ข่าว

ผ่าขบวนการปั่นแชร์ล็อตเตอรี่4,500ล.

ผ่าขบวนการปั่นแชร์ล็อตเตอรี่4,500ล.

06 ส.ค. 2554

ผ่าขบวนการปั่นแชร์ล็อตเตอรี่ 4,500 ล. เครือข่ายผู้มีอิทธิพล จับมือจนท. ตั้งบริษัทแฝงใช้เล่ห์ลวงจับเสือมือเปล่า ผู้เสียหายนับหมื่น แฉนักการเมืองใหญ่ ชักใยหลังฉาก

          สืบเนื่องจากการเข้าจับกุมเจ้าแม่แชร์รายใหญ่ของเมืองเลย “น.ส.กัลยาณี แก้วโวหาร”หรือที่รู้จักกันในแวดวงข้าราชการครูในเขตพื้นที่อีสานเหนือนาม “นิกกี้”หรือ “ดุ๊กดิ๊ก” ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ภุชงค์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.เมืองเลย และตำรวจทีมชุดสืบสวนสอบสวน จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามหมายจับของศาลจังหวัดเลยในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์

          ไม่เพียงทำให้ข้าราชการ โดยเฉพาะกลุ่มครู ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษา จ.เลย และข้าราชการสังกัดอื่น รวมทั้งพ่อค้า ประชาชน กว่าหลายพันคนรู้สึกใจชื้น เพราะมีความหวังว่า อาจจะได้เงินลงทุนแชร์ล็อตเตอรี่ กลับคืนมาบ้าง แต่ยังทำให้ครูจำนวนหนึ่ง ในฐานะหัวหน้าสายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งกำลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วมสมคบคิดฉ้อโกงชาวบ้าน ถูกเจ้าหน้าที่กันไว้เป็นพยานปากสำคัญ ไม่ต้องถูกไล่ออกจากราชการก่อนเกษียณอีกด้วย

          แม้ว่า เมื่อช่วงกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย จะเปิดศูนย์ให้ข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนเข้าแจ้งความเดือดร้อนกรณีแชร์ล็อตเตอรี่ ที่บริเวณศาลาประชาคมจังหวัดเลยไปแล้ว แต่ในวันดังกล่าว มีเพียงข้าราชการครูที่เป็นหัวหน้าสายสลาก มาแจ้งความเพียง 37 คน จากผู้ที่ยืนความประสงค์แสดงตน 151 รายโดยมีมูลค่าความเสียหายเบื้องเป็นจำนวนเงิน 952 ล้านบาท

          ทั้ง ๆ ที่ประเมินมูลค่าความเสียหายจากแชร์ล็อตเตอรี่ หรือแชร์ลูกโซ่ นี้จะอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท และผู้เสียหายจะมากกว่า 12,000 คน แต่เนื่องจากยังมีอีกบางกลุ่มบางสาย ที่ยังไม่เกิดเหตุไม่ถูกโกง จึงทำให้ตัวเลขและจำนวนผู้เสียหายจริง ที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าแม่แชร์รายนี้พร้อมเครือข่าย หยุดอยู่ที่มูลค่าเสียหายประมาณ 3,000 ล้านบาท

 

พลิกปูมขบวนการแชร์ล็อตเตอรี่เมืองเลย

          สำหรับขบวนการทุจริตแชร์ลอตเตอร์รีที่ทำกันเป็นวงจรนั้น จากรายงานการสอบสวนเบื้องต้นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)พบว่า มีการกระทำความผิดตั้งแต่ปี 2552 โดยมีกลุ่มบุคคลได้ตั้งบริษัทในนามนิติบุคคลให้เป็นคู่สัญญากับกองสลากและต่อมาได้แอบขายโควตาให้กับสหกรณ์ต่าง ๆ ใน จ.เลย ทั้งสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญ

          จากนั้น สหกรณ์ได้รับล็อตเตอร์รี่ไปจำหน่ายให้กับสมาชิกกว่า 2,000 คน ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการครู ตำรวจ แพทย์ พยาบาล พ่อค้า แม่ค้าและประชาชนทั่วไป โดยกลุ่มบุคคลเหล่านี้จะทำตัวเป็นหัวหน้าสาย ทำหน้าที่ในการรวบรวมสลากจากครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่รับโควตาสลากมาจากสหกรณ์ โดยหัวหน้าสายมีจำนวนประมาณ 50 คน ที่ทำหน้ารวบรวมเงินค่าสลากจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.เลยและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสามัญ จ. เลย

          การระดมทุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2553 โดยมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหารายหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมเป็นนักล้อบบี้ยีสต์ เข้ามาบงการอยู่เบื้องหลัง และได้รับผลประโยชน์จากขบวนการดังกล่าวมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

          รายงานข่าวจากดีเอสไอ ยังระบุต่อว่า ส.ว.คนดังกล่าว ยังได้ร่วมกับน.ส.กัลยาณี แก้วโวหารยี่ปั๊วรายใหญ่ของ จ.เลย ที่ถูกตำรวจจับกุมข้อหาฉ้อโกงประชาชนไปก่อนหน้านี้ และยี่ปั๊วอีกหนึ่งรายในจังหวัดใกล้เคียงร่วมกันปั่นแชร์ลอตเตอร์รี่ ซึ่งบริษัทนิติบุคคล ที่มี ส.ว.คนดังกล่าว เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่คู่สัญญากับกองสลาก แต่กลับอ้างว่า ได้รับโควตาสลากถึง 20,000เล่ม

          และมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้ล่วงหน้าตามจำนวนสลาก ที่สัญญาว่าจะซื้อจากสหกรณ์ให้กับหัวหน้าสายและลูกข่าย จึงทำให้เกิดการระดมทุน เทเข้ามาอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่างบางส่วน และมีการนำสลากไปเวียนเทียนส่งให้กับผู้ค้ารายย่อย

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งแม้ก่อนหน้านี้ตำรวจจะได้จับกุมน.ส.กัลยาณี และนางสุฎาภรณ์ นครธรรม ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษา จ.เลย ในคดีฉ้อโกงประชาชนไปแล้ว แต่กลุ่มผู้ร้องเรียนเกรงจะไม่ได้รับความปลอดเนื่องจากถูกผู้ร่วมลงทุนเร่งรัดเงินคืน และมีการเลือกปฏิบัติออกหมายจับกุมเฉพาะหัวหน้าสายที่มีภรรยาตำรวจเป็นลูกทีม

          ขณะที่หัวหน้าสายที่เป็นข้าราชการครูก็ถูกผู้ร่วมทุนแจ้งความดำเนินคดีทั้งที่เงินลงทุนทั้งหมดไปอยู่ในมือยี่ปั๊ว

          รายงานระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจท้องที่ได้พยายามเข้าจับกุมวงแชร์ฯรายย่อย แต่ก็สาวไปไม่ถึงตัวบงการใหญ่ เพราะพยานถูกข่มขู่

          อย่างไรก็ตาม หลังมีการร้องเรียนดีเอสไอจึงรับเข้าไปตรวจสอบพร้อมประสานข้อมูลกับตำรวจท้องที่เพื่อให้ส่งมอบสำนวนให้ดีเอสไอดำเนินการต่อ พร้อมให้ความคุ้มครองผู้ร่วมขบวนการบางส่วนที่เป็นลูกข่ายเพื่อกันไว้เป็นพยานด้วย

 

ครูแห่แจ้งตำรวจ-ดีเอสไอหวั่นติดคุกหมดเงินก่อนเกษียณ

          สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีการดำเนินธุรกรรมด้านการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งในระบบสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษา จ.เลย รวมทั้งสหกรณ์อื่นๆ ขณะนี้มี 2 กลุ่มคือ กลุ่มผู้นำเงินมาลงทุนกับน.ส.กัลยาณี ซึ่งมีทั้ง ข้าราชการครู ตำรวจ ภรรยาตำรวจ แพทย์ พยาบาล พ่อค้า แม่ค้าและประชาชนทั่วไป ประมาณ 2 พันคนรวมทั้งผู้ร่วมทุนอีกจำนวนหนึ่ง โดยคนกลุ่มนี้ได้รับความเสียหายมีมูลค่าประมาณ 2พันล้านบาท

          กลุ่มที่ 2 เป็นพวก “หัวหน้าสายสลาก”ส่วนใหญ่เป็นครูที่ทำหน้าที่รวบรวมสลากจากครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และได้รับโควต้าจากสลากจากสหกรณ์ จำนวน 50คน ที่ต้องรับผิดชอบเงินค่าสลากของเพื่อนครูสมาชิกที่รวบรวมมาจากทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลยและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญจังหวัดเลย ซึ่งขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลยได้ให้หัวหน้าสายเซ็นรับภาระหนี้แทนสมาชิก คนละ 3-5ล้านบาท

          ตัวแทนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เลย กล่าวว่า ตนและหัวหน้าสายแชร์ล๊อตเตอรี่กว่า 300 คน ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ โดยตนถูกกันไว้เป็นพยาน เพราะเกรงว่าจะมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไปด้วย

          ทั้งที่ครูส่วนใหญ่ถูกแม่ข่ายหลอกลวง ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครู และเป็นสมาชิสหกรณ์ครูสามัญและสหกรณ์ครูประถม ข้าราชการหน่วยงานอื่น และข้าราชการบำนาญ ซี่งแต่ละคนจะมีสมาชิกของตนเองตั้งแต่ 40 คนถึง 80 คน และเสียเงินไปคนละตั้งแต่ 1- 3 ล้านบาท ด้วยการกู้เงินสหกรณ์ และจำนำบ้านมาลงทุนเล่นแชร์ในครั้งนี้

          “ผมทราบว่าถูกโกงช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เพราะยี่ปั๊วไม่สามารถส่งล็อตเตอร์รี่ให้สหกรณ์ ทำให้สหกรณ์ไม่มีลอตเตอร์รี่ส่งให้ลูกข่าย ซึ่งสหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาลักษณะนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้รู้สึกผิดปกติ จึงได้กลับมาตรวจสอบรายละเอียด ประกอบกับยี่ปั๊วรายใหญ่ของจังหวัดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้พร้อมกับผู้จัดการสหกรณ์ จึงทราบว่าถูกโกง” 

          ครูคนเดิม กล่าวอีกว่า สำหรับตนเป็นครูมาตลอดชีวิต อีก 5 ปี จะเกษียณอายุราชการ เป็นครูอย่างเดียวไม่เคยทำธุรกิจ ไม่เคยรู้เรื่องกฎหมาย ครั้งแรกเห็นมีเพื่อนครูมาชักชวนให้ร่วมลงทุน ซื้อขายล็อตเตอร์รี่เห็นว่าได้กำไรดี ลงทุนแค่ 1.5 ล้านบาท แต่ได้เงินคืนกลับมาถึงเท่าตัว จึงนำเงินที่ได้มาลงทุนกลับไปหมด พร้อมทั้งแนะนำคนใกล้ชิดให้ร่วมลงทุนแชร์ดังกล่าวด้วย

          โดยความเสียหายของตนและคนใกล้ชิดขณะนี้คิดเป็นมูลค่า 13 ล้านบาท ซึ่งอีกไม่นานจะเกษียณแล้วไม่ทราบว่าจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ เพราะลูกข่ายก็ตามทวงเงิน จึงอยากขอให้ดีเอสไอเร่งดำเนินคดีเพื่อจะได้นำเงินกลับมาใช้หนี้บ้าง

          ขณะที่ครูสาวโรงเรียนแห่งนี้สังกัดกรมสามัญศึกษา จ.เลย ในฐานะหัวหน้าสายสลาก เล่าให้ฟังว่า เธอพบพฤติกรรมผิดปกติของผู้จัดการสหกรณ์ว่ามีความไม่โปร่งใส เนื่องจากการจ่ายสลากแต่ละงวดนั้น ตามปกติหัวหน้าสายจะรับใบมอบอำนาจมารับสลากในงวดต่อไป ก่อนที่จะออกสลากงวดนั้น

          เช่น สลากงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2554 จะต้องมารับสลากก่อนวันที่ 1มิถุนายน 2554ประมาณ 3 วัน คือ วันที่ 29พฤษภาคม 2554และหัวหน้าสายก็จะนำสลากที่รวบรวมได้ไปส่งขายให้ยี่ปั้ว โดยหลังจากนั้นหัวหน้าสายต้องนำเงินค่าสลากมาจ่ายให้สหกรณ์ภายใน 7วันทำการในราคาเล่มละ  8,350 บาท และหากใครจ่ายเงินล่าช้ากว่ากำหนดก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการรับสลากในงวดต่อไป

          “การโอนเงินให้สหกรณ์นี้จะต้องโอนผ่านธนาคารเท่านั้น ซึ่งหัวหน้าสายส่วนใหญ่ที่เอาสลากไปส่งยี่ปั้วแล้ว ก็จะส่งรายชื่อสมาชิกให้ยี่ปั้วเป็นผู้โอนเงิน แต่มีงวดหนึ่งก็แจ้งให้สมาชิกมาเร่งรัดหัวหน้าสายให้จ่ายเงินค่าสลากให้สหกรณ์แทนสมาชิกเพราะยี่ปั้วไม่ได้ส่งเงิน สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญ จ.เลย ซึ่งได้รับโควตาจากสหกรณ์โครงการ 1 คนละ 13 เล่ม ประมาณ 700คน โครงการ 2 คนละ 100 เล่ม อีก 300 คน ตอนนี้ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าสลากคืนให้สหกรณ์รวมเป็นเงิน 72ล้านบาทแล้วจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ”

          ครูคนเดิมยังกล่าวอีกว่า พฤติกรรมดังกล่าวของผู้จัดการสหกรณ์ทำให้เกิดสภาพหนี้ในการช่วยยี่ปั้ว คือ น.ส.กัลยาณี ปิดบังอำพรางการชำระหนี้ที่เขาต้องจ่ายให้สหกรณ์ในฐานะเป็นผู้รับซื้อสลากจากหัวหน้าทีม แม้ตอนนี้ น.ส.สุฎาภรณ์ นครธรรม ผู้จัดการออมทรัพย์ครูกรมสามัญ จ.เลยจะถูกตำรวจจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนแต่เราก็ยังกลัวจะมีปัญหาตามมาเพราะผู้ต้องหาคนนี้เป็นถึงหลานสะใภ้ของรองอัยการจังหวัดเลย

          นอกจากนี้ หัวหน้าสายผู้ลงทุน ทั้งครูและพ่อค้าก็ยังถูกเพื่อนผู้ร่วมลงทุนแจ้งความดำเนินคดี ทั้งๆที่เงินไม่ได้เราได้นำเงินไปลงทุนค้าสลากับยี่ปั้วหมดแล้ว แต่ในขณะนี้ยี่ปั้วถูกจับจึงทำให้ไม่ได้รับเงินคืน ทั้งยังถูกเพื่อนผู้ร่วมลงทุนคุกคามข่มขู่ขอเงินคืนจึงไม่ทราบจะทำอย่างไร

 

ดีเอสไอ รับคดีโกงแชร์ล็อตเตอรี่เป็นคดีพิเศษ

          25 กรกฎาคม 54ข้าราชการครูที่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าวได้เข้ายื่นหนังสือและหลักฐานขอความเป็นธรรมจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษและขอให้สืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเนื่องจากความเสียหายมีมูลค่าหลายพันบาท หลังจากพิจารณาเอกสารและพยานที่มีอยู่พบว่าคดีข้อเท็จจริงอันควรเชื่อได้ว่าทำกันเป็นขบวนการฉ้อโกงประชาชนในหลายพื้นที่จริง จึงได้สั่งให้รับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษทันทีตามพ.ร.บ.แนบท้ายคดีพิเศษ

          นายนิรันดร ชัยศรีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในฐานะเลขานุการคดีแชร์ล็อตเตอรรี่ กล่าวว่า อธิบดีดีเอสไอมีคำสั่งให้รับเรื่องดังกล่าวไว้ในข้อหาความผิดอาญากล่าวหานิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องในข้อหากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน(แชร์ล็อตเตอร์รี่) ให้เป็นคดีพิเศษทันที เนื่องจากการกระทำความผิดมีพฤติการณ์เข้าข่ายองค์ประกอบของแชร์ลูกโซ่

          เพราะมีบริษัทที่เป็นนิติบุคคล กลุ่มบุคคล บุคคลและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขต จ.เลย ชัยภูมิ สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู รวมทั้ง จ.พิษณุโลก และตาก กระทำการหลอกลวงบุคคลที่เป็นข้าราชการและประชาชน ให้ได้รับความเสียหายเป็นมูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาท และมีวงเงินหมุนเวียนเสียหายจำนวน 3,000 ล้านบาท

          นายนิรันดร กล่าวว่า ตามขั้นตอนการดำเนินคดีตัวแทนผู้เสียหาย สมาชิกสหกรณ์และผู้ถือหนังสือร่วมลงทุน จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน จากนั้นเมื่อพนักงานสอบสวนเสร็จแล้วทางดีเอสไอจะเข้าไปดำเนินการต่อ เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนและมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงกัน

          ซึ่งดีเอสไอจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะสรุปผล โดยเบื้องต้นจะสอบสวนหาตัวผู้บงการ ผู้ที่ถูกหลอกให้เป็นหัวหน้าสาย แม่ข่าย ว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

          ในขณะความเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.เลยนั้น นายพรศักดิ์ เจียรนัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ระบุว่า ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวนต้องให้พนักงานสอบสวนเชิงลึกถึงเส้นทางของเงินนั้นไปมาอย่างไร มีใครเกี่ยวข้องเชื่อมโยง โดยได้ประสานกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้มีกองปราบปรามจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีตำรวจสืบสวนสอบสวนมาร่วม มีชุดสอบสวน มีตำรวจเศรษฐกิจเข้ามาช่วย

          และยังสั่งการให้นายอำเภอทุกแห่งในจังหวัดทำการตรวจสอบ กลุ่มสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่อำเภอนั้น ๆ ว่ากู้เงินมาจากไหนเพื่ออะไรบ้าง เพราะขณะนี้เครือข่ายแชร์ลูกโซ่แพร่กระจายไปยังประชาชนทุกกลุ่มแล้ว รวมทั้งมีคำสั่งระงับโครงการของสหกรณ์บางแห่ง ในการดำเนินธุรกิจจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลจำหน่ายแก่สมาชิกและหรือบุคคลภายนอก

          โดยอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานมายังจังหวัด และจังหวัดได้มีคำสั่งไปที่สหกรณ์จังหวัดเลยให้ดำเนินการระงับไปแล้ว ทุกแห่ง แต่การระงับนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดล็อตเตอรี่ที่ อ.วังสะพุง แต่อย่างใด เพราะจุดนั้นเป็นการดำเนินการของภาคเอกชนดำเนินการเอง ไม่เกี่ยวกับสหกรณ์ฯ

          “ผมออกประกาศจังหวัดเลยเมื่อ 8 ก.ค. 2554 เรื่องแจ้งเตือนการดำเนินการจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายโดยสหกรณ์ ให้ประชาชนทราบ ว่า สหกรณ์เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนตามกฎหมายมีวัตถุประสงค์และประเภทกิจการที่แท้จริงชัดเจนสหกรณ์ไม่สามารถทำธุรกิจจัดหาสลากฯมาจำหน่ายแก่สมาชิกหรือบุคคลใดได้

          และการชักชวนให้บุคคลใด ๆ มาร่วมทุนเพื่อจัดหาสลากฯมาจำหน่ายเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ทุกรูปแบบ เมื่อเกิดความเสียหาย สหกรณ์จะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น ผู้เสียหายต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอื่นโดยลำพัง”ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยระบุ

 

ดีเอสไอ-ปปง. เตรียมอายัดเงิน เครือข่ายแชร์ลูกโซ่

 

          ขณะที่ความคืบหน้าหลังจากที่กลุ่มข้าราชการครูได้เข้ามายื่นพยานเอกสารในคดีโกงแชร์ลอตเตอรื่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ล่าสุดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้แต่งตั้งให้ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว

          และสั่งให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนลงไปสอบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ รวมทั้งสั่งให้เร่งอายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับทุกบัญชีได้ทันที โดยใช้อำนาจตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24ที่ระบุให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ค้นพบ เนื่องจากคดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และในทางปฏิบัติดีเอสไอจะประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ให้เข้าร่วมตรวจสอบด้วยอีกทางหนึ่งด้วย

          พ.อ.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้นายธาริตได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และสภ.เมืองเลยเพื่อขอรับโอนสำนวนพยานหลักฐานทั้งหมดมาจากตำรวจในพื้นที่เพื่อรับทำเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำคดีดังกล่าวจำนวน 25 คน และจะใช้เวลาในการตรวจสำนวนหลักฐานทั้งหมด ก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสอบปากคำผู้ที่ได้รับความเสียหายในระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า คดีโกงแชร์ลอตเตอรี่น่าจะมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหลายราย

          ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เลย ในฐานะหัวหน้าสาย ซึ่งถูกดีเอสไอกันตัวไว้เป็นพยาน กล่าวว่า ต้องการให้ดีเอสไออายัดบัญชีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการปั่นแชร์ลอตเตอร์รี่ให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น กลุ่มคนเหล่านี้อาจจะยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปที่อื่น ทำให้ยากแก่การตรวจสอบ

          โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จ.เลย มีผู้เกี่ยวข้องรายใหญ่ ที่มีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงคอยวิ่งเต้นคดีให้กับญาติของตัวเองที่ถูกตำรวจดำเนินคดี และมีข้าราชการครูบางส่วนถูกลูกข่ายคุกคามทวงเงิน

          “อยากให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของญาติและครอบครัวยี่ปั๊วทุกคน ตอนนี้กลุ่มที่เอาเงินไปลงทุนในแชร์ลอตเตอร์รี่อยากจะได้เงินคืน และหวังว่าหากมีการอายัดทรัพย์สิน แม้คดีจะดำเนินการล่าช้า แต่ก็ยังมีความหวังที่จะได้เงินกลับคืนบ้าง”ข้าราชการครูคนเดิม กล่าว

.............

(หมายเหตุ : ที่มา : http://www.tcijthai.com/)