ข่าว

สรุปน้ำท่วม14จว.ตายเพิ่มเป็น13ศพ

สรุปน้ำท่วม14จว.ตายเพิ่มเป็น13ศพ

05 ส.ค. 2554

น้ำยังท่วม 14 จังหวัด เสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 ศพ ที่แม่ฮ่องสอนมากสุด 7 ศพ สูญหาย 1 กรมชลฯเตือนอ่างทองและอยุธยารับมือน้ำล้นตลิ่ง 8-10 สิงหาคมนี้ 2 พนักงานเอกชนอ้างเป็นนักข่าวช่อง 3 ขอบริจาคเงินช่วยน้ำท่วม

          ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมเพิ่มเป็น 13 คนแล้ว ที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ตอนนี้ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 14 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ สุโขทัย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก นครพนม อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และประจวบคีรีขันธ์ รวม 92 อำเภอ 491 ตำบล 600 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 125,513 ครัวเรือน 441,316 คน ผู้เสียชีวิต 13 คน สูญหาย 1 คน บาดเจ็บ 11 คน

           นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกล เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำ ออกให้บริการในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
อ้างเป็นผู้สื่อข่าวขอบริจาคเงินช่วยน้ำท่วม

           เมื่อเวลา 12.30 น. นายนภาพล ถนอมรัตน์ หัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตู้ ปณ.ข่าว 3 พร้อมด้วย น.ส.นพขวัญ นาคนวล ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เข้าพบ ร.ต.อ.สุทธิพร กสุรพ พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกนายวสุ เจียมกิตติโยธิน อายุ 22 ปี และ น.ส.ธัญญาวรรณ บริสุทธิ์ อายุ 21 ปี พนักงานของบริษัทซันไชน์ แอบอ้างชื่อช่อง 3 ไปขายสินค้าและเรียกรับเงินบริจาค โดยอ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

           นายนภาพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทางช่อง 3 ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานว่า มีผู้แอบอ้างว่าเป็นผู้สื่อข่าวของช่อง 3 ไปขายสินค้า และขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีการถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับควบคุมตัวบุคคลทั้งสองเอาไว้ เมื่อไปตรวจสอบก็พบว่า รปภ.ของกรมชลประทานปล่อยตัวไปแล้ว เพราะกรมไม่ได้มีการประสานงานกับ รปภ. โดยพฤติกรรมของทั้งสองจะทำทีเข้าไปขายสินค้าในนามบริษัทซันไชน์ เมื่อขายไม่ได้ก็แอบอ้างว่าเป็นผู้สื่อข่าวช่อง 3 จะขอสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูง พอได้พบผู้บริหารกลับไม่สัมภาษณ์ แต่เสนอขายสินค้า พร้อมอ้างว่าจะขอรับบริจาคเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยนำแผ่นพับของบริษัทซันไชน์ ที่มีภาพถ่ายการเข้าไปบริจาคเงินช่วยน้ำท่วมกับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 ให้ดูเป็นตัวอย่าง ทางผู้บริหารของกรมชลประทานจึงให้เงินไปจำนวนหนึ่ง แต่ตนไม่ทราบวงเงินที่แน่ชัด

           นายนภาพล กล่าวอีกว่า จากนั้นทั้งสองคนยังเดินเรี่ยไรขอรับบริจาคเงินจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ในกรมชลประทานอีก โดยบางคนให้ไป 200 บ้าง 300 บ้าง กระทั่งเจ้าหน้าที่เกิดความสงสัย จึงโทรศัพท์มาสอบถามทางช่อง 3 เมื่อพบว่าเป็นการแอบอ้าง เจ้าหน้าที่ในกรมชลฯ จึงแจ้งให้ทั้งสองคนทราบว่าจะนำตัวส่งตำรวจดำเนินคดี ทำให้ทั้งสองคนรีบคืนเงินให้ส่วนหนึ่ง จำนวน 2,400 บาท ก่อนจะรีบออกไปจากกรมชลฯ

           อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้บริหารของบริษัทซันไชน์ได้ติดต่อมาที่ช่อง 3 และยอมรับว่าทั้งสองคนเป็นพนักงานในสังกัดจริง แต่บริษัทไม่ได้มีนโยบายให้ทำเช่นนั้น พร้อมทั้งขอโทษและให้พนักงานทั้งสองคนออกจากบริษัทแล้ว ซึ่งในวันนี้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ช่อง 3 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลทั้งสอง เพราะเกรงว่าอาจจะมีการนำชื่อช่อง 3 ไปแอบอ้างที่อื่นอีก

 

หลังเกิดเหตุดินถล่มในหมู่บ้านปู่ทา หมู่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากการที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าไปเคลียร์พื้นที่บ้านปู่ทา ที่ประสบเหตุดินถล่ม พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 คน คือ นายประวิทย์ หมื่นตุ้ม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 นายทาการิ หมื่นตุ้ม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 และนายหล้า หมื่นตุ้ม อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ส่วนนางจิโน วงศ์เชื้อไทย ผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตแล้วเมื่อวานค่ำวานนี้ ทำให้ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 7 คน ผู้สูญหายอีก 1 คน คือ นางกำบือ สายชลวิมาน

           พ.อ.สุทัศน์ จารุมณี รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 รักษาราชการผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 กล่าวว่า ตอนนี้ได้นำรถครัวเคลื่อนที่ไปจอดไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ประกอบอาหารที่บ้านแม่ตาวอ ต.แม่ตาวอ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ประกอบอาหารได้ครั้งละ 400 กล่อง เพื่อส่งไปให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ค้นหาผู้สูญหาย ผู้บาดเจ็บ รวมทั้งชาวบ้านปู่ทา โดยนำอาหารลงเรือล่องไปตามลำน้ำเมย เนื่องจากถนนสายแม่สะเรียง-แม่สามแลบ มีดินถล่มปิดทับเส้นทางหลายจุด ซึ่งการลำเลียงทางเรือจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงจะถึงบ้านปู่ทา

           ที่ จ.ตาก พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ส่งกำลังทหารพราน ชุดปฐมพยาบาล และชุดค้นหาผู้เสียชีวิต รวมทั้งชุดจ่ายอาหารและน้ำดื่ม ออกช่วยเหลือชาวบ้านและค้นหาผู้เสียชีวิตในแม่น้ำเมย โดยเริ่มจากบ้านแม่สลิด ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง ซึ่งเป็นจุดที่น้ำป่าไหลหลากและมีแม่น้ำเมยหนุนจนทำให้ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ของโรงเรียนล้มลง อาคารถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีรายงานคนถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปในแม่น้ำเมย ทหารพรานต้องใช้เรือหางยาวติดธงชาติไทย เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดจากฝ่ายกองกำลังต่างๆ ของประเทศพม่า เพื่อออกตามหาผู้สูญหาย รวมทั้งได้จัดกำลังอีกชุด ไปยังบ้านปู่ทา ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมและดินถล่ม

 

ชาวนาพิจิตรแจ้งเท็จน้ำท่วมนา

           จ.พิจิตร นายไพทูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัด เปิดเผยว่า ตอนนี้จังหวัดได้เปิดให้ชาวนาแจ้งพื้นที่เสียหายจากน้ำท่วมเพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ และมีชาวนาบางรายที่เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนที่นาจะถูกน้ำท่วมมาแจ้งขอความช่วยเหลือจากภาครัฐด้วย โดยอ้างว่านาข้าวทั้งหมดถูกน้ำท่วม ซึ่งนายสุวิชย์ วัชโรทยางกูล ผู้ว่าฯพิจิตร ได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว หากพบว่ามีการแจ้งข้อมูลเท็จก็จะต้องมีการสอบสวนเกิดขึ้น และจะทำให้ชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนจริงได้เงินช่วยเหลือจากภาครัฐช้ากว่าปกติ จากเดิมสามารถจ่ายได้ภายใน 2 เดือน ก็อาจต้องเลื่อนออกไปเป็น 1 ปี หรือจนกว่าจะสอบสวนเสร็จสิ้น

           ที่ จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ที่สำนักงานแผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เบื้องต้นได้สนับสนุนน้ำดื่ม เสื้อผ้า ถุงยังชีพ เครื่องจักรกล รถบรรทุกน้ำ และเปิดบ้านพักผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้าพักอาศัย 

ชาวปากน้ำโพซ่อมเรือรับน้ำท่วม

           ที่ จ.นครสวรรค์ นายพิเชษฐศักดิ์ ศักดิ์พิพัฒน์ ชลประทานจังหวัด เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องใน จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และตอนนี้กระแสน้ำไหลมาถึงพื้นที่ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณในอัตรา 1,187 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากและอาจเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ อ.ชุมแสง และบางส่วนของ อ.เก้าเลี้ยว อ.เมือง ได้ภายใน 1-2 วันนี้

           นายสุนทร มนุษย์นิ่ม อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/4 หมู่ 8 ต.เกรียงไกร อ.เมือง กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมแล้ว โดยเก็บข้าวของไปไว้ในที่สูง และเร่งซ่อมเรือเพื่อใช้เป็นพาหนะหากเกิดน้ำท่วม หลังจากทางการประกาศให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือที่จะมาถึง จ.นครสวรรค์ 

 

ศรีสัชนาลัยน่าห่วง

           นายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมโบราณสถานในหลายจังหวัด ใน จ.แพร่ มีน้ำท่วมโบราณสถานบางส่วนไม่ได้รับความเสียหาย จ.น่าน กำแพงเมืองเก่าอายุ 400 ปี ได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะเล็กน้อย ส่วนที่น่ากังวล คือ จ.สุโขทัย แหล่งมรดกโลกศรีสัชนาลัย ได้จมน้ำมา 2 วันแล้ว ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำขัง โดยสภาพความแข็งแรงของโบราณสถานถือว่าสามารถทนกับสภาพน้ำขังได้ แต่เมื่อน้ำลดลงแล้วจะประสบปัญหาทางด้านความชื้น ส่งผลให้เนื้ออิฐเปื่อยยุ่ยได้ ขณะที่แหล่งโบราณสถานเมืองสุโขทัยไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นอกจากนี้ในส่วนของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนาราม ยังเหลืออีก 50 เซนติเมตร ที่ระดับน้ำท่วมถึง ซึ่งไม่น่ากังวล เนื่องจากขณะนี้กรมศิลปากรเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากน้ำลดกรมศิลปากรจะเร่งประเมินความเสียหาย เพื่อรายงานให้กระทรวงวัฒนธรรมรับทราบ ในการรายงานต่อรัฐบาลต่อไป

 

สุโขทัยตายอีก 1

           ที่ จ.สุโขทัย ระดับน้ำเริ่มทรงตัว ปภ.สุโขทัย สรุปพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 9 อำเภอ  53 ตำบล 397 หมู่บ้าน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย 136,651 ไร่ ถนนเสียหาย 74 สาย ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอีก 1 คน คือ นายหยั่น บัวแก้ว ราษฎรหมู่ 3 ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก หลังจากไปปักหลักเสาไม้ริมแม่น้ำยมแล้วถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดหายไป รวมผู้เสียชีวิตใน จ.สุโขทัยเป็น 2 รายแล้ว ขณะเดียวกันชาวบ้านสามหมื่น ต.ปากพระ อ.เมือง พื้นที่โดยรอบหมู่บ้านถูกน้ำท่วมกว่า 5,000 ไร่ ชาวบ้านต้องอาศัยเรือในการเข้าออกหมู่บ้าน รวมทั้งอาหารและน้ำดื่มต้องอาศัยการตั้งเต็นท์ประกอบอาหารริมถนนสายสุโขทัย-บางระกำ แล้วลำเลียงเข้าสู่หมู่บ้าน

           นางบุญชู รอดน้อย อายุ 65 ปี กล่าวว่า หน้าน้ำทีไรคนในหมู่บ้านต้องอาศัยเรือในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน อยากให้ใครก็ได้ช่วยเหลือทำคันกั้นแม่น้ำยมให้แข็งแรง น้ำจะได้ไม่ทะลัก น้ำมาตลิ่งพังทุกปี ชาวบ้านเดือดร้อนซ้ำซาก เฉพาะปีนี้หมู่บ้านถูกน้ำท่วมเป็นรอบที่ 4 แล้ว

 

น้ำท่วมหนุ่มหาปลาจมน้ำตาย

           จ.อุบลราชธานี นายธำรงศักดิ์ มานะกุล นายอำเภอนาตาล ออกสำรวจความเสียหายของชาวบ้าน หลังจากพายุนกเตนเคลื่อนออกจากนอกพื้นที่ไปแล้ว พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเขตพื้นที่ อ.นาตาล ขยับขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ใกล้เข้าสู่จุดวิกฤติ วัดระดับที่หน้าวัดพระโต บ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล พบว่า เหลืออีกเพียง 2 เมตร ก็จะล้นตลิ่ง หากล้นตลิ่งเมื่อไหร่ก็จะเข้าสู่วิกฤติทันที แต่น้ำโขงได้เอ่อล้นเข้าไปตามลำน้ำสาขาต่างๆ จนเอ่อล้นไหลเข้าที่ลุ่ม เข้าท่วมไร่นาเกษตรกรไปแล้วกว่า 500 ไร่ ทำให้ต้นข้าวนาปีที่ปักดำแล้วเสร็จใหม่ๆ จมใต้น้ำ 3 วันแล้ว และไร่มัน พร้อมทั้งต้นปาล์มกว่า 100 ไร่ ก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน

           ส่วนระดับน้ำก็ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันละ 50-100 เมตร ซึ่งเป็นที่น่าวิตกอย่างมาก พร้อมสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านที่ประสบภัยให้รีบรายงานสถานการณ์ของแม่น้ำโขงให้ทราบวันละ 2 ครั้ง และให้พากันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องด้วย วันเดียวกัน นายอำเภอนาตาลได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านแก้งไฮ หมู่ 8 ต.นาตาล เขตพื้นที่รับผิดชอบว่า มีลูกบ้านชื่อนายอ้วน วงวิไล อายุ 47 ปี เป็นชาวลาว แต่มีเมียชาวไทยชื่อ นางวันเพ็ญ มะลิซึ้ง อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 8 ต.นาตาล พลัดตกน้ำลำห้วยกระจีนขณะตกปลา ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ตายมีอาการคล้ายคนหน้ามืดวูบพลัดตกน้ำไปต่อหน้าต่อตา ชาวบ้านกำลังช่วยกันระดมค้นหาศพ โดยใช้ลวดหนามหย่อนลงในน้ำแล้วใช้เรือวนลากหา แต่ยังไม่พบ คาดว่าอีกประมาณ 1-2 วัน ศพก็คงจะลอยน้ำขึ้นมา

 

อ่างทอง-อยุธยาน้ำล้นตลิ่ง 8-10 ส.ค.นี้

           ข้อมูลจากศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาในเขตภาคเหนือช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม-2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม และแม่น้ำน่านสูงขึ้น โดยปริมาณน้ำจากแม่น้ำน่านจะไหลลงมารวมกับแม่น้ำยมและแม่น้ำปิงที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาต่อไป กรมชลประทานคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำสูงสุดที่จะไหลมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ  2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้ โดยกรมชลประทานจะใช้เขื่อนเจ้าพระยาและระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำหลาก โดยควบคุมน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนบริเวณ จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำสูงและอาจเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในช่วงวันที่ 8-10 สิงหาคมนี้ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งเตรียมการป้องกันล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัย