เร่งช่วยเหยื่อโคลนถล่มแม่ฮ่องสอน
ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนนำทีมทหาร-ทางหลวง เคลียร์เส้นทางแม่สะเรียง-บ้านแม่สามแลบหาผู้รอดชีวิต หลังโคลนถล่มเสียชีวิต 3 เจ็บ 12 คน และสูญหายจำนวนหนึ่ง
วันที่ 4 ส.ค. นายอำนาจ พัวตะนะ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เผยสถานการณ์ดินถล่มที่เกิดขึ้นว่า ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 4 ส.ค. ดินภูเขาจำนวนมากยังคงปิดทับเส้นทางจากอำเภอแม่สะเรียงเข้าสู่ ต.ป่าแป๋ ต.แม่เหาะ และ ต.แม่คง และที่หนักที่สุดคือเส้นทางเข้าสู่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย ซึ่งเกิดดินถล่มทับเส้นทางนับ 15 จุด ขนาดเท่าภูเขารถทุกชนิดไม่สามารถใช้เส้นทางได้
ล่าสุดนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมนายอนันตพล บุญชู นายอำเภอแม่สะเรียง ได้นำทีมเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ทหารพราน อส. หน่วยทหารพัฒนา พร้อมเครื่องจักรกล เข้าเปิดเส้นทางแม่สะเรียง-แม่สามแลบ เป็นเส้นทางแรกเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือและค้นหาผู้รอดชีวิตในหมู่บ้านแม่สามแลบ หลังเกิดเหตุดินถล่มจนทำให้บ้านเรือนราษฎรในหมู่บ้านเสียหายไปทั้งหมด 11 หลัง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และยังสูญหายอีก 4 ราย โดยเปลี่ยนแผนให้ทีมช่วยเหลือเดินทางไปทางถนนแทนการลงเรือในแม่น้ำสาละวินเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามคาดว่าการเคลียร์เส้นทางทั้งหมดจะใช้เวลานานถึง 15 วัน
ส่วนสถานการณ์ใน อ.แม่สะเรียง ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียงได้ลดระดับจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นมีบ้านเรือนประชาชนถูกดินถล่มเสียหายจำนวน 3 หลัง ใน ต.แม่คง และ ต.บ้านกาด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนระบบไฟฟ้าและโทรศัพท์ใช้การได้ตามปกติแล้ว
รายงานแจ้งว่าเส้นทางที่ถูกตัดขาดหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางแม่สะเรียง-แม่สามแลบ ได้ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าโคกระบือจากพม่า เนื่องจากบ้านแม่สามแลบเป็นหมู่บ้านชายแดนที่เป็นช่องทางหลักในการนำเข้าโคกระบือและถนนสายดังกล่าวยังเป็นเส้นทางหลักในการขนย้ายโคกระบือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้การนำเข้าต้องหยุดชะงักไปทันที
นายกำธร กล่าวว่า เหตุการณ์ดินโคลนถล่มหมู่บ้าน ปู่ทา หมู่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รายงานเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 12 คน และสูญหายจำนวนหนึ่ง โดยได้ยุติการส่งความช่วยเหลือเข้าพื้นที่ตั้งแต่ 02.00 น.หลังจากน้ำในแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านไหลเชี่ยวกราก
และวันนี้ ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการสนธิกำลังทหาร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และขนย้ายผู้ที่บาดเจ็บหนักออกจากพื้นที่แล้ว แต่เส้นทางคมนาคมเข้าพื้นที่หลายเส้นถูกตัดขาด เนื่องจากเกิดดินสไลด์ รวมถึงระบบไฟฟ้า ที่มีเสาไฟฟ้าหลายแห่งโค่นล้ม ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก และล่าช้า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุ คาดจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ในการเดินเท้าเข้าสู่หมู่บ้านปู่ทา ที่มีผู้เสียชีวิต
ด้านพันเอกบุญยืน อินกว่าง รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณดังกล่าวได้ เนื่องจากสภาพอากาศปิด และยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ต้องการให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ จนกว่าสภาพอากาศจะเข้าสู่ภาวะปกติ
พบอีก100ครอบครัวริมน้ำแม่เงาสบเมยตัดขาด
นายล้อมเดช ยาใจ ปลัดอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ส่วนในพื้นที่อื่น ๆ พบว่ายังมีอีกประมาณ 100 ครอบครัวใน ต.แม่สวด ที่อยู่ติดริมแม่น้ำแม่เงา ที่ยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้ต้องขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และ ยารักษาโรค ขณะที่การเดินทาง เข้าถึงเพื่อให้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากถนนถูกตัดขาดและระดับน้ำใน แม่นำเงายังสูงและกระแสน้ำเชี่ยวจนไม่สามารถใช้เรือขนส่งเจ้าหน้าที่และสิ่งของได้ซึ่งในส่วนนี้ทาง อำเภอกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีช่องทางเข้าไปได้จะเข้าไปทันที
นายล้อมเดช เล่าเหตุการณ์ในวันที่ 3 ส.ค. หลังกระแสไฟฟ้าและระบบโทรศัพท์ถูกตัดขาดทั้งอำเภอว่า โชคดีที่สัญญาณอินเทอร์เนตยังใช้ได้บ้างทำให้เจ้าหน้าที่ในอำเภอต้องรายงานสถานการณ์และขอความช่วยเหลือผ่านทางโซเชียลเนตเวิร์คโดยเฉพาะเฟซบุ๊คจนทำให้ทางจังหวัดรับทราบสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามล่าสุดสถานการณ์ในอำเภอสบเมยเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ กระแสไฟฟ้าและโทรศัพท์สามารถใช้การได้ตามปกติ
น้ำป่าไหลท่วมทต.ทับคล้อรอบ3
เมื่อเวลา 02.00 น. ขณะที่น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้หลากเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร อีกครั้ง โดยเฉพาะที่ซอย 1 ชุมชนตลาดใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำสุดและเป็นจุดรองรับน้ำจนเกิดสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซาก โดยน้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องแถว น้ำท่วมสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร และในบางจุดท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ซึ่งเป็นจุดต่ำสุด โดยน้ำที่เข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ในเรื่องของห้องน้ำ ที่ไม่สามารถเข้าไปขับถ่ายได้ ในขณะที่นักเรียนต้องลุยน้ำออกมาเรียนหนังสือ
ชาวบ้านรายหนึ่ง บอกว่าการท่วมในรอบนี้ถือว่าเป็นรอบที่ 3 ของปีนี้ โดยเกิดขึ้นหลังฝนตกหนักทุกครั้ง และยังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ และชาวบ้านยังวอนขอให้ทางเทศบาลทับตำบลคล้อ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้หมดไปเสียที
พื้นที่เขตเทศบาล - อ.เมืองพิษณุโลกพ้นวิกฤติ
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ถือว่าขณะนี้เขตเทศบาลนครพิษณุโลกและเขต อ.เมืองพิษณุโลกพ้นวิกฤติแม่น้ำน่านล้นตลิ่งแล้ว ขณะนี้น้ำหลากจาก จ.อุตรดิตถ์กำลังไหลผ่านเมืองพิษณุโลกแล้ว ในระดับความสูง 9 เมตร มีน้ำไหลผ่าน 1,045 ลบ.ม.ต่อวินาที และจะทรงระดับอย่างนี้ไปอีก 1-2 วัน ไม่เพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤติแน่นอน
ส่วนผลกระทบในเขตแม่น้ำยมนั้น อ.พรหมพิราม ได้รับผลกระทบจากการระบายลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า น้ำจากคลองเมม หรือ แม่น้ำยมสายเก่า ได้ไหลล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตรเขตต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมือง และ ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ ขณะที่ระดับของแม่น้ำยมที่อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกนั้น แม่น้ำยมได้เพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ เลยจุดวิกฤติไปแล้ว ที่สถานีวัดน้ำของกรมชลประทาน Y16 เวลา 06.00 น.4 สิงหาคม 2554 แม่น้ำยมมีความสูง 8.30 เมตร มีน้ำไหลผ่าน 487 ลบ.ม.ต่อวินาที สูงเกินกว่าจุดวิกฤติที่ 7.15 เมตร ส่งผลให้แม่น้ำยมล้นตลิ่งและไหลท่วมพื้นที่บ้านเรือนราษฎร พื้นที่เกษตรในเขตต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงามและต.บางระกำ จ.พิษณุโลก เป็นวงกว้าง
ภาคเหนือและภาคอีสานฝนตกหนักบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ร่องมรสุมกำลังปานกลางที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ สำหรับพายุไต้ฝุ่น "หมุ่ยฟ้า" ในมหาสมุทรแปซิฟิก จะไม่มีผลกระทบกับสภาวะอากาศของประเทศไทย
น้ำโขงเอ่อมุกดาหารทะลักท่วมตลาดอินโดจีน
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 2เซนติเมตร จึงทำให้เกิดน้ำเอ่อท่วมบริเวนตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินผู้ประกอบการค้าต้องรีบขนย้ายสินค้าหนีน้ำอย่างอลม่าน โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย( อ.พปร. ) ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วนให้นำสินค้าที่ขนหนีน้ำมาขอใช้พื้นที่พักเก็บไว้ที่บริเวณลานจอดรถสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหารเป็นการชั่วคราว
นายอดุลย์ ศิริมันตระ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่าขณะนี้ระดับในแม่น้ำโขง เพิ่มระดับขึ้นเร็วมาก เฉลี่ยชั่วโมงละ 2เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงถึงระดับวิกฤติแล้วโดยระดับน้ำได้เอ่อท่วมเข้าไปในแม่น้ำสาขาจนเกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมฝั่งลำห้วยสาขามากกว่า10 หลังคาเรือนแล้ว โดยทางเทศบาลเมืองมุกดาหารร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสารณภัยจังหวัดมุกดาหารได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยกระสอบทราย และเรือท้องแบนไว้ช่วยเหลื่อประชาชนตลอด 24ชั่วโมงแล้ว.
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครพนม ยังคงขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาตลอดเวลาทั่วทุกอำเภอ ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงกลับหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดเมื่อเวลา 8.00 น. วัดได้ 12.30 เมตร และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องชั่วโมงละประมาณ 2 เซนติเมตร ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ระดับน้ำโขงอาจถึงจุดวิกฤติในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน
ล่าสุดจังหวัดได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นอำเภอบ้านแพง อ.นาทม อ.ท่าอุเทน อ.ศรีสงคราม อ.โพนสวรรค์ อ.วังยาง อ.ธาตุพนม อ.นาแก อ.ปลาปาก อ.เรณู และอ.เมือง ให้เฝ้าระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงน้ำล้นตลิ่ง พร้อมจัดเวรยามดูแลและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. พร้อมเร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมลำน้ำสาขาที่มีน้ำล้นตลิ่งทุกสายเป็นการเร่งด่วนแล้ว



