ข่าว

'ชูวิทย์'จิก'ขุนค้อน'เอาใจรบ.ใหม่

'ชูวิทย์'จิก'ขุนค้อน'เอาใจรบ.ใหม่

05 ส.ค. 2554

"ชูวิทย์"ไม่เลิกจิก"ขุนค้อน"เอาใจรัฐบาลใหม่ เชื่ออนาคตไม่ราบรื่นแน่ ด้าน"ปธ.สภา"หวัง"ชูวิทย์"ไม่ป่วนซ้ำ หวั่นเพื่อนส.ส.มองเป็นสภาโจ๊ก 'สมเกียรติ' ทวิตตำหนิ 'ชูวิทย์'ทำตัวน่าเวทนา

          (5 ส.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย กล่าวถึงการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่สั่งให้เจ้าหน้าที่รปภ.นำตัวออกจากห้องประชุมว่า ตนแค่ขอหารือเกี่ยวกับที่นั่งส.ส.ของพรรครักประเทศไทยแต่ประธานสภาฯไม่เปิดโอกาสให้ตนถือว่าใช้ไม่ได้ ทำงานเอาใจรัฐบาล 

          “ ที่มีการตั้งฉายาว่า “ขุนค้อน”  ผมก็นึกว่าจริงที่แท้เป็น “ขุนค้อนปลอม" ที่หล่นทับเท้าแล้วบวม ความจริงไม่น่าจะเอาค้อนไปให้น่าจะโยนให้มากกว่า แล้วหากยังทำงานอย่างนี้อนาคตไม่ราบรื่นแน่ ส่วนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ทำงานเหมือนกำแพง  ผมทำจดหมายและโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องนี้ก็ไม่ได้รับการติดต่อ ” นายชูวิทย์กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองหรือไม่ เนื่องจากประชาชนเลือกให้มาทำหน้าที่ส.ส.นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่มีภาพลักษณ์ เรื่องอะไรจะต้องเปลี่ยน ตนเป็นอย่างนี้สื่อจะสนใจทำข่าวหรือไม่ตนไม่สนใจ สัปดาห์หน้าตนก็จะยังนั่งอยู่ที่เดิมจะไม่ย้ายไปไหน

          นายตุ่น จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า  จะนั่งตรงไหนในห้องประชุมเป็นเรื่องที่สภาฯต้องดำเนินการ ส่วนพรรคจะนั่งตรงไหนไม่ได้ให้ความสำคัญ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้สนใจ เพราะเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งนายชุมพล  ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคได้กำชับไม่ให้ตอบโต้  และวันนี้แม้มีการเปลี่ยนที่นั่ง แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ส.ส.ของพรรคทั้งหมดยังได้ขยับป้ายพรรคถอยร่นห่างออกไปจากพรรครักประเทศไทยอีกถึง 4-5 แถว

 

"ปธ.สภา"หวัง"ชูวิทย์"ไม่ป่วนซ้ำหวั่นเพื่อนส.ส.มองเป็นสภาโจ๊ก 

           นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พฤติกรรมป่วนในที่ประชุมสภาของนายชูวิทย์ในวันนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องนำข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ส.และกรรมาธิการ พ.ศ.2553 มาบังคับใช้  ซึ่งการสั่งให้ออกจากห้องประชุมนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สมควรแก่เหตุแล้ว เบื้องต้นคาดว่านายชูวิทย์ จะไม่กระทำพฤติกรรมดังกล่าวอีก

           ด้าน ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ก็มีความเห็นไปในทางเดียวกันถึงพฤติกรรมของนายชูวิทย์และมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียเกียรติ โดยนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพฤติกรรมของนายชูวิทย์ ทำให้ภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนฯ เสีย และอาจถูกมองเป็นสภาโจ๊กไปได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ตนไม่อยากให้ความสำคัญหรือให้ค่า

           ด้านนายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะอดีตประธานคณะกรรมการยกร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมฯ กล่าวว่าตามข้อบังคับมีระบุไว้ว่า ส.ส.ต้องทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งพฤติกรรมของนายชูวิทย์นั้นตนไม่ได้เห็นจึงไม่สามารถวิจารณ์ได้

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตาม มาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุให้มีการทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมระบุโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ระบุไว้ในประมวลจริยธรรม ให้ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย ซึ่งโทษร้ายแรงถึงขั้นถอดถอนออกจากตำแหน่ง

           ทั้งนี้รัฐสภาได้มีข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมและส.ส. และกรรมาธิการฯ พ.ศ. 2553 ระบุถึงการปฏิบัติหน้าที่ฐานะที่เป็นสมาชิก ซึ่งมีข้อที่สำคัญ อาทิ ข้อ 11 ระบุว่าสมาชิกต้องรักษาชื่อเสียงของสภาฯ และไม่กระทำการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิสภาฯ , ข้อ 15 สมาชิกต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคล และไม่แสดงกิริยาหรือวาจาที่ไม่สุภาพ หรือ ดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสี นอกจากนั้นแล้วยังมีรายละเอียดที่เป็นส่วนอุดมคติของการเป็นสมาชิก ที่สำคัญ คือ ในข้อ 6 ที่ว่าสมาชิกต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับการประชุมสภาอย่างเคร่งครัด

 

'สมเกียรติ'ทวิตตำหนิ'ชูวิทย์'น่าเวทนา

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสมเกียรติ อ่อนวิมล อดีต ส.ว. ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ ในชื่อ @somkiatonwimon  โดยกล่าวถึงพฤติกรรมของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยที่เแย่งที่นั่งในสภาว่า  "คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม น่าเวทนา ในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ พูดเรื่องไม่มีสาระ ไม่เคารพข้อบังคับการประชุม ไม่เคารพประธานสภาฯ"