั้น

          ล่าสุด นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่นำข้อมูลหลักฐานซึ่งเป็นพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ.2528 พร้อมแผนที่ระบุพิกัด ที่ตั้งของรีสอร์ตและที่พัก ที่เชื่อได้ว่าบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงทั้ง 22 แห่ง เข้ายื่นต่อศาล จ.นครราชสีมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ศาลออกหมายตรวจสอบเคหะสถานให้ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังรอหมายศาลอยู่ 

          ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบแน่ชัดแล้ว ขั้นตอนจากนี้ กรมป่าไม้จะผนึกกำลังกับตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดนของจังหวัดนครราชสีมา นำป้ายประกาศพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ไปปักไว้ยังสถานที่ทั้ง 22 แห่ง ในวันที่ 8-9 ส.ค.54  เพื่อให้เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้ง 22 แห่ง มาแสดงตัว พร้อมกับแสดงเอกสารสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภายใน 45 วัน ซึ่งหากไม่มีจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย 

          "ผมยืนยันว่า กรมป่าไม้ ดำเนินการตามกฎหมาย ตามหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่ได้ไปกลั่นแกล้งหรือรังแกชาวบ้านตามที่ถูกกล่าวหา แต่ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่เองก็จะถูกกล่าวหา และถูกดำเนินคดีในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่"

          สำหรับผลการตรวจสอบพิกัดและภาพถ่ายทางอากาศของกรมป่าไม้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จำนวน 22 แห่ง พบว่าส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทและบ้านพักขนาดใหญ่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโซนซี 21 แห่ง และอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 1 แห่ง ประกอบด้วย

          1.เป็นกลุ่มบ้านพักขนาดใหญ่ไม่ทราบชื่อ

          2.พื้นที่ว่างมีการล้อมรั้วไม่ทราบชื่อ

          3.บ้านพักตากอากาศไม่ทราบชื่อ

          4.เป็นที่ดินว่างเปล่าล้อมรั้วไม่ทราบชื่อ

          5.บ้านทรงหมวกทหารโบราณขนาดใหญ่

          6.บ้านทรงไทยครึ่งตึกครึ่งไม้ไม่ทราบชื่อ

          7.บ้านพักสองชั้นไม่ทราบชื่อ

          8.อาคารทรงโมเดิร์นสี่ชั้น บนเนินเขาไม่ทราบชื่อ

          9.รีสอร์ทภูภพดาว

          10.บ้านพักขนาดใหญ่ไม่ทราบชื่อ

          11.บ้านพักทรงสมัยใหม่ ไม่ทราบชื่อ

          12.รีสอร์ทอิงกมล

          13.กลุ่มบ้านพักไม่ทราบชื่อ

          14.ภูน้ำริน อิงป่าใหญ่

          15.บ้านพักตากอากาศไม่ทราบชื่อ

          16.ลักษณะบ้านพักและสวนเกษตรไม่ทราบชื่อ

          17.บุหงาส่าหรี

          18.ครัวอิ่มสุข

          19.บ้านภูหลวง

          20.บ้านสไตล์โมเดิร์น ไม่ทราบชื่อ

          21.กลุ่มบ้านพักกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างไม่ทราบชื่อ

          22.ภูธาราฟ้ารีสอร์ต

 

รองปธ.กก.พัฒนาศก.ฯ จี้รัฐ แบ่งโซนแก้ปัญหา หนุนใช้ กม. จัดการผู้บุกรุก

 

          ด้านนายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหอการค้าไทย กล่าวว่า หากจะมีการแก้ไขปัญหาต่างๆในพื้นที่อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นั้น ควรมีการเรียบเรียงมาตั้งแต่ ปี 2516 ที่มีนายประมูล สัทธาทิพย์ เป็นผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมาสมัยนั้น ซึ่ง อ.วังน้ำเขียว เป็น อ.หนึ่งของ อ.ปักธงชัย และเป็นเขตแดนสีชมพู ที่เป็นพื้นที่ที่มีคอมมิวนิสต์ เคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากพิจารณาปัญหาของ อ.วังน้ำเขียว ทุกภาคส่วนต้องมองดูว่า จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร

          ทั้งนี้ เชื่อว่า หากมีการผ่าตัดปัญหานี้ และทุกคนสามารถยอมรับกับความเป็นจริงปัญหาเหล่านี้ก็จะจบลง ซึ่งเขาเชื่อว่า ในการผ่าตัดครั้งนี้ จะต้องมีคนที่เจ็บปวดอย่างแน่นอน

          อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า วิกฤติครั้งนี้หน้าจะเป็นโอกาส เพราะต้องยอมรับว่า อ.วังน้ำเขียว ต้องแบ่ง ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มถือสิทธิ์ สปก. ที่จัดสรรให้เกษตรกรไม่เกินรายละ 50 ไร่ และจะต้องใช้พื้นที่ตามข้อตกลงและระเบียบ สปก. กลุ่มที่2 คือกลุ่มของป่าไม้ และกลุ่มที่3 คือกลุ่มอุทยานแห่งชาติ ที่มีพื้นที่ในวังน้ำเขียวอยู่กว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้มีการแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย พื้นที่ที่ห้ามประชาชนเข้าไปโดยเด็ดขาด  โซนที่ 2 เป็นโซนที่อนุญาตให้เข้าไปท่องเที่ยวได้แต่ห้ามเข้าไปอยู่ และโซนที่3 เป็นโซนกั้นชน ที่เป็นการแบ่งเขตเพื่อป้องกันพื้นที่ทับซ้อนระกว่าง ส.ป.ก.หรือป่าไม้

          "ผมเชื่อว่า หากมีการแบ่งโซน ก็จะทำให้มีการดำเนินการที่ง่ายกว่านี้ แต่ในทุกวันนี้จึงทำให้ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ทั้งหมดตกเป็นจำเลย และจากการสำรวจที่พักแรมจากสมาคมท่องเที่ยวของ อ.วังน้ำเขียว ที่ 5-6 พัน แห่ง ที่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ถึงวันละ 25,000 คน ซึ่งทำให้มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้นักลงทุนเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับ"

          ส่วนกรณีที่อธิบดีกรมป่าไม้จะลงพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และถูกนายระพี  ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ไม่ให้ลงพื้นที่ เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัยของอธิบดีกรมป่าไม้ ที่อาจจะมีคนจ้องที่จะเอาชีวิต พร้อมทั้งได้ระบุถึง มีนักการเมืองในท้องถิ่น , นักการเมืองระดับประเทศ และนายทุนอยู่เบื้องหลังในการจัดสรรที่ดินขายนั้น เห็นว่า ควรจะเอาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนำเอกสารต่างขึ้นมาพูดกัน ซึ่งเชื่อว่า ชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ที่ถือเอกสารสิทธิ์และทำเกษตรใน อ.วังน้ำเขียว จริงๆ นั้นก็มี ซึ่งบางรายอาจจะมีการสร้างโฮมสเตย์เล็กๆ ก็ควรจะดูว่า จะสามารถอนุโลมได้หรือไม่ แต่หากมีการสร้างรีสอร์ทและตั้งชื่อใหม่ก็ควรมีการดำเนินการอย่างไร

          ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา และได้บอกให้มีการดำเนินการตามหลักรัฐศาสตร์นั้น เขาเชื่อว่า เรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดิน จะใช้หลักรัฐศาสตร์ แก้ปัญหาไม่ได้ ต้องใช้หลักนิติศาสตร์ แต่หากไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ก็ควรที่จะใช้หลักรัฐศาสตร์ที่จะมาพูดคุยกัน

          อย่างไรก็ เขารู้สึกผิดหวังกับการพูดของประธานกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา ที่จะมาใช้หลักรัฐศาสตร์ ซึ่งการพูดเอาใจประชาชนนั้น ส่วนตัวแล้ว เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรที่จะยอมรับความจริง โดยการเอาข้อมูลมาดูเพื่อหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง

          เขาบอกว่า การแก้ไขอย่างจริงจัง เคยได้มีการหารือแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เมื่อปี 2546 ที่หาแนวทางให้พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เป็นพื้นที่พิเศษที่รู้ว่าผิดและจะได้นำมาแก้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ดังนั้น หากจะมีการผลักดันใหม่ อ.วังน้ำเขียว เป็นโมเดลวังน้ำเขียว จะต้องมีมีส่วนร่วมในหลายภาคส่วน ซึ่งประชาชนชาวอ.วังน้ำเขียว ควรที่จะมาฟ้องต่อศาลปกครองแผนกสิ่งแวดล้อม ในเนื้อหาเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลได้ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้ประชาชนมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่ไม่รู้ว่าผิด เพื่อจะได้เชิญ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเข้ามาชี้แจงรายละเอียดซึ่งจะตอบว่า ไม่รู้นั้นเป็นไปไม่ได้

          ส่วนเรื่องที่มีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการขายที่ดินในพื้นที่ใน อ.วังน้ำเขียว ให้กับนายทุนโดยนักการเมืองและผู้ที่มีอำนาจในพื้นที่ และยังพยายามสนับสนุนประชาชน ให้มีการลุกฮือเพื่อออกมาต่อต้านเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะทำการเข้ามาตรวจสอบนั้น เป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากทุกวันนี้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจกับเรื่องราวต่าง ๆ ดังนั้น การที่นักการเมืองออกมาขับเคลื่อนด้วยพลังมวลชล จะสามารถแก้ไขปัญหาได้นั้น มันไม่จริง

          "อ.วังน้ำเขียว ไม่ใช่ของคน อ.วังน้ำเขียว แต่เป็นของประชาชนทั่วประเทศ และการที่ประชาชนใน อ.วังน้ำเขียว ออกมาขับเคลื่อนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีการสร้างรีสอร์ต ราคานับ 100 ล้านบาท กับลุงคนหนึ่งที่มีอาชีพเกษตร จะออกมาเรียกร้องที่เหมือนกัน มันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ผมต้องการให้นักการเมืองเหล่านั้น เป็นผู้ที่ออกมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. , ส.ว.  ก็ต้องมาช่วยแก้ไขปัญหา อย่านิ่งเฉย"

 

อช.ทับลาน เมินข่าว ลงขันทำร้ายจนท.

 

          นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ในการดำเนินการทวงคืนผืนป่าของผู้บุกรุก ทางอุทยานพร้อมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีผู้ออกมาคัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 

          "ขณะนี้ ทราบว่า มีข่าวผู้ประกอบการ และผู้เสียผลประโยชน์ ได้มีการลงขันรายละ 35.000 บาท  เพื่อว่าจ้างให้ชาวบ้านร่วมกันทำร้ายเจ้าหน้าที่ ขณะปฏิบัติงาน  ซึ่งจากนี้ไปก็คงต้องมีการระวังตัวมากขึ้น แต่ไม่ได้วิตกอะไร เพราะถือว่า ที่ทำลงไปเป็นการทำตามหน้าที่ และพร้อมที่จะทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย"

          เขาบอกว่า ส่วนตัวเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่สูญเสียว่า ก็คงต้องต่อสู้เมื่อคิดว่าเป็นสิทธิ์ที่จะต้องได้ ซึ่งก็ไม่ได้หวั่นไหวกับคำขู่  ขอยืนยันว่าที่ทำไปเพราะเรื่องถึงที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้บังคับใช้กฏหมายเท่านั้น