ข่าว

'ผบ.ตร.'เตรียมประชุมหารือยาเสพติดร่วม'พม่า'

'ผบ.ตร.'เตรียมประชุมหารือยาเสพติดร่วม'พม่า'

03 ส.ค. 2554

ผบ.ตร.เตรียมหารือร่วมพม่า ณ กรุงย่างกุ้ง 13-15 ส.ค. พร้อมสั่งการให้บช.น.รับมือเหตุทะเลาะวิวาทนร.ต่างสถาบัน และกำชับให้เฝ้าระวังน้ำท่วมกทม.

          เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. และพล.ต.ต. พินิจ มณีรัตน์ ผบก.สนง.จเร ตร.ในฐานะ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ประจำในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติด มักจะใช้พื้นที่ประเทศไทยขนถ่ายยาบ้าและเฮโรอีนเป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งลำเลียงมาจากทางประเทศพม่าผ่านมายังภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิเช่น การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การปราบปรามโจรสลัดบริเวณแม่น้ำโขงที่เข้ามาปล้นสะดมเรือบรรทุกสิ้นค้าที่ขนมาจากประเทศจีน เพราะพื้นที่อยู่ระหว่างน่านน้ำของไทยและลาว

          พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมคณะ จึงได้มีการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมร่วมกันหามาตรการป้องกันและปราบปรามเหตุการณ์ดังกล่าว ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ในวันที่ 13-15 ส.ค. นี้ ถือเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างผบ.ตร.ของประเทศพม่า ซึ่งเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งได้ไม่นาน และเป็นเพิ่มความเข้มแข็งในการป้องกันปราบปรามตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ


          ด้านพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคมนี้ บช.น. จึงได้มีการรวบรวมสถิติข้อมูลเหตุการณ์กลุ่มนักเรียนต่างสถาบันทะเลาะวิวาทกัน พบว่ามักจะมีการก่อเหตุเพิ่มมากขึ้นในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ในเดือนกรกฎาคมเฉลี่ย 1 วัน ได้รับจากสายด่วน 191 มีการก่อเหตุขึ้นประมาณ 20 ราย และช่วงเดือนสิงหาคม 1 วัน มีมากถึง 30 ราย โดยเฉพาะ ระหว่างเวลา 07.00 - 08.00 น. และระหว่างเวลา 16.00 - 20.00 น. เนื่องจาก ช่วงเดือนดังกล่าวเป็นช่วงเปิดเทอมมาระยะหนึ่ง และรุ่นพี่-รุ่นน้อง เริ่มมีความคุ้นเคยกันมากขึ้น จึงมีการชักชวนกันก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับสถาบันคู่อริ เป็นเหมือนการรับน้อง และมาจากการถ่ายทอดวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งสถานบริการในเขตสถานศึกษา ประกอบกับอายุผู้ก่อเหตุเริ่มลดน้อยลงด้วย อยากให้สถานบันการศึกษาและผู้ปกครองเข้มงวดในการดูแลมากขึ้น ซึ่งกรณีการแก้ไขปัญหาค่อนข้างได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและประชาชนผู้พบเห็นที่ได้แจ้งเหตุขณะที่ก่อเหตุดังกล่าว จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าไประงับเหตุการณ์ได้ทันที อาจจะมีบางกรณีที่มีสามารถจับกุมอาวุธปืน มีด และระเบิดปิงปองได้


          “ถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมสำคัญ บช.น. จึงได้ขอความร่วมมือกับสถานศึกษาต่างๆ ให้กวดขันดูแลนักศึกษาในสถาบันของตนเอง และเหลื่อมเวลาเรียน รวมทั้งขอความร่วมสถานประกอบการรอบสถาบัน และประชาชนทั่วไป หากพบการรวมตัวของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เตรียมก่อเหตุทะเลาะวิวาท ไม่ว่าจะพบตามป้ายรถประจำทาง หรือศูนย์การค้าต่างๆ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ สายด่วน 191 ทันที ซึ่งขณะนี้ได้เปิดคู่สายเพิ่มเป็น 40 คู่สาย โดยเปิดทดลองให้บุคคลภายนอกเข้ามาช่วยงานด้านนี้แล้ว เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ อีกยังเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อทดลองการทำงานก่อนจะขยายไปยังบริเวณพื้นที่รอบ อาทิ บริเวณเขตดอนเมืองอยู่ในพื้นที่รอบต่อระหว่างบช.ภาค 1 เขตบางนา-ตราด อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างบช.ภาค 7 ขอย้ำว่าหากพบเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อที่จะเข้าไประงับเหตุการณได้ทันทีในพื้นที่ใกล้เคียง” โฆษกบช.น. กล่าว


          ส่วนเรื่องการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำเหนือที่จะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น โฆษกบช.น. กล่าวว่าโดยมีการประสาน กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมรถยก และกระสอบทรายไว้พร้อมแล้ว โดยได้สั่งการให้ตำรวจจราจร เตรียมประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน


          พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์ รองโฆษกตร. กล่าวอีกด้วยว่า ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ประสบเหตุอุทกภัย โดยเฉพาะ ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าและเส้นทางถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จึงต้องเร่งเข้าให้การช่วยเหลืออพยพประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด โดยได้มีการสนับสนุนเรือยาง และเรือยนต์ อย่างเต็มที่ ส่วนถนนที่ถูกกระแสน้ำทำลายเสียหาย ให้ตำรวจทางหลวง จัดเส้นทางเลี่ยง เส้นทางสำรอง พร้อมตรวจสอบสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประชาสัมพันธ์ และเฝ้าระวังเหตุให้กับประชาชน รวมทั้งจัดกำลังสายตรวจ และอาสาสมัคร เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ซ้ำเติมประชาชนผู้ประสบอุทกภัย