ข่าว

ตั้งด่านทั่วกรุง128จุดหวั่นมือที่3ก่อเหตุ

ตั้งด่านทั่วกรุง128จุดหวั่นมือที่3ก่อเหตุ

25 เม.ย. 2552

ผบช.น. เผย การข่าวระบุมีความเคลื่อนไหวกลุ่มไม่หวังดี-อาจก่อเหตุ 1-2 วัน สั่งตั้งจุดตรวจทั่วกรุง 128 จุด ใช้เทคโนโลยีตรวจจับคนร้าย ผ่านระบบเอสเอ็มเอ เพียงแค่ใส่ชื่อ-หมายเลขบัตรประชาชน ตรวจประวัติได้

(25เม.ย.) เวลา 02.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สน.มักกะสัน เดินทางตรวจความเรียบร้อยการตั้งจุดตรวจความมั่นคงและจุดตรวจแอลกอฮอล์ ที่หน้าอาคารสำนักงานพรรคไทยรักไทยเก่า ถ.เพชรบุรี แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังต้องตั้งจุดตรวจความมั่นคง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันมือที่สามจะก่อเหตุความวุ่นวาย ซึ่งต้องเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงทุกๆจุด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญทั้งของราชการและเอกชน รวมถึงบุคคลสำคัญ เนื่องจากการข่าวด้านความมั่นคงมีข้อมูลว่า ยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ไม่หวังดี อาจจะก่อเหตุในช่วง 1 - 2 วันนี้ จึงต้องระดมป้องกันเหตุต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยการตั้งจุดตรวจความมั่นคง และจุดตรวจป้องกันเหตุอาชญากรรม หรือการจราจร และตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปูพรมทั่ว กทม.

"หลังภาครัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องทำงานเข้มงวดกวดขัน ตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ ป้องกันเหตุร้ายแรงต่างๆที่กลุ่มคนไม่หวังดีจะก่อเหตุขึ้น ดังนั้นจุดตรวจความมั่นคงจึงได้ตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งจะมีจุดตรวจ 40 จุด และในส่วนของตำรวจซึ่งใน กทม. มีทั้งหมด 88 สน. ก็สั่งการให้ทุก สน. ตั้งจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม ตรวจวัดแอลกฮอล์ สน. ละ 1 จุด รวมจุดตรวจความมั่นคง และป้องกันเหตุทั่ว กทม. 128 จุด และจะเน้นในส่วนของสถานที่สำคัญ อย่างสถานที่ราชการ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และกระทรวงต่างๆ และก่อนหน้านี้ก็เพิ่งไปตรวจความเรียบร้อยที่ศาลรัฐธรรมนูญ" ผบช.น. กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาตรวจความเรียบร้อยตามจุดต่างๆ ของพล.ต.ท.วรพงษ์ ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเป็นความทันสมัยด้านระบบไอที โดยใช้ชื่อโครงการว่าตรวจจับคนร้ายด้วย เอสเอ็มเอส (SMS) บนมือถือ ผ่านเครือข่าย เอไอเอส เพียงแค่พิมพ์ชื่อ หรือหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ก็สามารถรู้ว่าบุคคลนั้นๆมีหมายจับต้องคดีอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งทะเบียนรถก็สามารถตรวจสอบได้ หากมีการแจ้งหายไว้ โดยระบบดังกล่าวต้องลงทะเบียนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน ขณะนี้ทาง พล.ต.ท.วรพงษ์ พยายามผลักดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลใช้ระบบนี้ในการติดตามหาตัวคนร้ายเวลาตั้งด่านตรวจ ซึ่งขณะนี้มีการใช้ระบบนี้แล้วประมาณ 2,000 คน และอยู่ระหว่างลงทะเบียน คาดว่าน่าจะช่วยให้จับคนร้ายคดีต่างๆได้มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ผบช.น.ยังมีแผนพัฒนาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพักใช้ระบบนี้ และจะพัฒนาให้สามารถใช้ได้ทุกเครือข่าย หากผู้ประกอบการเครือข่ายนั้นๆตอบรับก็ไม่มีปัญหา จะส่งผลดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถตรวจสอบ จับคนร้ายที่มีหมายจับได้ทั่วประเทศ