
เงื่อนไข"เสื้อแดง"
เงื่อนไข"เสื้อแดง" : ขยายปม โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์
ทุกอย่างเป็นไปตาม "สคริปต์" เมื่อที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยพร้อมใจกันยกมืออย่างพร้อมเพรียงเป็นเอกฉันท์ให้เสนอชื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ชิงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างชื่นมื่น
ถือว่าตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" สดใส ไม่มีปัญหา เพราะได้จัดวางชื่อ "ยิ่งลักษณ์" ไว้เพื่อตำแหน่งนี้ตั้งแต่ก่อนหาเสียงเลือกตั้ง
แต่ปัญหาหนักใจคือ การจัดโควตาเสนาบดีให้กับ "แกนนำ" กลุ่มต่างๆ ภายในพรรคต่างหากที่อาจส่งผลต่อการดำรงอยู่ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่า
การจัดโผคณะรัฐมนตรีล่าช้ายิ่งนำมาซึ่งการเพิ่มความขัดแย้งของกลุ่มก้อนภายในพรรค และพยายามปล่อยข่าวเตะตัดขากันไปมาหวังให้กลุ่มของตนเองได้ตำแหน่งและดูแลกระทรวงเกรดเอ
จากกรณีของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" อดีตประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดมีข่าวว่าหลุดโผ "รัฐมนตรี" ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีชื่อติดโผตำแหน่ง "รมว.ยุติธรรม และรมว.สาธารณสุข"
ทั้งที่ "สารวัตรเหลิม" เป็นคนแรกที่ลาออกจากส.ส.พรรคเพื่อไทยกลางเดือนมีนาคม และไปช่วยปราศรัยหาเสียงในภาคอีสานให้สมาชิกพรรคเพื่อไทย
เมื่อมีข่าวนี้จึงเกิดแรงกระเพื่อมจากส.ส.ภาคอีสานที่ "สารวัตรเหลิม" เดินทางไปช่วยหาเสียง เช่น ศรีสะเกษ อุดรธานี มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ โดยเชื่อว่าเป็นกระบวนการเตะตัดขาของ "คนใกล้ตัว" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ "สารวัตรเหลิม" สมัยรัฐบาลทักษิณ แต่กระแสนี้หยุดลงเมื่อ "ยิ่งลักษณ์" ออกมาการันตรี สารวัตรเฉลิม เป็นบุคคลที่พรรคจะไม่ลืม แต่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีต้องทำหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว
ทำนอง "หมูไปไก่มา" เพราะเคยผ่านบทเรียนสมัย "กลุ่มเนวิน" หันไปยกมือสนับสนุน "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้จึงต้องใช้ความละเอียดรอบคอบกันความผิดพลาด
แต่กระแสการสกัด "คนเสื้อแดง" ไม่ให้ได้ตำแหน่ง "รัฐมนตรี" โดยอ้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลและสร้างความปรองดองได้สร้างความขุ่นข้องหมองใจให้แก่ "แกนนำคนเสื้อแดง" อย่างมาก เพราะพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลส่วนหนึ่งมาจากการขับเคลื่อนของคนเสื้อแดง
จึงไม่แปลกหากจะมีเสียงตอบโต้จากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะแกนนำคนเสื้อแดงมีมวลชนหนุนหลัง เมื่อแสดงความคิดเห็น "เสียงจึงดัง" กว่ากลุ่มอื่นๆ ในพรรค
แม้ว่า "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะบอกว่า “ตำแหน่งเป็นเรื่องเล็กมาก เหมือนกับว่า ขณะนี้มีทางสามแพร่งให้เลือก ทางหนึ่งเป็นส.ส. อีกทางหนึ่งเป็นรัฐมนตรี และทางหนึ่งเป็นคนเสื้อแดง ผมตัดสินใจได้ทันทีเลือกทางคนเสื้อแดง”
วลีนี้ของ "ตู่" อาจได้ใจและความเห็นใจจากประชาชนคนเสื้อแดง แต่ถ้าต้องการสื่อไปถึง "ผู้ใหญ่" ภายในพรรคเพื่อไทย น้ำหนักความเห็นใจคงเทียบไม่ได้กับคนเสื้อแดง
ปากว่าถ้าให้เลือก "ขอเลือกเป็นคนเสื้อแดง" แต่เมื่อถูกถามว่า ที่แกนนำคนเสื้อแดงไม่ติดโผรัฐมนตรี เพราะเพื่อไทยต้องการให้ภาพรัฐบาลสวยงาม "จตุพร" จึงถามกลับว่า หากเป็นเช่นนั้น ทำไมถึงต้องให้พวกผมลงสมัครรับเลือกตั้ง ให้ลงพื้นที่หาเสียง การให้เหตุผลว่า คนเสื้อแดงทำภาพลักษณ์รัฐบาลไม่ดีนั้น ทำไมก่อนวันที่ 3 กรกฎาคม ถึงไม่หารือกัน
"ผมเป็นคนปากตรงกับใจ ไม่เคยต่อรองใดๆ หากไม่ได้ก็ไม่มีปัญหา และขอเรียกร้องไปยังพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้อีก ทั้งนี้ผมมองหน้าตาของรัฐบาลจะได้นั้น ต้องให้ประชาชนเป็นที่ตั้ง และซื่อสัตย์กับประชาชน รวมถึงการบริหารประเทศ ไม่ใช่หน้าตาดีแต่ทรยศ แม้กระทั่งคนข้างกายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐานตรี ที่ยังทรยศกันในนาทีสุดท้าย"
เพียงแค่ประโยคที่ว่า "ผมมองหน้าตาของรัฐบาลจะได้นั้น ต้องให้ประชาชนเป็นที่ตั้ง และซื่อสัตย์กับประชาชน รวมถึงการบริหารประเทศ ไม่ใช่หน้าตาดีแต่ทรยศ" ก็พอจะสื่อให้เห็นถึงอารมณ์ของผู้พูดว่ารู้สึกอย่างไรกับ "ผู้ใหญ่" หากยกเหตุผลที่ไม่ให้ตำแหน่งรัฐมนตรีเพียงเพราะหน้าตาคณะรัฐมนตรี
การประกาศถอนตัวชิงตำแหน่งประธานสภาของ "พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย" ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นหนึ่งในคนเสื้อแดง จึงน่าจะมีเงื่อนไขที่น่าสนใจจนทำให้ "อภิวันท์" ยอมถอนตัวเพียงเหตุผลเพื่อความปรองดอง
จนกระทั่งมีกระแสข่าว "แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง" ได้เสนอชื่อแกนนำ 5 คน เพื่อไปเป็นรัฐมนตรี ส่งผ่านคนใกล้ชิดไปถึง "นายกฯใหญ่" และปรากฏชื่อ "พ.อ.อภิวันท์" รวมอยู่ด้วย สำหรับอีก 4 คน มี "จักริน พัฒน์ดำรงจิตร" ส.ส.ขอนแก่น "ลูกชายเสี่ยเล้ง" เจริญ พัฒน์ดำรงจิตร, "จตุพร พรหมพันธุ์", "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" และหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์
พร้อมเสนอว่า โควตารัฐมนตรีว่าการ 1 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง หากเป็นไปได้คนเสื้อแดงขอดูแลกระทรวงศึกษาธิการ โดยอ้างว่ามีบุคลากรครูถึง 6 แสนคน และง่ายต่อแนวทางการปฏิรูปประชาธิปไตยตามแนวทางของคนเสื้อแดง
ที่สำคัญมีการปล่อยข่าวว่า ถ้า "แกนนำคนเสื้อแดง" ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีใน "ครม.ปู 1" และเมื่อปรับ "ครม.ปู 2" ก็ยังไม่มีชื่อแกนนำคนเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีอีก งานนี้อาจถึงขั้นถอนตัวไปตั้งพรรคกันเอง!



