
เศรษฐกิจแบบแม่ปู
เศรษฐกิจแบบแม่ปู : ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
สมัยยังเป็นเด็กจำได้ว่าครูเคยสอนนิทานเรื่องแม่ปูสอนลูกปู เนื้อหาเกี่ยวกับการที่แม่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ถูกต้องให้ลูกเห็น แต่ปากกลับพร่ำสอนให้ลูกทำตัวเป็นคนดี แล้วลูกจะไปเชื่อคำสอนของแม่ได้อย่างไร นิทานเรื่องดังกล่าวจะถูกยกมาพูดทุกครั้ง เมื่อผู้ใหญ่พยายามสอนเด็กแต่ตัวเองกลับไม่ทำตัวเป็นคนดีให้เด็กเอาอย่าง
คนทั้งโลกในปัจจุบันนี้ต่างยกเอาเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสงครามหรือการรวมตัวกันของกลุ่มประเทศต่างๆ เป้าหมายมักจะอยู่ที่การแย่งชิงหรือป้องกันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเองทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าใครหรือฝ่ายไหนจะหาเหตุผล ยกมาพูดให้ฟังดูดีสมเหตุสมผลมากกว่ากันเท่านั้น
ทฤษฎีทางเศรษฐกิจถูกนำมาเป็นหัวข้อใหญ่ทางการเมืองของคนทั้งโลก ประชาชนไม่ว่าประเทศไหนๆ ต่างไม่สนใจว่าจะปกครองกันด้วยระบอบอะไร ขอเพียงให้กินอิ่มนอนหลับไม่มีปัญหาอาชญากรรม ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานดีเท่าเทียมกับประเทศที่ตนเองหมายตาเป็นเป้าหรือแบบอย่างเอาไว้ รัฐบาลก็สบายอกสบายใจได้ว่ามีความมั่นคงไปอีกนาน
ในประเทศไทยของเรามีทฤษฎีทางเศรษฐกิจมากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นแนวทางที่จะเพิ่มรายรับให้ประชาชนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายค่าจ้างแรงงานวันละ 300 บาท, นโยบายการปรับเงินเดือนปริญญาตรีให้เริ่มต้นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท หรือแม้แต่ทฤษฎี “สองสูง” ของเจ้าสัวที่มีความร่ำรวยติดอันดับโลก
คนที่มีการศึกษาและระดับความรู้ด้านเศรษฐกิจต่ำแบบผม กลับเห็นว่าทุกทฤษฎีที่กล่าวอ้างว่ามา ล้วนแต่หมกเม็ดผลประโยชน์ของตนเองเอาไว้ทั้งสิ้น ด้วยว่าแม้จะเพิ่มรายรับให้ประชาชนทั้งประเทศไปขนาดไหนก็ตาม แต่ราคาสินค้าและค่าครองชีพอื่นๆ ก็ขยับปรับตามหรือแซงหน้าไปเสียทุกครั้ง
อย่าว่าแต่ค่าจ้างรายวันแค่วันละ 300 บาทเลย ต่อให้มีการบังคับให้จ่ายกันถึงวันละ 2,000 บาท ปริญญาตรีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท ผมก็เชื่อว่าประชาชนคนทำงานก็เดือดร้อนจากรายได้ไม่พอกับรายจ่ายตลอดไป ถ้าหากว่ารัฐบาลซึ่งเปรียบเสมือนแม่ของประชาชนไม่ทำตัวอย่างในเรื่องความมัธยัสถ์ให้เห็น
ตราบใดที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวมทั้งนักการเมืองทั้งหลายยังต้องการเห็นธุรกิจส่วนตัวของตนเองเติบโตมีกำไรมากขึ้น ทุกครั้งที่สนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น อีกทางหนึ่งก็รู้เห็นเป็นใจกับการให้ประชาชนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น โดยอ้างความทันสมัยและความสะดวกสบายในชีวิตเป็นเหยื่อล่อ
เงินเดือน 5 พันบาทดูโทรทัศน์จอโค้งหลังตุง พอได้ปรับเงินเดือนเพิ่มเป็น 9 พันบาทต้องดูโทรทัศน์จอแบนหน้าจอดำ โทรศัพท์ไอโฟน 5 จะมาต้องขอให้ได้ถือเป็นคนแรกๆ แม้ว่าจะมีรายรับเพียงแค่เดือนละ 2 หมื่นบาท แถมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มให้สมกับที่ใช้โทรศัพท์ทันสมัย ทั้งที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของตนเองเลย
คนทั่วไปเศรษฐีมีเงินจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่คนเป็นนักการเมืองเป็นรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เหมือนแม่ปูที่จะต้องทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกปูหรือประชาชนเห็น ต้องทำตัวอยู่เจียมห่มเจียมเขียมประหยัด และยังต้องเดินหน้าประชาสัมพันธ์ป่าวประกาศให้ประชาชนรู้และปฏิบัติตนให้อยู่ในวิสัยของผู้ยังชีพด้วยความสุขบนวิถีพอเพียงด้วย
ต้องบอกและทำตนให้ประชาชนรู้และเห็นว่า บรรดาคนชั้นนำในสังคมของประเทศที่เป็นนักการเมืองซึ่งมีอาชีพเสียสละ ยังนุ่งเจียมห่มเจียมกินเขียมและมีเกียรติมีหน้าตาในสังคมได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องใช้ไม้สอยอัฐบริขารราคาแพงมาประดับกาย แต่หากบรรดาท่านๆ ทั้งหลายยังชูคอล่อเมรัยราคาแพง เดินแกว่งในงานสินค้าหรูชูหน้าในรถแพงระยับให้ประชาชนเห็น ก็คงไม่ต่างอะไรกับแม่ปูที่พร่ำสอนลูกปูให้เดินตรงทางหรอกครับท่าน



