ข่าว

ระทึก!ผูกระเบิดปลอมคอวัยรุ่นสาวออสซี่

ระทึก!ผูกระเบิดปลอมคอวัยรุ่นสาวออสซี่

04 ส.ค. 2554

ตร.ออสเตรเลียสอบเหตุคนร้ายผูกระเบิดปลอมที่คอวัยรุ่นสาวหลังใช้เวลา 10 ชม.ปลดออก

           (3ส.ค.) เมื่อวานนี้เกิดเหตุระทึกขวัญในออสเตรเลีย เมื่อตำรวจต้องใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมงปลดวัตถุคล้ายระเบิดออกจากคอสาววัย 18 ปี ล่าสุดตำรวจยืนยันแล้วว่าเป็นแค่ระเบิดปลอม และกำลังสืบสวนว่าครอบครัวฐานะดีของสาวคนนี้เคยตกเป็นเป้าข่มขู่มาก่อนหรือไม่

           แมดดิลีน  พูลเวอร์ นักเรียนหญิงวัย 18 ปีของครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดครอบครัวหนึ่งในนครซิดนีย์ ถูกชายคนหนึ่งบุกเข้าไปในบ้านและนำวัตถุคล้ายระเบิดผูกไว้ที่คอเธอเมื่อบ่ายวานนี้ พร้อมกับบอกให้เธอแจ้งตำรวจได้ แต่ไม่ต้องบอกอะไรมาก มิฉะนั้นจะกดชนวนระเบิดด้วยรีโมททันที พร้อมกับอ้างว่ามีอุปกรณ์ดักฟังอยู่ในบ้าน และเมื่อติดอุปกรณ์เสร็จ ชายคนนั้นก็จากไป  และเมื่อตำรวจได้รับแจ้งจากแมดดิลีน ก็ส่งผู้เชี่ยวชาญเก็บกู้ระเบิดไปที่เกิดเหตุทันที พร้อมกับอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนและถนนใกล้เคียง

           เจ้าหน้าที่บอกว่า ระหว่างพยายามปลดวัตถุต้องสงสัย เด็กสาวควบคุมสติและอารมณ์ได้ดี จนกระทั่งเกือบเที่ยงคืน ผู้เชี่ยวชาญจึงปลดอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนมากๆได้สำเร็จ รวมแล้วใช้เวลาไปนานถึง 10 ชั่วโมง และรีบนำตัวเด็กสาวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายทันที ล่าสุดเธอกลับบ้านได้แล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้

           ขณะที่ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ บอกว่า จากการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ที่เชื่อว่าเป็นระเบิดเป็นเพียงของปลอม และไม่ได้มีวัตถุระเบิดใดๆเป็นส่วนประกอบ เขาบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะระบุมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ และไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความ
พยายามข่มขู่รีดไถหรือไม่ หลังจากสื่อบางแห่งรายงานว่าคนร้ายได้ทิ้งจดหมายเรียกเงินค่าไถ่ไว้ แต่เขายืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากผู้ก่อเหตุ

           ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนกำลังตรวจสอบว่าครอบครัวพูลเวอร์เคยถูกข่มขู่มาก่อนหรือไม่ แมดดิลีนเป็นหนึ่งในลูก 4 คนของนายวิลเลียม และเบลินดา พูลเวอร์ พ่อของเธอเป็นซีอีโอของบริษัทพัฒนาโปรแกรมแปลภาษา และย่านมอสแมนที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่เป็นย่านคนรวยที่มีบ้านราคาหลักล้านดอลลาร์ทั้งนั้น

           นายกรัฐมนตรีจูเลีย กิลลาร์ด กล่าวถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นว่าเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงในออสเตรเลีย เป็นเรื่องน่าตกใจมากๆ และเธอยังแสดงความห่วงใยถึงแมดดิลีน และครอบครัวด้วย