
ธุรกิจท่องเที่ยววางแผนรับมือขึ้นค่าแรง
เอกชนท่องเที่ยวเตรียมถกข้อเสนอยื่นรัฐบาลใหม่ ชี้ขึ้นค่าแรงทันทีกระทบหนัก ลดภาษีนิติบุคคลรับประโยชน์ไม่เท่ากัน สรุปแผนรับมือเฉพาะหน้า 3 แนวทาง โยกสวัสดิการพนักงานเข้าไว้ใน 300 บาท หากคุมต้นทุนไม่ได้หันจ้างพนักงานรายวันเหมือนสาวโรงงาน
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ภาคเอกชนธุรกิจโรงแรมจะนัดประชุม เพื่อหารือรายละเอียดข้อเสนอที่เตรียมยื่นให้รัฐบาลใหม่ โดยต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เบื้องต้นจะขอให้ศึกษาผลกระทบรายจังหวัดให้ชัดเจน เนื่องจากอัตราค่าจ้างและรายได้ของผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ธุรกิจโรงแรมแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างของรายได้สูง ซึ่งเอกชนจะจัดทำเป็นแผนให้รัดกุมและให้ภาครัฐนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือได้จริง ไม่ให้เกิดปัญหาเลิกจ้าง หรือลดสถานะพนักงานประจำเป็นลูกจ้างชั่วคราว
"การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ประกอบการก็ได้รับประโยชน์ไม่เท่ากัน คนที่มีผลการดำเนินงานดี เช่น ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต พัทยา กรุงเทพฯ อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากปรับค่าแรงจากฐานเดิมไม่สูงมาก แต่บางจังหวัดที่อัตราค่าแรงต่ำ ต้องเผชิญปัญหาการขึ้นค่าแรงกว่า 88% มีผลทันทีต่อการแบกรับต้นทุน" นายประกิจกล่าว
ด้านนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐทยอยปรับค่าแรงขึ้นใน 3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่มีโอกาสปรับตัว พร้อมเสนอให้จัดเงินชดเชย หรืออุดหนุนการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพแรงงานควบคู่ไปด้วย
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายของ สทท. มีข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของภาคธุรกิจท่องเที่ยว โดยใช้โครงสร้างการจ้างงาน 3 แนวทางเป็นขั้นตอน คือ 1.ต่อไปนี้ผู้ประกอบการจะพิจารณาโยกสวัสดิการต่างๆ ที่เคยให้พนักงาน เช่น ค่าอาหาร ค่าชุดพนักงาน เข้ามารวมในส่วนของค่าจ้างเพื่อให้ถึงเกณฑ์ 300 บาท และกำหนดเซอร์วิสชาร์จให้มาอยู่ในค่าจ้างประจำ
2.ขั้นต่อไปหากยังไม่สามารถคุมต้นทุนได้ จะใช้ระบบการจ้างงานรายวัน หรือรายเดือน แบบเดียวกับโรงงาน ซึ่งจะประหยัดเรื่องค่าจ้างพิเศษวันหยุด และค่าสวัสดิการต่างๆ และขั้นที่ 3.หันไปจ้างพนักงานชั่วคราวประเภทพาร์ทไทม์ เหมือนระบบพนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมากขึ้น โดยจ้างแรงงานราคาถูก เช่น เด็กนักเรียน มาทำงานพิเศษตามกรอบที่กฎหมายอนุญาต
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า ในปีนี้ ทีทีเอเอ เตรียมจับมือกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 9” วันที่ 18-21 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื่องจากเห็นโอกาสการขายล่วงหน้าสำหรับช่วงปิดเทอมในเดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงช่วงฤดูหนาวปลายปี คาดว่ารายได้สะพัดภายในงาน 400 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัท พีเค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเมนต์ ก็เตรียมจัดงานส่งเสริมการขาย “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 22 พิกัดเดียวโดนใจ” ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ “งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 23” วันที่ 3-6 พฤศจิกายน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี



