
ราคาทองพุ่งวันเดียวปรับ550บาททำสถิติใหม่อีกรอบ
ราคาทองคำทำสถิติใหม่ วันเดียวพุ่งขึ้นถึง 550 บาท ผู้ค้าปรับราคาถึง 4 รอบ นายกสมาคมค้าทองชี้ธนาคารกลางแห่ซื้อท่องแท่งเก็บ เพื่อความปลอดภัยในการลงทุน หลังเศรษฐกิจสหรัฐและยูโรยังมีปัญหา มองถือสินทรัพย์ดอลลาร์-ยูโรมีความเสี่ยง เตือนนักลงทุนระยะสั้นอาจมีแรงขา
ราคาทองคำเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 ได้ปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยสมาคมค้าทองคำรายงานว่า ราคาได้ปรับขึ้นถึง 4 รอบ เพิ่มขึ้น 550 บาท จากราคาปิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 23,350 บาท ขายออกอยู่ที่บาทละ 23,450 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ 23,012 บาท และขายออกอยู่ที่ 23,850 บาท
นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาทองเพิ่มขึ้นแรงมาก เนื่องจากสถาบันการเงินทั่วโลกพร้อมใจซื้อทองแท่งเก็บไว้ โดยเฉพาะธนาคารกลางในประเทศเอเชีย รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องส่วนใหญ่หมดความเชื่อถือต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ที่อาจถูกลดเครดิตลงอีก ส่งผลให้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และหันมาสะสมทองแท่ง ซึ่งเป็นสินทรัพย์มีความปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นแนวโน้มราคาทองคำอาจปรับเพิ่มขึ้นได้อีก แต่อาจไปไม่ไกล เนื่องจากจะมีแรงขายทำกำไรเกิดขึ้น
"ราคาทองคำในตลาดโลกที่สูงถึง 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถือว่าสูงมาก จึงควรระวังแรงเทขายทำกำไร แต่ในระยะยาวราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น ซึ่งราคาทองคำในประเทศก็มีการปรับตัวขึ้นสอดคล้องกัน ล่าสุดปรับตัวเพิ่มขึ้น 550 บาทต่อบาททองคำในวันเดียว แต่บรรยากาศการซื้อขายไม่คึกคัก เพราะนักสะสมทองคำน่าจะเหลือที่สะสมไว้ไม่มาก ได้ทยอยขายไปช่วงก่อน ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่รอซื้อใหม่มากกว่า โดยราคาทองคำที่เหมาะสมไม่น่าเกิน 2.3 หมื่นบาท" นายจิตติกล่าว
น.ส.ณัฐฑี จุฑาวรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท คลาสสิค โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ประเมินว่าราคาทองคำในตลาดโลกสิ้นปีนี้จะมีจุดสูงสุดอยู่ที่ระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังน่ากังวล ซึ่งอาจโดนลดอันดับเครดิตลง สนับสนุนให้ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น โดยกลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนระยะยาวสามารถถือสินทรัพย์ทองคำต่อไปได้ แต่สำหรับนักลงทุนระยะสั้นควรชะลอการลงทุนเพื่อติดตามปัจจัยให้ดีก่อน" น.ส.ณัฐฑีกล่าว
ขณะที่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ซื้อทองคำมากขึ้นไม่ใช่เพื่อการเพิ่มผลตอบแทน แต่เพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของสินทรัพย์มากกว่า ในขณะที่เงินดอลลาร์มีปัญหา ยูโรไม่น่าสนใจ เงินเยนมีขีดจำกัด ทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ และเป็นทางออก ณ ขณะนี้ เพราะไม่มีทางออกอื่น หรือทางออกอื่นมีความเสี่ยง แต่ทองคำในปัจจุบันทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดเวลา ทำให้ระยะต่อไปทองคำอาจไม่มั่นคงหรือไม่ปลอดภัยได้เช่นกัน



