ข่าว

จดหมาย (เก่า)ของ "ป่าน" ศรัณฐ์ หวั่งหลี

จดหมาย (เก่า)ของ "ป่าน" ศรัณฐ์ หวั่งหลี

07 ส.ค. 2554

คอลัมน์ขอเวลานอก : จดหมาย (เก่า)ของ "ป่าน" ศรัณฐ์ หวั่งหลี

          ย้อนหลังไปเกือบ 30 ปี ก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารไม่ได้มีเครือข่ายโยงใยมากมายเฉกเช่นปัจจุบัน เครื่องมือทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นก็มีแต่ "โทรศัพท์"  ทว่าเรื่องยกหูขึ้นใช้แต่ละทีย่อมหมายถึงเงินในกระเป๋าต้องหดหาย โดยเฉพาะรายที่ยังเป็นเด็กวัยเรียนต้องแบมือขอตังค์พ่อแม่อย่าง "ป่าน" ศรัณฐ์ หวั่งหลี ถึงมีฐานะเป็นถึงทายาทหนึ่งเดียวของธุรกิจประกันภัย แบรนด์ "นวกิจประกันภัย"  ก็ตาม ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับผู้คนรอบกายทั้งระยะใกล้-ไกล เขาจึงเลือกใช้ "จดหมาย" ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง จวบจนวันเวลาผ่านไปจากไลฟ์สไตล์จึงกลายมาเป็น "ของสะสม" ที่เจ้าตัวยอมรับว่า...อาจไร้ราคาแต่มีคุณค่าทางจิตใจ!!

          ที่บ้านพักหลังโตย่านสุขุมวิท ก่อนจะถึงเวลาเปิดซองส่องจดหมาย (ว่าที่) ดอกเตอร์หนุ่มย้อนความทรงจำดีๆ และเสน่ห์ของกระดาษเปื้อนน้ำหมึกที่เขาเก็บใส่ลิ้นชักไว้ภายในห้องนอนว่ามีจุดเริ่มต้นจากความรู้สึก "ผูกพัน"

          "เริ่มจากนิสัยโดยส่วนตัวของผม เป็นคนที่ "ผูกพัน" กับสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้หรือสิ่งของที่ได้รับมา เวลาตัดใจทิ้งจะรู้สึกเสียดาย จดหมายก็เช่นเดียวกัน ทีนี้นานวันขึ้นก็ค่อยๆ มากขึ้น ยิ่งตัดใจยากขึ้น ส่วนการเก็บจดหมายผมไม่มีหลักการไม่มีวิธีการ หรือดูแลอะไรเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับจดหมายหรือการ์ดที่ความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่อยู่ในนั้นมากกว่า อย่างจดหมายบางฉบับสีของน้ำหมึกซีดจางลงทว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเพื่อนๆ กลับยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น หยิบขึ้นมาเปิดอ่านเมื่อไหร่ ก็ยิ้มได้ทุกที อย่างเช่น ข้อความสั้นๆ บนโปสการ์ด เขียนโดยเพื่อนสนิทของคุณยายของผม (คุณวาณี ล่ำซำ) ซึ่งท่านเขียนหาผมขณะนั้นอายุเพียง 1 ขวบ ถามว่าตอนนั้ผมคงไม่รู้สึกอะไร แต่คุณแม่ของผมเก็บเอาไว้ให้ กระทั่งผมโตขึ้นท่านก็เอาออกมาให้อ่าน ก็รู้สึกดีมีจดหมายถึงตัวเองอายุนิดเดียว และผมเองก็เก็บเอาไว้จนถึงวันนี้" ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ คุณพ่อสุจินต์-คุณแม่รุจิราภรณ์ หวั่งหลี เล่าถึงที่มาของสะสมที่เริ่มต้นจากความผูกพันโดยไม่ลืมโชว์จดหมายเก่าที่สุดเป็นการยืนยันด้วย

          ทุกวันนี้ถึงจะมี อินเทอร์เน็ต, อีเมล, โปรแกรมแชท และอีกหลายๆ เทคโนโลยี  "หนุ่มป่าน" ยอมรับว่าเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ติดอยู่ในวิถีชีวิตแนวใหม่ ทว่าเมื่อมีโอกาสก็ไม่ลืมที่จะหยิบปากกา กระดาษ ขึ้นมาเรียงร้อยถ้อยอักษรส่งถึงเพื่อนๆ อยู่บ้างตามแต่วาระเอื้ออำนวย

          "ในยุคที่การสื่อสารไร้พรหมแดน การได้รับ จดหมายซักฉบับ ผมว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะกว่าจะมาเป็นจดหมาย 1 ฉบับ ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งกระดาษ ปากกา ซอง แสตมป์ ในความคิดของผม ผมว่ามันมีอะไรมากกว่าการพิมพ์ข้อความแล้วกดส่งเหมือนอย่างจดหมายอีเลกทรอนิกส์ หรือข้อความสั้นๆ ที่คนส่วนใหญ่ส่งหากันด้วยเหตุผลของความสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว 

          โดยเฉพาะเนื้อหา ข้อมูล และการเรียงร้อยเรื่องราวให้ได้ใจความ มันทำให้ได้เห็นถึงความจริงใจ ความตั้งใจของผู้เขียน" ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้รายละเอียดก่อนจะลงทุนเปิดห้องนอนให้ทีมงานให้เข้าไปเปิดลิ้นชักดู "ของสะสม" ที่เริ่มต้นจาก "ความผูกพัน"

          ขณะที่มือของ "ผู้บริหารหนุ่ม" ทำหน้าที่ค้นหาจดหมาย โปสการ์ด สมุดทำมือ บัตรอวยพร หรือแม้แต่ฝากล่องพัสดุ รวมๆ แล้วน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า "หลักพัน" ออกมาโชว์ชิ้นแล้วชิ้นเล่า ปากของชายหนุ่มทำหน้าที่บอกเล่าถึงความทรงจำและความประทับใจของจดหมายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และแน่นอนว่าต้องมีทั้งของเพื่อนรักในแดนไกล และที่ (เคย) เป็นเพื่อนใจในวัยเรียน รวมถึงเพื่อนๆ จากเมืองไทยที่มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตในต่างแดนด้วยกัน

          "เรื่องราวความประทับใจระหว่างผมกับจดหมายก็มีหลายเรื่อง ทั้งฮาทั้งซึ้ง ยกตัวอย่างเช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งผมได้รับจดหมายในวันวาเลนไทม์พอดีเป๊ะ ตอนนั้นรู้สึกดีมากๆ ประมาณว่าโอ๊ยเราได้รับการ์ดในเทศกาลแห่งความรักด้วย แต่พอเปิดออกมากลายเป็น "การ์ดอวยพรวันตรุษจีน" ซะนี่

          นอกจากนี้ก็มีจดหมายทำมือและสมุดทำมือที่เพื่อนตั้งใจทำให้ หรืออย่างล่าสุดเมื่อปีที่แล้วเพื่อนสนิทสมัยเรียนที่อังกฤษ แต่เขาเป็นชาวอียิปต์ส่งจดหมายเชิญที่เห็นแล้วรู้เลยว่าเขาตั้งใจทำเพื่อส่งให้มาเราจริงๆ อันนี้ประทับใจเช่นเดียวกัน" หนุ่มเจ้าของชื่อแปลกตา ทว่ามีความหมายแสนอบอุ่นว่า "ผู้เป็นที่พึ่ง" เล่ายังไม่ทันเสร็จก็ส่งเสียงเอ็ดอึงด้วยความตื่นเต้นเพราะเจอจดหมายที่ได้รับตอนวาเลนไทม์เข้าจริงๆ