
แรงงานเขมรยังแห่เข้าไทยหวังค่าแรง 300 บาท
แรงงานเขมรแห่เข้าไทย หวังค่าแรง 300.-บาท เกษตรกรชาวไทยบริเวณชายแดนเดือดร้อนหนักขาดแคลนแรงงานเขมรภาคเกษตร อีกทั้งถูกแรงงานเขมรเล่นตัวขอขึ้นค่าแรงจากวันละ 120.-บาท เป็น 250.-บาท ทำให้เกษตรกรไทยเดือดร้อนถ้วนหน้า
วันนี้ 5 ส.ค.54 ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ร่วมกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว และ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้ร่วมกันตรวจสอบและทำประวัติแรงงานต่างด้าวชาวเขมรจำนวนมาก ซึ่งเดินทางผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยจำนวนกว่า 250 คน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเขมรที่เดินทางเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย ตามข้อตกลง MOU โดยมีหนังสือเดินทางและเอกสารขออนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารและตรวจค้น เนื่องจากมีแรงงานชาวเขมรจำนวนมากอาจมีแรงงานเถื่อนปะปนเข้ามา นอกจากตรวจค้นแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำการถ่ายภาพบันทึกประวัติไว้ ก่อนอนุญาตให้ตัวแทนบริษัทฯนำแรงงานเขมรเดินทางต่อไปได้
พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว เผยว่า ช่วงนี้รัฐบาลกัมพูชาได้อนุมัติให้แรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาทำงานใน ประเทศไทยจำนวนหลายพันคน ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลง MOU ดังนั้นช่วงนี้จึงมีแรงงานชาวกัมพูชา เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยถูกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะไปทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแรงงานชั้นกรรมกร และคาดว่าจะมีอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการเข้าทำงานในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทจัดหางานในกัมพูชาที่ติดต่อและจัดส่งแรงงานเขมรเข้าไทย ได้ไปประชาสัมพันธ์ว่าประเทศไทยจะให้ค่าแรงงานขั้นต่ำวันละ 300.-บาท ตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ของไทย จึงทำให้มีชาวเขมรจำนวนมากแห่ไปสมัครที่บริษัทนายหน้าจัดหางานของกัมพูชาเป็นจำนวนมาก
จากการที่มีแรงงานชาวกัมพูชาแห่เข้ามาทำงานในประเทศไทยจำนวนมาก ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรบริเวณชายแดนของไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากที่ผ่านมา ภาคเกษตรของไทย ทั้งชาวไร่ ชาวนา และชาวสวน ตามชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องพึ่งพาแรงงานชาวเขมรทั้งการปลูกข้าวเกี่ยวข้าว ปลูกมันและขุดมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยและตัดอ้อย และหักข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรชาวไทยจะว่าจ้างแรงงานชาวเขมรซึ่งเป็นแรงงานอนุโลม แบบไปเช้า-เย็นกลับ โดยว่าจ้างวันละประมาณ 120-130 บาท ต่อวัน แต่ปัจจุบันเกษตรกรไทยบริเวณชายแดนเริ่มได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300.-บาท ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำให้แรงงานชาวเขมรแห่ไปสมัครเข้ามาทำงานในภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้แรงงานเขมรภาคเกษตรเริ่มลดลงและขาดแคลน และแรงงานชาวเขมรเริ่มเล่นตัวขอขึ้นค่าแรงจากวันละ 120-130 บาทต่อวัน เป็นวันละ 250.-บาท จนเกษตรกรไทยเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
นายอัมพร ชูเชิด อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 ม. 6 ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจำนวน 300 ไร่ และนายอมร สายวงศ์คำ อายุ 39 ปี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เผยว่าหลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300.-บาท ได้ดังกระหึ่มขึ้นมาทำให้มีชาวเขมรจำนวนมากต่างแห่ไปสมัครเข้ามาทำงานภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยเพื่อหวังได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300.-บาท ทำให้บริเวณชายแดนแบบไปเช้า-เย็นกลับ เริ่มเล่นตัวโก่งราคาขึ้นค่าแรงจากวันละ 120-130 บาท มาเป็นวันละ 250.-บาท ทำให้เกษตรกรไทยเริ่มเดือดร้อน เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน แต่หากยอมจ้างวันละ 250.-บาท ก็จะขาดทุน
ดังนั้นขณะนี้ภาคเกษตรของไทยกำลังใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิตและต้องการแรงงานเขมรเป็นจำนวนมาก จะได้รับความเดือดร้อนกันไปทั่ว และยังไม่มีหน่วยงานไหนมาหาทางช่วยเหลือภาคเกษตรในพื้นที่ชายแดนได้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำการเกษตรอยู่บริเวณตะเข็บชายแดนด้าน จ.สระแก้ว ซึ่งมีความยาวตลอดแนวชายแดนที่ติดกับกัมพูชาระยะทางยาวกว่า 165 กม. มีเกษตรกรที่ต้องการใช้แรงงานเขมรกว่า 2,000 ราย จะต้องเดือดร้อนหมด



