ข่าว

ตรวจแถวกรรมการบริหารชุดใหม่ปชป.

ตรวจแถวกรรมการบริหารชุดใหม่ปชป.

05 ส.ค. 2554

ตรวจแถวกรรมการบริหารชุดใหม่ปชป. : ขยายปม โดย อรรถภูมิ อองกุลนะ twitter @poom_nna

          หลังจาก 4 กรกฎาคม 2554 ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประกาศลาออกกว่า 1 เดือนเต็มก่อนไปสู่ 6 สิงหาคม ที่จะมีการประชุมวิสามัญสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเลือก 19 กรรมการบริหาร

           เช็กแถวล่าสุดไล่ตั้งแต่หัวหน้าพรรค ดูเหมือนจะเป็นเพียงตำแหน่งเดียวที่ค่อนข้าง “นิ่ง” ด้วยสมาชิกเกือบร้อยเต็มต่างสนับสนุนให้ “อภิสิทธิ์” เป็นผู้นำต่อ

           โดยกระบวนการในที่ประชุมต่อจากนี้ จะเป็นไปตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ.2551 ที่ระบุให้ผู้ที่ถูกเสนอต้องมีเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 174 เสียง จากยอดรวม 348 ในสมาชิก 5 กลุ่ม

           “โหวตเตอร์” เหล่านั้น ได้แก่ 1.กรรมการบริหารชุดปัจจุบัน อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการฯ รัฐมนตรีในสังกัดพรรคจำนวน 31 คน 2.ประธานสาขาพรรคทั่วประเทศ 139 คน 3.ส.ส.ของพรรคที่ตัดออกจากกลุ่มแรก 135 คน 4.กลุ่มตัวแทนของสมาชิกพรรคจากทุกภาคของประเทศอีก 20 คน และ 5.กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่นที่พรรคส่งลงเลือกตั้งจนได้รับตำแหน่ง 23 คน

           ตำแหน่งหลักนั้นจะเริ่มจาก “อภิสิทธิ์” เสนอชื่อสมาชิกเป็นรองหัวหน้าพรรคในสัดส่วนโควตาหัวหน้า ทั้งหมด 6 คน เพื่อให้ที่ประชุมเลือกเหลือ 3 คน

           โดย 3 คนในโควตากลางนี้ ว่ากันว่าเป็นชื่อของ กรณ์ จาติกวณิช-ชำนิ ศักดิเศรษฐ์-อภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สายตรงอดีตหัวหน้าพรรค “ชวน หลีกภัย” เป็นตัวสอดแทรก

           ส่วนตำแหน่งเลขาฯ พรรค ที่ถูกจับจ้องจากทุกสารทิศนั้น เดิมทีวงรับประทานอาหารของ ส.ส.ภาคใต้ ที่บ้านดอนรัก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีเจ้าของชายคาชื่อ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม มีการเอ่ยชื่อผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่ 5 คน โดย 2 ใน 5 มีชื่อของ “อภิรักษ์”มาแรงที่สุด ตามติดๆ มาด้วย “วิทยา แก้วภราดัย” ส.ส.นครศรีธรรมราช

           แต่ไปๆ มาๆ สถานการณ์กลับพลิก ด้วยคนหนึ่งกลับถูกคดีจัดซื้อรถดับเพลิง กทม.สมัยเป็นผู้ว่าฯ เป็นชนักติดหลัง ขณะที่อีกรายถูกมองว่าเป็นกราฟเส้นตรง ไม่โดดเด่นด้านคอนเนกชั่น และอุปนิสัย “ใจถึง” จนดูไม่ค่อยเหมาะพอจะเป็น “คอหอยลูกกระเดือก” กับ “อภิสิทธิ์” ที่มีคาแรกเตอร์แบบนักการเมืองในอุดมคติ

           สูตรถอย “อภิรักษ์” เพื่อโยกไปเสียบรองหัวหน้าพรรคโควตากลาง และเตรียมเก้าอี้รองเลขาธิการให้ “วิทยา” หากเจ้าตัวต้องการจึงถูกเขียนขึ้น

           2 แคนดิเดตเลขาธิการฯ ชั่วโมงนี้ จึงเป็น เฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ขนาบกับ จุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก โดยที่รายแรกดูจะมีภาษีกว่านิดๆ เมื่ออดีต รมว.ไอซีที แย้มจะถอนตัว และโยกไปแข่งขันเป็นรองหัวหน้าพรรค ภาคเหนือ กับ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก

           ฝั่งสายอีสานจากเดิมค่อนข้างชัดถึงคู่แข่งขันเพราะมี 2 ตัวเลือกแน่ๆ ระหว่าง "อิสสระ สมชัย" หนึ่งในแม่ทัพอีสานของค่ายสะตอ ที่ได้ไฟเขียวจาก “วิฑูรย์ นามบุตร” เจ้าพ่ออีสาน กับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาที่ปรึกษาพรรคตัวแทน “สภาผู้เฒ่า” ที่ก่อนหน้านี้ พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ออกมาเปิดประเด็นจนฮือฮา

           ส่วนภาคกลางจะเป็นการวัดความนิยมระหว่าง สาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง ซึ่งมีส่วนสำคัญด้านงานพื้นที่ในแถบตะวันออก แข่งกับ อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่เดินสายขอคะแนนจากกลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง ตั้งแต่กระแสเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ออกสตาร์ท

           ขณะที่ภาคใต้นั้นดูจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ด้วยหากจะเป็นเกมฟุตบอลในพื้นที่นี้ย่อมไม่ต่างจาก “กรุ๊ปออฟเดท” ค่าที่ว่ามีบุคลากรคับคั่งแน่นพื้นที่ ซึ่งเดิมทีที่นกหวีดเริ่มเกมมี วิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง 8 สมัย ทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคเจอกับ ถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา เพียง 2 คน 

           แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีชื่อ “จุรินทร์” ที่ถูกแรงเบียดหลุดจากโควตากลางถูกโยนมาร่วมแข่งขันด้วย จนดูท่าว่าโควตาส่วนนี้ต้องดูกันไปยาวๆ ผิดกับรองหัวหน้าพรรคกรุงเทพฯ ที่ องอาจ คล้ามไพบูลย์ เพิ่งถูกดันขึ้นบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นสมัยแรก น่าจะหยิบไปครอง

           บวกลบตำแหน่งหลัก หัวหน้า-เลขาฯ พรรค-รองหัวหน้า สิริตัวเลขที่ 10 ตำแหน่ง เหลืออีก 9 ตำแหน่ง ได้แก่ รองเลขาธิการฯ 3 คน กรรมการบริหารพรรค 3 คน นายทะเบียนพรรค เหรัญญิกพรรค และโฆษกพรรคอีกตำแหน่งละ 1 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่รองรับสำหรับผู้ที่พลาดในตำแหน่งหลัก

           พ่วงด้วยสมาชิกรายอื่นที่ประกาศเข้าชิงที่มีทั้งสมาชิกระดับ “เก่า-กลาง-ใหม่” อาทิ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพ ธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก

           จะยกเว้นก็แต่ตำแหน่งโฆษกพรรคที่เกือบจะลงตัว เพราะขณะนี้มีเพียง ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีตผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ กับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก เทียบรูปมวยกันเท่านั้น โดยที่เป็นรายหลัง ดูจะมีแต้มต่อกว่ามากทั้งความอาวุโส และประสบการณ์ ส.ส.

           เปรียบเป็นเมนูอาหารเหล่านี้คือน้ำจิ้ม ก่อนนำไปสู่การคัดเลือกวัตถุดิบเมนูหลักเมื่อได้ตัวกรรมการบริหารพรรคครบทั้ง19 คน