
มือฆ่า'ทองนาค'มอบตัวซัดถูกเบี้ยว5พัน
มือขับรถเทลเลอร์ 1 ในกระบวนการร่วมสังหาร 'ทองนาค' มอบตัว รับสารภาพ หมูไททันท์ จ้างวาน ด้านแกนนำถ่านหินจ่อฟ้องผู้ว่าฯ สมุทรสาคร หลังปล่อยขนถ่ายถ่านหินถึง 34 ตำบล
(4 ส.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร นายไพโรจน์ แสงสว่าง อาชีพขับรถสิบล้อบรรทุกดิน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 6 ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร
จากการสอบสวน นายไพโรจน์ ให้การว่า ตนเป็นคนขับรถเทเลอร์ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 70 - 4623 จ.สมุทรสาคร ในวันเกิดเหตุจริง ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเหลือมือปืนลงมือยิง นายทองนาค เสวกจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหิน เพื่อความสะดวกในการหลบหนี
"ก่อนเกิดเหตุนั้น ตนได้รับการติดต่อว่าจ้างงานจาก นายนิพนธ์ ยันตะละภะ หรือ หมูไทรทัน เจ้าของรถกระบะไทรทัน ตกลงค่าจ้างกันจำนวนเงิน 5,000 บาท แต่ขณะนี้ยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว" นายไพโรจน์ กล่าว
ฟ้อง! ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร อนุญาตขนถ่ายถ่านหิน
นายสนธิญา สวัสดี อดีตยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดสมุทรสาคร ยื่นฟ้อง นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ต่อศาลปกครองกลาง ฐานการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อนุญาตให้มีการขนถ่ายถ่านหินในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำท่าจีน สภาพแวดล้อมถูกทำลาย และไม่ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเรือบรรทุกถ่านหิน รวมทั้งท่าขนถ่ายถ่านหินที่ไม่ได้รับอนุญาต
นายสนธิญา ระบุในคำร้องว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาและไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จึงขอใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 60 67 และ 74 ขอให้ศาลมีคำสั่งย้ายผู้ว่าฯ จังหวัดสมุทรสาครออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน และขอให้ผู้ว่าฯออกคำสั่งบังคับห้ามขนถ่ายถ่านหินภายในพื้นที่
และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทั้งตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า ห้ามไม่ให้เรือบรรทุกถ่านหินเข้ามาจอดเทียบท่าในแม่น้ำท่าจีน รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามการขนถ่ายถ่านหินจากเรือ รถยนต์หรือพาหนะใด ๆ เข้ามาในพื้นที่จนกว่าการพิจารณาของศาลตามคำฟ้องจะแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ จ.สมุทรสาครมี 3 อำเภอ 40 ตำบล ภายหลังการเสียชีวิตของ นายทองนาค เศวตจินดา แกนนำต่อต้านถ่านหินในพื้นที่ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ทำให้ศาลปกครองมีคำสั่งห้ามขนถ่ายถ่านหินเฉพาะในเขต ต.ท่าทรายเพียงตำบลเดียว
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ได้รับผลกระทบมี 34 ตำบล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรและประมง ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการขนถ่ายถ่ายหินของเรือบรรทุกถ่านหินมาโดยตลอด
แต่ไม่ได้รับการแก้ไขทั้งจากผู้ประกอบการและผู้ว่าราชการจังหวัด และ จ.สมุทรสาคร มีโรงงานมากกว่า 5,700 แห่ง ในจำนวนดังกล่าวมีโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 10% ที่ใช้พลังงานถ่านหินทดแทนน้ำมันที่มีราคาแพงเพื่อประหยัดต้นทุน
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างท่าเทียบเรือทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากในเขต ต.บางหญ้าแพรก ต.ท่าฉลอม ต.โกรกกราก ต.ท่าทราย และ ต.คลองมะเดื่อ
“การขนถ่ายถ่านหินได้สร้างผลกระทบกับแม่น้ำ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดคำสั่งในการแก้ไขปัญหาจึงคุ้มครองเฉพาะ ต.ท่าทรายแห่งเดียว ทั้งที่ความเสียหายเกิดขึ้นครอบคลุมทั้งจังหวัด จึงต้องการให้ศาลมีคำสั่งชั่วคราวยกเลิกการขนถ่ายถ่านหินทั้งจังหวัด”นายสนธิญา กล่าว
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า หากคดีไม่มีความคืบหน้า ตนจะเข้าพบ นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)เพื่อร้องเรียนให้เข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง
ด้านนายอำพล กล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ท. อยู่ระหว่างติดตามผลการการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หากประชาชนหรือหน่วยงานเกี่ยวข้องจะเข้าพบเพื่อมาขอความช่วยเหลือป.ป.ท.ก็พร้อมเข้าไปช่วยตรวจสอบ แต่ขณะนี้อยากให้เป็นเรื่องของอุตสาหกรรมจังหวัดที่ต้องไปตรวจสอบเรื่องผลกระทบทางมลภาวะในด้านต่าง ๆ



