
ลุย22รีสอร์ตวังน้ำเขียว-คนพื้นที่ต้าน
จนท.กรมป่าไม้ นำสื่อฯลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ทบนเขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว ยัน 22 รีสอร์ท เข้าจ่ายรุกป่า เตรียมขอหมายศาลตรวจสอบ ด้านคนพท. นัดรวมตัวทุกวัน ออกแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอ 6 ข้อ
วันที่ 3 ส.ค.54 เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ นำโดยนายภูษิต พรหมมานพ ผู้อำนวยการส่วนจัดที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ได้นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ทที่เข้าข่ายบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าโซนซี) ป่าเขาภูหลวง ต.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา บริเวณเขาแผงม้า ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้
ทั้งนี้ จุดแรกที่ไปตรวจสอบชื่อ ภูน้ำอิง เขาใหญ่ ซึ่งเป็น 1 ใน 22 จุด ที่ทางกรมป่าไม้ ตรวจสอบพิกัด โดยจากหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ ที่ระบุว่า ที่ตั้งของรีสอร์ท ที่พักทั้ง 22 แห่ง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง
จากนั้น ได้นำคณะไปตรวจสอบ รีสอร์ท อีก 2 จุด พบว่า เจ้าของได้นำผ้าขนาดใหญ่ มาปิดบังป้ายชื่อรีสอร์ท ซึ่งรีสอร์ท ทั้ง 2 แห่งนี้ ก็คาดว่า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเช่นกัน
ลั่น เตรียมขอหมายค้น ไม่มีหลักดฐานยืนยัน สั่งรื้อถอน
นายภูษิต กล่าวว่า ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่คาดว่า บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ของอ.วังน้ำเขียว ขณะนี้ได้ตรวจสอบพิกัด แนวเขตจากภาพถ่ายทางอากาศ ในเบื้องต้นมีอยู่ 22 ราย ที่เข้าข่ายบุกรุก ซึ่งกรมป่าไม้ เตรียมที่จะขอหมายศาล เพื่อเข้าตรวจค้นตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการรายใด มีหลักฐานมายืนยันการครองครอง ก็สามารถมายืนยันได้ภายใน 15 วัน แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใด ไม่มายืนยันตามกำหนดระยะเวลา กรมป่าไม้จะใช้อำนาจตามมาตรา 25 เข้าทำการรื้อถอนทันที
ยืนยัน ดำเนินการมาตลอดแต่ไม่เป็นข่าว รับ มีผู้มีอิทธิพล และหลายคดีถูกยกฟ้อง
ส่วนกรณีที่กรมป่าไม้ เข้ามาดำเนินการเอาผิด จับผู้ประกอบการรีสอร์ท ในอ.วังน้ำเขียวในครั้งนี้ แท้จริงแล้ว กรมป่าไม้ได้ดำเนินการเอาผิดกับผู้บุกรุกป่ามาโดยตลอด เพียงแต่ไม่เป็นข่าว และที่สำคัญ บางคดีที่กรมป่าไม้ฟ้อง ก็ถูกอัยการยกฟ้อง
ทั้งนี้ เนื่องจากเอกสารหลักฐานของหน่วยงาน ขัดแย้งกันเอง จึงเป็นเหตุให้ถูกยกฟ้อง และอีกสาเหตุหนึ่ง ต้องยอมรับว่า ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ผู้ที่บุกรุกป่า เป็นผู้มีอิทธิพล จึงดำเนินการได้ยาก
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาดำเนินการเอาผิด กับผู้บุกรุกป่าในครั้งนี้ กรมป่าไม้จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
อธิบดีกรมป่าไม้ เตรียมลงพท. หารือมทภ.2 และหลายฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ส.ค. 54 นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมประชุมกับแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งสำนักงานปฏิรูปที่ดิน และหน่วยงานในพื้นที่
ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงและตอบคำถามอย่างละเอียด เนื่องจากในวันที่ 5 ส.ค.นี้ จะขอหมายศาลเพื่อเข้าไปตรวจค้น รีสอร์ททั้ง 22 จุด ซึ่งกรมป่าไม้ ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจ จำนวน รวม 6 ชุด ร่วมกับทหาร ตำรวจ เพื่อเข้าไปยังรีสอร์ทและบ้านพักเป้าหมาย ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.นี้
นายกฯส.ท่องเที่ยว เผย มติไม่ฟ้องศาลปค. ลั่น รอนโยบายรบ.ใหม่แก้ปัญหา
ด้านนายเสมอ จินดาพงษ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการ เจ้าของรีสอร์ท และบ้านพัก ได้มีมติว่า จะไม่มีการไม่ยื่นฟ้องร้องกับศาลปกครอง เพื่อให้ศาลปกครองเข้ามามีคำสั่งคุ้มครอง ตามที่เคยเป็นข่าวเเต่อย่างใด ทั้งนี้ เนื่องจากจะรอนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่า จะมีเเนวทางในการเเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร
สำหรับข้อเสนอ ของกลุ่มผู้ประกอบการต่อรัฐบาลชุดใหม่นั้น ขอให้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและชาวบ้านด้วย ซึ่งหวังว่า นโยบายที่ออกมานี้ จะอยู่ในลักษณะที่ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้
ยอมรับ บางรีสอร์ต บุกรุกป่าจริง อ้าง ไม่มีเจตนา
ทั้งนี้ ทางผู้ประกอบการก็ยอมรับว่า มีรีสอร์ทและบ้านพักบางเเห่ง มีการสร้างอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานเเห่งชาติหรือเขตป่าสงวน ซึ่งเข้าข่ายผิดกฏหมายจริง แต่อย่างไรก็ตามทางผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาบุกรุก เนื่องจากพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้มีหลักเขตที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
"ในวันที่ 4 ส.ค.54 ผู้ประกอบการจะเข้าร่วมประชุมหารือ กับทางกรมป่าไม้ จังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจะลงพื้นที่ด้วย เพื่อหาเเนวทางในการเเก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป"
คนพท.วังน้ำเขียวสุดทน ออกแถลงการณ์เรียกร้อง 6 ข้อ พร้อมนัดรวมตัวทุกวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวอีกด้าน ในส่วนของชาวบ้านในพื้นที่อ.วังน้ำเขียว ที่มีการรวมตัวกันในนามของกลุ่มประชาชนวังน้ำเขียว และได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ของชาววังน้ำเขียว ฉบับที่ 1 โดยได้ชี้แจงกรณีปัญหา และเรียกร้องขอความเป็นธรรม จากการถูกกระทำ จนคนในพื้นที่วังน้ำเขียวทั้งหมดได้รับความเดือดร้อน และถูกมองในแง่ลบว่า คนวังเขียวเป็นผู้บุกรุกป่า และทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการตัดสินโดยการชี้นำฝ่ายเดียวอย่างไม่เป็นธรรม
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของกลุ่มประชาชนวังน้ำเขียว ได้ชี้แจงและยื่นข้อเสนอ 6 ข้อ ดังนี้ คือ
1.ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ข่าว หยุดการให้ข่าวโดยขาดข้อเท็จจริงในพื้นที่
2.ให้หยุดดำเนินการใด ๆ ในข้อกฎหมาย กับคนในพื้นที่ จนกว่าจะมีนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนจากรัฐบาล
3.ให้มีการประกาศกฤษฎีกาการเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนชุมชน จากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ปี 2524 จำนวน 15 ตำบล 76 หมู่บ้าน โดยยึดหลักแนวเขตที่มีข้อตกลงร่วมกัน ปี 2543 และให้มีการทบทวนจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่ ที่จะผนวกเข้าเป็นพื้นที่อุทยานทับลาน
4.ให้มีคณะกรรมการร่วมกำหนดแนวเขตโซน C ป่าสงวนเขาภูหลวง ให้ชัดเจน โดยมีข้อตกลงการจัดการพื้นที่ร่วมกัน ทุกภาคส่วนตามสภาพความเป็นจริง
5.ให้มีการจัดวางแผนผังจัดโซนนิ่งการจัดการพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวร่วมกันทุกภาคส่วน
6.ให้มีนโยบายกำหนดอำเภอวังน้ำเขียว เป็นพื้นที่พิเศษการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า เพื่อปกป้องและรักษาศักดิ์ศรีของคนวังน้ำเขียว ที่ถูกประณามว่า เป็นผู้บุกรุกและทำลายป่า จึงขอให้ชาววังน้ำเขียวทุกคน มาแสดงพลังร่วมกัน ในเวลา 16.00-21.00 น. ของทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป จนกว่าผู้ที่นำเสนอข่าวจะออกมารับผิดชอบต่อการให้ข่าว และดำเนินคดีตามกฎหมาย และผู้บริหารของรัฐบาลระดับนโยบายมารับข้อเสนอจากชาวอำเภอวังน้ำเขียว
แฉ จนท. บางคน มี "วาระซ่อนเร้น" พฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริต
มีรายงานจากกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่วังน้ำเขียว แจ้งว่า มีการพูดคุยในวงกว้างในส่วนของคนในพื้นที่ว่า กรณีวังน้ำเขียว อาจมีพฤติกรรมบางประการ จากเจ้าหน้าที่บางคน ที่ส่อไปในทางไม่ชอบมาพากล โดยมีรายงานว่า กรณีนี้ อาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่บางคน ที่ต้องการย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นทัี่วังน้ำเขียว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ รายงานยังอ้างว่า มีการข่มขู่และการเสนอขอรับผลประโยชน์ ในรูปของสิ่งของเครื่องใช้ จากคนในพื้นที่ ทั้งในรูปของเครื่องอำนวยความสะดวก ตลอดจนพืชผลทางการเกษตร และผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการรับจ้างดูแลพื้นที่ของผู้ประกอบการบางราย ซึ่งอยู่ในเขตอุทยาน โดยผุ้ประกอบการรายดังกล่าว ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากกรณีที่เกิดขึ้นด้วย



