ข่าว

วงสมานฉันท์อุดรเหลว"ขวัญชัย"ลั่น"รักทักษิณใครจะทำไม"

วงสมานฉันท์อุดรเหลว"ขวัญชัย"ลั่น"รักทักษิณใครจะทำไม"

24 เม.ย. 2552

ผู้ว่าฯอุดรจับเข่าคุยสื่อขอร่วมช่วยสร้างบรรยากาศสมานฉันท์ ชี้อุดรฯไม่เลวร้ายเหมือนบางจังหวัด ตำรวจฯปัดไม่ใส่เกียร์ว่าง เพียงแต่ยังไม่เดินเกียร์ 5 ทำให้คนมองว่าดำเนินการกับสื้อแดงช้า ขณะที่"ขวัญชัย"ลั่นในที่ประชุม "รักทักษิณใครจะว่าไม่สน" ตบหน้ากองปราบฯที

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 เมษายน ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ,พล.ต.ชูรัตน์ เสน่ห์เมือง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 ,พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ได้เชิญสื่อมวลชนใน จ.อุดรธานี ทั้งวิทยุชุมชน วิทยุคลื่นหลัก เคเบิ้ลทีวี สื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ ร่วมประชุมชี้แจงและขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงในการกำหนดแนวทาง เพื่อสนับสนุนการสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของพี่น้องประชาชนใน จ.อุดรธานี โดยการประชุมวันนี้ นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เจ้าของสถานีชุมชนคนรักอุดร 97.5 เมกกะเฮิร์ต ร่วมประชุมด้วยตัวเอง

  นายอำนาจ กล่าวว่า หลังจากเดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ในช่วง 6 เดือน ยืนยันว่า จ.อุดรธานี เป็นเมืองแห่งธรรมะ แต่ที่ผ่านมามีเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบสุข เกิดความวุ่นวาย มีการแตกแยกกันทางความคิด มีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ได้ดำเนินคดีไปตามอำนาจหน้าที่ บางคนคิดว่าเหตุการณ์อาจจะรุนแรงเหมือนกับในหลายๆจังหวัด แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด จะมีบาง 2 กรณี คือ 1.การปิดถนนอธิบดี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด และ 2.การปิดถนนมิตรภาพอุดร-หนองคาย ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการของกฎหมายอยู่  ซึ่งอยากจะขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนทุกแขนงทำอย่างไรจะให้ จ.อุดรธานี กลับมาสงบสุขเหมือนแต่ก่อน ขอไม่ให้มีการเผยแพร่การให้ร้ายสถาบันสูงสุด ขออย่านำเสนอเผยแพร่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะเกิดความแตกแยกของคนในจังหวัด ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีการควบคุมดูแลวิทยุชุมชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากวิทยุชุมชนยังไม่ได้รับอนุญาต จึงยากแก่การควบคุมดูแล แต่ก็ได้สั่งให้มีการตรวจสอบและเฝ้าฟังคลื่นไหนที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำความผิด โดยให้แต่ละพื้นโดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยเป็นหูเป็นตาให้ 
 
 พล.ต.ชูรัตน์ เสน่ห์เมือง กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน ซึ่งในสภาวะปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าสื่อมวลชนมีบทบาทที่สำคัญอย่างมากต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะวิทยุชุมชนที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก อยากให้นำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อประเทศชาติของเรา และเพื่อลูกหลานของเราในอนาคตด้วย
 พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงเรื่องความแตกแยกของคนในจังหวัดเป็นอย่างมาก เราต้องเคารพกติกาบ้านเมืองถึงจะเดินหน้าได้ ตอนนี้ตำรวจอุดรธานีถูกมองว่า 2 มาตรฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดง ใส่เกียร์ว่างบ้าง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้ใส่เกียร์ว่าง แต่อาจจะเป็นเกียร์ 2 เกียร์ 3 ไม่ได้ใส่เกียร์ 5 จึงทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่พอใจ ตำรวจเราทำงานด้วยความรอบคอบ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้น อย่าเอาจังหวัดเราไปเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น เพราะมันไม่เหมือนกัน มันแตกต่างกันอยู่

 ขณะที่นายขวัญชัย   กล่าวในที่ประชุมว่า หลายคนสงสัยว่าตนน่าจะเป็นตัวปัญหา ซึ่งขอชี้แจงและโปรดมองชมรมคนรักอุดรในทางที่ดีด้วย ซึ่งการดำเนินงานของชมรมฯในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดด้วยดีเสมอมา จะมีพลาดอยู่แค่ครั้งเดียว คือตอนที่มีเรื่องกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งเราถูกยั่วยุจึงเกิดเหตุบานปลายขึ้น
 
 นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า ตนขอยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ และพร้อมจะลดความร้อนแรงลงไปบ้าง แต่อย่ามาบีบบังคับกันมากจนเกินไป ซึ่งตนไม่ได้อยู่ภายใต้นักการเมืองคนไหน ทุกวันนี้ทำงานกันด้วยใจ ชื่นชมรักในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใครจะมาว่าตนก็ไม่สน ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายของสถานีวิทยุตกเดือนละกว่า 2 แสนบาท รายรับแค่ 2-3 หมื่นบาท เราอยู่กันได้อย่างไร ก็เพราะพี่น้องประชาชนได้บริจาคออกกันคนละนิดละหน่อยเราจึงอยู่ได้ แต่ก็ยังมาถูกตำรวจกองปราบปรามเข้ามาตรวจยึดอุปกรณ์ไป ซึ่งเราพร้อมจะหาเครื่องส่งราคาประมาณ 3 แสนบาทมาเปิดออกอากาศใหม่ได้ในวันพรุ่งนี้แน่นอน