
เขียงหมูโอด! ราคาหมูพุ่งไม่หยุด
อุทัยอ่วม ราคาสินค้า หมูพุ่งรายวัน จำเป็นต้องปรับราคาขายอาหาร แผงขายหมู'เบตง'หยุดขายแล้ว อ่างทองสวนกระแส 'ลูกหมู' ขายดี
นางอารี มิตรเผ่า อยู่บ้านเลขที่ 81/9 บ้านเนินตูม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งประกอบอาชีพขายอาหารแกงถุงในตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เปิดเผยว่า ขายกับข้าวสำเร็จมากว่า 10 ปี ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี แต่ช่วงเดือน กรกฎาคม 2554-สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา ราคา หมู เนื้อ ไก่ และผัก ได้ปรับขึ้นราคามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการประกอบอาหารสูงตามไปด้วย
"ระยะนี้ยังคงตรึงราคาไว้ที่ถุงละ 20-25 บาท ถ้าอนาคตอันใกล้ ราคาวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารยังขึ้นราคาหรือไม่ลดลง ก็จำเป็นเป็นต้องปรับราคาขาย เป็น ถุงละ 25-30 บาท เพื่อให้อยู่ได้ไม่ขาดทุน และได้พยายามบอกลูกค้าไว้ล่วงหน้าว่าวัตถุดิบแพงขึ้นทุกอย่างจึงจำเป็นอาจจะ ต้องปรับราคาดังกล่าว" นางอารี กล่าว
เช่นเดียวกับแม่ค้ารายอื่นๆ รวมทั้งร้านอาหารตามสั่ง ต่างบ่นไปตามๆ กันว่า หมู เนื้อ ไก่ ผัก ขึ้นราคาสูง เช่น หมูปรับจากราคาจากกิโลกรัมละ 120-130 บาท เป็น 150 บาท ปลาดุกปรับขึ้นกิโลกรัมละ 10 บาท ทำให้พวกเขาอาจต้องปรับราคาขายตาม แต่ก็กลัวว่าผู้บริโภคจะบ่นและไม่ซื้อของที่ตนขาย
เขียงหมูเบงตงหยุดขาย หลังหมูทะลุ 90 บาท/กก.
บรรยากาศการซื้อหมูหน้าแผงที่ตลาดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลาบางแผงได้หยุดขาย เนื่องจากราคาเนื้อหมูที่ขึ้นต่อเนื่องเกือบทุกสัปดาห์ จากราคาเดิมอยู่ที่ 160 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มขึ้นมาเรื่อยจนราคาสูงขึ้นเป็น 170-180 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบหารแผงขายหมูและผู้บริโภคเนื้อหมูเป็นอย่างมาก
พ่อค้าแผงขายหมูรายหนึ่งในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง กล่าวว่า เดิมราคาหมูจากฟาร์ม ซึ่งราคาหมูเป็นที่ยังไม่ได้ชำแหละอยู่ที่กิโลกรัมละ 72 บาท และราคาเนื้อหมูชำแหละแล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-160 บาท แต่ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ราคาหมูจากฟาร์มปรับขึ้นทุกสัปดาห์ จนล่าสุดราคาหมูเป็นที่ยังไม่ได้ชำแหละสูงขึ้นมาถึงกิโลกรัมละ 90 บาท ส่วนราคาเนื้อหมูขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 170-180 บาทและมีแนวโน้มจะขึ้นถึง 200 บาท
พ่อค้าแผงหมู กล่าวต่อว่า เมื่อราคาหมูแพงขึ้นจึงต้องปรับราคาตาม หากไม่ปรับราคาก็จะต้องขาดทุน เมื่อเป็นเช่นนี้ทางบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงหมูในตลาดสดเทศบาลจนไปถึงตลาดนัดในชุมชน บางแผงได้หยุดขายหมูบ้างแล้ว ซึ่งกำไรได้น้อยและอีกอย่างหนึ่งคือ อยากให้ทางฟาร์มชะลอราคาเนื้อหมู ไม่ให้สูงขึ้นไปกว่านี้
ทั้งนี้ หากราคายังสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แผงหมูก็เดือนร้อน ลูกค้าที่มาซื้อเนื้อหมูก็เดือดร้อน สำหรับราคาเนื้อแดง อยู่ที่ กิโลกรัมละ 180 บาทจากเดิมที่ขายอยู่ที่ 160 บาท ส่วนราคาหมู 3 ชั้น ตอนนี้ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 170 บาท
สวนกระแส! ลูกหมูอ่างทองขายดิบขายดี
นายมงคล ดวงพุฒซ้อน อายุ 35 ปี เจ้าของฟาร์มหมูเอ็มเคฟาร์มซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงลูกหมูขาย ใน อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนเลี้ยงแม่หมูไว้กว่า 100 ตัว เพื่อผลิตลูกหมูส่งขาย ซึ่งตอนนี้ถือว่าราคาลูกหมูที่ส่งขายดีมาก โดยราคาตกอยู่ที่ตัวละ 2,500 บาท ซึ่งสร้างกำไรให้กับผู้เลี้ยงลูกหมูเป็นอย่างมากแตกต่างจากเมื่อก่อนจะขายไม่ค่อยดี
สำหรับสาเหตุที่ตอนนี้ราคาหมูแพงเนื่องจากเมื่อปีที่แล้วเกิดภาวะน้ำท่วม หมูเป็นโรคมาก ทำให้ฟาร์มหมูบางแห่งต้องปิดตัวลงจึงมีหมูออกตลาดน้อยประกอบกับราคาอาหารที่แพงจึงส่งผลให้ราคาหมูแพงตาม
นายมงคล กล่าวต่อว่า ลูกหมูที่จับขายจะอยู่ช่วงอายุ 5 เดือนน้ำหนักประมาณ 17 กก. จับครั้งหนึ่งก็เกือบ 100 ตัวเท่าที่สอบถามลูกค้าที่มาซื้อลูกหมูก็บอกว่าช่วงนี้เนื้อหมูแพงทำให้หมูเนื้อแพงไปด้วยจึงต่างเร่งซื้อลูกหมูไปเลี้ยงเพื่อจับขายต่อ
ด้านนางรำพึง พร้าหิรัญ อายุ 47 ปี แม่ค้าขายหมูในตลาดโพธิ์ทอง กล่าวว่า ตอนนี้แย่มากไม่มีใครมาซื้อเนื้อหมูปกติจะซื้อมาขายวันละประมาณ 2-3 ตัว แต่ตอนนี้ซื้อมาขายตัวเดียวก็ขายไม่หมดต้องน้ำเนื้อหมูที่เหลือไปแช่เย็นเพื่อเอาออกมาขายวันต่อไป ราคาตอนนี้สูงมากตนซื้อมาหาบหนึ่งก็ 100 กิโลกรัม ทางหน้าฟาร์มขายให้หาบละ 8 พันบาท ปกติจะซื้อที่ 5 พันกว่าบาท ทำให้ต้องขายหมูแพง
"พอขายแพงก็ไม่มีใครซื้อตอนนี้แม่ค้าหมูบางรายต้องหยุดขายไปบ้างแล้ว ก็หวังว่ารัฐบาลใหม่เร่งหันกลับมาแก้ไขปัญหาข้าวของแพงก่อนที่จะไปขึ้นราคาค่าแรงเพราะชาวไร่ชาวนากำลังจะอดตาย" นางรำพึง กล่าว
ปชช.กาฬสินธุ์แห่ซื้อหมูธงฟ้าราคาถูก
ที่ตลาดสดทุ่งนาทอง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย การค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการเขียงหมู นำเนื้อหมูจำนวน 200 กิโลกรัม มาจัดจำหน่ายหมูธงฟ้าราคาถูกในกิโลกรัมละ 145 บาท
เนื่องจาก เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในช่วงเนื้อหมูราคาแพง ตามนโยบายของกรมการค้าภายใน โดยหลังจากเริ่มเปิดจำหน่ายมีประชาชนแห่เข้าคิวรอซื้อเนื้อหมูจำนวนมาก ทำให้สินค้าขายหมดภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
นายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย การค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากนโยบายของอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งมีความเป็นห่วงและต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะเนื้อหมู จึงได้มอบหมายให้การค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมมือกับผู้ประกอบการพ่อค้า แม่ค้าเขียงหมู จัดโครงการจำหน่ายเนื้อหมูขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคสินค้าราคาถูกและปลอดภัย
ทั้งนี้ เนื้อหมูที่นำมาจำหน่ายในครั้งนี้ ราคากิโลกรัมละ 145 บาท จากราคาตามท้องตลาดจำหน่ายที่ กิโลกรัมละ 160-180 บาท เนื่องจากราคาเนื้อหมูเป็นปรับสูงขึ้นกิโลกรัมละ 83 บาท ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 1 กิโลกรัม เพราะต้องการให้ประชาชนได้บริโภคอย่างทั่วถึง
การค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์จะจัดจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูกทุกวันศุกร์ จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2554 พร้อมกับขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้จำหน่ายเนื้อหมูในราคาที่ ยุติธรรม และต้องติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่หากมีการฝ่าฝืนก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
"พ่อค้า-ฟาร์มเลี้ยงหมู จ.ชัยภูมิ อั้นไม่อยู่หมูแพงเตรียมปิดกิจการหนี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังต้นทุนราคารับซื้อหน้าฟาร์มจ่อปรับขึ้นไม่หยุดแตะ 90 บาท/กก.-ลามเกิดโรคระบาดหมูบ้านขาดตลาดซ้ำต้นทุนผู้เลี้ยง-ผู้ค้ารายย่อยกลับสวนกระแสปรับราคาสูงขึ้นไม่หยุด ประเดิมพ่นพิษจี้รัฐบาลปู 1 เร่งช่วยด่วน ซึ่งใน จ.ชัยภูมิ ต่างได้รับผลกระทบจากปัญหาเนื้อหมูราคาแพงเช่นกัน
ขณะนี้เริ่มขยายวงได้รับผลกระทบหนัก ทั้งกลุ่มผู้เลี้ยงรายย่อย และผู้ประกอบการค้าเนื้อหมู รวมไปถึงผู้บริโภค จำนวนมากออกมาเรียกร้องผ่านไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อเนื่องหลังมีการโหวตเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อยในวันนี้
นายศักดิ์ ฝ่ายสัจจา ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงหมู และผู้ประกอบการค้าเนื้อหมูสด เขียงหมูรายย่อย บ้านยางบ่า หมู่ 3 ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องเนื้อหมูราคาแพง กำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก
เนื่องงจาก พ่อค้าหมู แบกรับภาระต้นทุนรับซื้อหมูหน้าฟาร์มไม่ไหวแล้ว ในปัจจุบันถือว่ามีราคารับซื้อสูงกว่ากิโลกรัมละ 82 บาท และเริ่มมีการจะปรับขึ้นในทุกวันพระอีกต่อเนื่องสัปดาห์ละอีกกว่า 2 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายเนื้อหมูสดในตลาดโดยรวมของจ.ชัยภูมิ จากเดิมในรอบหลายสิบปีที่จำหน่ายไม่เคยเกินกิโลกรัมละ 120 บาท ปัจจุบันต้องขยับปรับขึ้นจำหน่ายกว่ากิโลกรัมละ 160 บาท แล้ว
และมีผลกระทบทำให้ตลาดการค้าขายเนื้อหมู เกิดผลกระทบยอดขายน้อยลงจนแทบขายไม่ออก และเตรียมปิดกิจการตามาด้วยอีกจำนวนมาก ซึ่งแนวโน้มถ้ายังปล่อยให้ราคาหมูหน้าฟาร์มขยับขึ้นต่อเนื่องอย่างนี้ต่อไปอีกจนถึงการรับซื้อจำหน่ายหน้าฟาร์มต้องตกกิโลกรัมละ 90 บาท ต่อไป
ส่วนผู้ประกอบอาชีพค้าเนื้อหมูในจ.ชัยภูมิ จำเป็นต้องเลิกอาชีพนี้ทั้งหมด ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้อยากจะฝากผ่านไปถึงรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ที่เคยรับปากไว้ว่าจะเร่งเข้าไปแก้ปัญหาข้าวของแพง ช่วยเร่งหามาตรการลงมาช่วยเหลือเรื่องเนื้อหมูราคาแพงโดยเร่งด่วนด้วย
อีกทั้งในกลุ่มผู้เลี้ยงรายย่อยในชุมชน ฟาร์มขนาดเล็กของชาวบ้านรายละไม่เกิน 10-30 ตัว ซึ่งก็มีต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มสูงมากขึ้น ทั้งราคาหัวอาหารที่ต้องนำมาเลี้ยงหมูทุกประเภท ยังมีการปรับราคาสูงขึ้นอีกกว่ากระสอบละ 100 บาท มีต้นทุนสูงขึ้นอีกเกือบเท่าตัวด้วยเช่นกัน แต่ราคานำไปจำหน่ายและมารับซื้อในพื้นกลับถูกกดราคาขายได้ไม่เกิน 75-76 บิต่อกิโลกรัม
ด้านการหารับซื้อเนื้อหมูจากชาวบ้านเข้ามาจำหน่ายในราคาถูกลง เพื่อลดต้นทุนแทนก็หายากมากขึ้น เพราะผู้เลี้ยงไม่คุ้มทุนอีกจำนวนมากและต้องเลิกเลี้ยงไป
รวมไปถึงการอยากให้เร่งช่วยแก้ปัญหา การระบาดของโรคหมู ซึ่งมีลักษณะแปลกไม่เคยเจอมาก่อนเลยในหลายพื้นที่ด้วย ซึ่งจะมีอาการป่วยล้มตายจำนวนมากในพื้นที่ ในเขตอ.บ้านเขว้า หลายแห่ง ซึ่งจะมีอาการป่วยตายฉับพลันหรือชาวบ้านเรียกว่าโรคไข้ตาแดง ซึ่งเคยสอบถามไปยังหน่วยงานปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง ก็แจ้งว่าโรคนี้ป้องกันอยาก เพราะมีการติดเชื้อมาจากตั้งแต่รับซื้อมาตั้งแต่ต้นและให้ผู้เลี้ยงควรระวังกันเอง ต้องมีการตรวจสอบให้ดีก่อนจะซื้อพันธุ์หมูที่มีเชื้อโรคไข้ตาแดงดังกล่าวมาเลี้ยง
"หมูจะมีอาการเป็นไข้สูงออกตุ่ม มีผื่นเต็มตัว และจะมีอาการไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก็จะล้มชักตายทันที ซึ่งจะทำให้การเสริมอาชีพเลี้ยงหมูบ้านของประชาชนในอีกหลายพื้นที่จะต้องได้รับผลกระทบอีกจำนวนมาก และต้องหยุดกิจการและเลิกอาชีพนี้ลดลงในอนาคตจนหมูต้องขาดตลาดลงไปมากขึ้นอีกด้วย ถ้ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการเร่งออกมาช่วยเหลือเรื่องนี้เป็นการด่วนด้วย ซึ่งในส่วนผู้บริโภคเองก็ต้องควรระมัดระวังเรื่องการที่จะมีรถเร่นำเนื้อหมูราคาถูกออกไปตระเวนจำหน่ายตามหมู่บ้านต้องควรระวังเรื่องการเลือกซื้อหมูที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวและอาจจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคหมูลักษณะนี้เข้าไปในพื้นที่เพิ่มได้อีกมากขึ้นด้วย "นายศักดิ์ กล่าว
ร้านหมูกะทะเชียงใหม่อ่วมราคาหมูพุ่ง
นางสาวชลธิดา แก้วซาว ผู้จัดการร้านสุคนธาหมูกะทะ-กุ้งกะทะ ตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ราคาเนื้อได้ปรับราคาสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นทุกๆ วันพระครั้งละ 5 บาท ตามการขึ้นราคาของเขียงหมู ทำให้ปัจจุบันซื้อราคาเนื้อหมูกิโลกรัมละ 150-155 บาท จากเดิมที่เคยซื้อราคาเพียงกิโลกรัมละ 130 บาทเท่านั้น โดยแต่ละครั้งร้านจะสั่งหมูจำนวน 300 กิโลกรัมสำหรับใช้ 2 วัน ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ จากราคาหมูหน้าเขียงที่ปรับสูงขึ้นจึงหันไปสั่งหมูจากแมคโครและซีพีแทน เพราะราคาถูกกว่าเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งทางร้านยังคงราคาเดิมไว้คือ บุพเฟ่คนละ 195 บาท ราคานี้รวมน้ำทั้งอาหาร เครื่องดื่ม โซดา และน้ำแข็งแล้ว ยังคงประคองราคาดังกล่าวไว้ไม่อยากให้กระทบกับผู้บริโภคมากนัก
นางสาวชละดา กล่าวต่อว่า หากราคาหมูยังคงเพิ่มต่อเนื่องภายในระยะเวลา 6 เดือน คงจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่ม คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 199 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 4 บาท เพราะหากขึ้นราคาสูงกว่านี้ลูกค้าจะรับไม่ได้
"ลูกค้าของที่ร้านส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา นักศึกษา พนักงานบริษัท หากปรับราคาเกินกว่า 200 บาท จะทำให้ลูกค้าหันไปบริโภคที่อื่นแทน ตอนนี้ก็ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปก่อน จนกว่าจะไม่สามารถต้านราคาหมูที่เพิ่มขึ้นได้ สำหรับราคาปัจจุบัน 195 บาทพึ่งมีการปรับขึ้นเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา" นางสาวชลธิดา กล่าว



