ข่าว

2พนง.อ้างช่อง3เรี่ยไรเงิน

2พนง.อ้างช่อง3เรี่ยไรเงิน

05 ส.ค. 2554

2 พนักงานบริษัทดัง แอบอ้างชื่อเรี่ยไรเงินผู้บริหารกรมชลฯ ด้านเลขาฯ พบพิรุธยกสายตรง ทางช่องลั่นไม่เคยมีนโยบายออกไปเรี่ยไร

          (5 ส.ค.) นายนภาพล ถนอมรัตน์ หัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุก ตู้ปณ.ข่าว 3 พร้อมด้วย นางนพขวัญ นาคนวล ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุทธิพร กสุรพ พนักงานสอบสวน(สบ 1) สน.สามเสน เพื่อแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หลังมีคนแอบอ้างชื่อสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เรี่ยไรเงินอ้างช่วยน้ำท่วม ที่กรมชลประทาน

          นายนภาพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นวานนี้ โดยมี นายวสุ เจียมกิตติธิน อายุ 22 ปี และ น.ส.ธัญวรรณ บริสุทธิ์ อายุ 21 ปี ซื่งเป็นพนักงานขายอิสระของบริษัทซันไชน์ เดินทางเข้าไปขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่กรมชลประทาน

          พร้อมกับขอสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงของกรมชลฯ โดยบอกว่าเป็นฝ่ายข่าวช่อง 3 และขอรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมไปพร้อมกับการขายสินค้า

          นายนภาพล กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่บุคคลทั้งสองเรี่ยไรอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเลขาของผู้บริหารระดับสูงเอะใจ เนื่องจากไม่มีใบเสร็จ จึงได้โทรศัพท์สอบถามเกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินดังกล่าว โดยทางช่อง 3 แจ้งว่า ทางช่องไม่มีนโยบายออกไปเรี่ยไรเงินดังกล่าว ทำให้กรมชลฯแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับตัวคนร้ายทั้งสอง ก่อนจะคืนเงินบางส่วนคืนจากการเรี่ยไรที่ได้มา

           “คนร้ายทั้งสองเป็นพนักงานขายของบริษัทซันไชน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางช่อง 3 เปิดรับบริจาคช่วยเหลือภัยธรรมชาติที่ญี่ปุ่นและภาคใต้ของไทย ทางบริษัทซันไชน์มาบริจาคจริง และได้ถ่ายรูปการบริจาคกับนายสรยุทธ สุทัศนจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวช่อง 3 ก่อนจะนำภาพถ่ายดังกล่าวไปทำเป็นโบชัวร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัทเพื่อขายสินค้า แต่คนร้ายทั้งสองได้นำโบชัวร์ดังกล่าวนี้ไปแอบอ้าง

          ตนยืนยันว่า มีการรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ทำให้เจ้าหน้าที่กรมชลฯหลงเชื่อ ทำให้ผู้บริหารระดับสูง 3 คน ได้ให้เงินคนร้ายเป็นจำนวน 2,400 บาท 1 คน และ 1,200 บาท 2 คน เจ้าหน้าที่กรมชลฯอีกคนละ 200 - 300 อีกหลายราย” นายนภาพล กล่าว

          นายนภาพล กล่าวต่ออีกว่า ที่มาแจ้งความในวันนี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของช่อง 3 เพราะการกระทำดังกล่าวของคนร้ายทั้งสองทำให้เสื่อมเสีย เพราะเอาชื่อไปแอบอ้าง

          ขณะเดียวกันเป็นการเตือนภัย ป้องปรามอีกทาง เพื่อไม่ให้มีใครหลงเชื่อ เนื่องจากคนร้ายทั้งสองใช้สื่ออย่างช่อง 3 แอบอ้างหากินเกรงว่าจะใช้สื่ออื่นๆ แอบอ้างหากินลักษณะนี้อีก

          นายนภาพล กล่าต่อไปอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทซันไชน์ได้รับความเสื่อมเสียเช่นกัน เพราะการกระทำของคนร้ายทั้งสอง ทั้งที่บริษัทซันไชน์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงได้ลงโทษปลดคนร้ายซึ่งเป็นพนักงานทั้งสองออกจากบริษัทแล้ว และยังได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว รวมถึงการทำหนังสือขอโทษกับทางช่อง 3 เรียบร้อยแล้ว

          ด้าน ร.ต.อ.สุทธิพร กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นคดีฉ้อโกง ซึ่งทางช่อง 3 เป็นผู้ถูกแอบอ้างไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่ถูกทำให้เสียชื่อเสียง จึงทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น หากจะให้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองที่แอบอ้างต้องให้ผู้เสียหายที่แท้จริงคือเจ้าหน้าที่กรมชลฯมาแจ้งความร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจึงจะออกหมายเรียกมาดำเนินคดีได้

          อย่างไรก็ตาม ต้องดูเจตนาของผู้เสียหายด้วยว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ และต้องดูด้วยว่าการฉ้อโกงดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงทั่วไปหรือฉ้อโกงประชาชน