ข่าว

ซิ่งแท็กซี่สะกดรอยภรรยาตามรวบเฒ่าสวีเดนโกงเงิน81ล.

ซิ่งแท็กซี่สะกดรอยภรรยาตามรวบเฒ่าสวีเดนโกงเงิน81ล.

05 ส.ค. 2554

ซิ่งแท็กซี่สะกดรอยภรรยาตามรวบเฒ่าสวีเดนโกงเงิน81ล. : ตะลุยข่าว โดย โต๊ะรายงานพิเศษ

           หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดปัญหาความขัดแย้งภายใน แต่ด้วยมนต์เสน่ห์ของการท่องเที่ยว ยังสามารถดึงดูดชาวต่างชาติให้ข้ามน้ำข้ามทะเลเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ขาดระยะ ซึ่งในจำนวนนั้นมีบรรดาอาชญากรที่หลบหนีความผิดจากประเทศบ้านเกิดเดินทางเข้ามาด้วย

 อย่างเช่นรายล่าสุด ซึ่งชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพิ่งจับกุมได้หมาดๆ "ทากานี คาร์ล กุสสต๊าฟ อเล็กซานเดอร์" หรือ คาร์ล ชายสัญชาติสวีเดน วัย 52 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์มูลค่ากว่า 81 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการสวีเดน ก็ใช้ประเทศไทยเป็นที่พำนักหลบหนีคดีเป็นระยะเวลานานถึง 9 ปี สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกตำรวจไทยจับกุมส่งตัวไปรับโทษในประเทศบ้านเกิด

 ปฏิบัติการไล่ล่าผู้ต้องหารายสำคัญชาวสวีเดนผู้นี้ เกิดขึ้นภายหลังสถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทยประสานขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. ให้ช่วยติดตามจับกุม นายคาร์ล หลังมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีความผิดเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย

 หลังได้รับการประสานงานจากสถานทูตสวีเดน พล.ต.ท.วิบูลย์ มอบหมายให้ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. จัดกำลังไล่ล่าคนร้าย ซึ่งได้แก่ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม. ทำหน้าที่ควบคุมการสืบสวนสอบสวน โดยมี พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เตี้ยสุด สว.กก.1 บก.สส.สตม. ประสานข้อมูลในทางลึกกับสถานทูตสวีเดน

 ข้อมูลที่ได้รับจากสถานทูตสวีเดน ระบุว่า นายคาร์ล เปิดบริษัทขึ้นมาหลอกจำหน่ายสินค้าหลากชนิด โดยให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร แต่ปรากฏว่า หลังได้รับเงินแล้วผู้ต้องหารายนี้กลับไม่ส่งมอบสินค้าให้ผู้สั่งซื้อ โดยก่อเหตุฉ้อโกงตั้งแต่ปี 2541-2544 มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ทั้งในสวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 100 ล้านบาท

 ต่อมา นายทากานี คาร์ล กุสสต๊าฟ อเล็กซานเดอร์ ถูกทางการสวีเดนจับกุม และศาลมีคำสั่งให้จำคุก 3 ปี 6 เดือน นายคาร์ล ได้ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีแต่กลับหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งทางการสวีเดนได้ยกเลิกหนังสือเดินทาง และพยายามติดตามตัว กระทั่งทราบว่าหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย

 ระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย นายคาร์ล มีภรรยาเป็นคนไทย มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาครอบครัวของนายคาร์ลได้ย้ายครอบครัวมาอยู่อาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ตำรวจชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงจัดกำลังไปซุ่มโป่งในละแวกบ้านพักย่านบางพลีของนายคาร์ล นานกว่า 1 สัปดาห์

 กระทั่งช่วงสายวันที่ 2 สิงหาคม ความพยายามของตำรวจก็เป็นผล เมื่อภรรยานายคาร์ลขับรถยนต์ฮอนด้า  แอคคอร์ด สีน้ำตาล ออกจากบ้านพัก ตำรวจจึงตามสะกดรอย พบว่าภรรยานายคาร์ลนำรถเข้าไปจอดภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนา แล้วเดินหายเข้าไปภายในห้างนานกว่า 5 ชั่วโมง

 ตำรวจชุดสืบสวนต้องใช้ความอดทน คอยสังเกตการณ์ใกล้กับบริเวณที่จอดรถของภรรยาผู้ต้องหาชาวต่างชาติผู้นี้ กระทั่งใกล้ค่ำวันเดียวกันภรรยานายคาร์ลจึงกลับมาที่รถ และขับออกจากห้างสรรพสินค้าแห่งไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจพยายามขับรถไล่ติดตาม แต่เหมือนโชคชะตาไม่อำนวย รถยนต์ตำรวจเกิดเฉี่ยวชนกับเพื่อนร่วมทาง

 ด.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ และ จ.ส.ต.ธีทัต รัตนปราณี ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. จึงตัดสินใจกระโดดขึ้นรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาคนละคัน ไล่กวดตามรถยนต์ภรรยาของคนร้าย โดยมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพมหานครไปตามถนนพระรามที่ 2

 "ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเป้าหมายจะเดินทางไปที่ไหน อีกทั้งกลัวว่ารถแท็กซี่แก๊สจะหมดก็ลุ้นไปตลอดทาง กระทั่งถึงคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รถยนต์เป้าหมายก็จอดสนิท และชั่วไม่กี่อึดใจต่อมา นายคาร์ลก็ลงมารับภรรยาขึ้นห้องพัก ผมจึงได้โอกาสเรียกกำลังเสริม" หนึ่งในตำรวจชุดติดตามคนร้าย เปิดเผย

  นายคาร์ล และภรรยาชาวไทย หายไปในห้องพักบนคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนี้ตลอดทั้งคืน กระทั่งช่วงสายวันที่ 3 สิงหาคม สองสามีภรรยาจึงออกมาจากห้องพัก ตำรวจชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งซุ่มรออยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทันทีที่เห็นตำรวจนายคาร์ลถึงกับหน้าถอดสี ขณะที่ภรรยาพยายามเสนอเงินกว่าครึ่งล้านบาทติดสินบนตำรวจเพื่อแลกกับการปล่อยตัวสามี ตำรวจไม่สนใจและควบคุมตัวนายคาร์ลไว้ เพื่อส่งตัวให้สถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทย นำกลับไปรับโทษตามกระบวนการของกฎหมาย...ปิดฉากคดีฉ้อโกงทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท...