ข่าว

พิษ'นกเตน'สบเมยตาย3สูญหาย4

พิษ'นกเตน'สบเมยตาย3สูญหาย4

03 ส.ค. 2554

'นกเตน'พ่นพิษไม่เลิก น้ำแม่กวงวิกฤติสูงใกล้ถึง 6 ม. หลายจว.ในภาคเหนือ-อีสานท่วมหนัก แม่ฮ่องสอนดินถล่มทับบ้านตาย3สูญหาย4 สุโขทัยถูกไฟช็อตตาย1

          (3ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อนนกเตน แม้ว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยไปแล้ว แต่วันนี้ (3 ส.ค.) ยังคงส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องโดยเฉพาะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ซึ่งนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสบเมย ว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 3 สิงหาคม ได้เกิดดินถล่มทับบ้านเรือนราษฎรบ้านปู่ทา หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาในพื้นที่อย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน คือ เด็กชายวีระ สายชลวิมาน อายุ 11 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย นางจันทร์ขาว ภาวนาวัต อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย และเด็กชาย พาส่าแก ไม่ทราบนามสกุล

           นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายอีก 4 คน ประกอบไปด้วยนางกำบือ สายชลวิมาน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮอ่องสอน นายประวิทย์ หมื่นตุ้ม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  นายทาการิ หมื่นตุ้ม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่16/1 หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน นายหล้า หมื่นตุ้ม อายุ74ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่อง สอน และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 12 คน

           ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และขณะนี้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 แม่สะเรียง และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 อ.สบเมย ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปยังบ้านปูท่า ซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากกระแสน้ำกัดเซาะถนนขาด โดยกำลังเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้ากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อไปช่วยเหลือผู้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนและค้นหาผู้สูญหาย 4 คน นอกจากนี้แล้วยังบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 10 หลังคา ได้รับวามเสียหาย ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย วัดได้ 132 มม.จึงทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว บ้านปูทา หมู่ที่ 6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน


สุโขทัยถูกไฟช็อตตาย1

 ส่วนที่ จ.สุโขทัย สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือน ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านบางสงฆ์ ต.ปากแคว อ.เมือง ต้องขนข้าวของออกไปไว้บนถนนเลียบแม่น้ำ หลังจากน้ำในแม่น้ำยมกัดเซาะคันตลิ่งกั้นแม่น้ำพังเป็นแนวยาวเกือบ 100 เมตร ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ขณะเดียวกัน นายอำนาจ ทองยัง อายุ 35 ปี สมาชิก อบต.คลองกระจง อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ 3 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตคาบ้าน ขณะเข้าไปขนของในบ้านเพื่อหนีน้ำที่ทะลักเข้ามา และได้พยายามหยิบกล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่ยังเสียบปลั๊กอยู่ จึงถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต

 ส่วน จ.สุโขทัย ตอนนี้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 5 อำเภอ ที่แม่น้ำยมไหลผ่าน คือ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง และ อ.กงไกรลาศ พื้นที่หนักที่สุดอยู่ในเขต อ.เมือง และล่าสุดน้ำไหลเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจย่านการค้าของเทศบาลเมืองสวรรคโลกแล้ว

 

น้ำแม่กวงลำพูนวิกฤติสูงใกล้ถึง6ม.

          จังหวัดลำพูนตั้งแต่กลางดึก เป็นเหตุให้แม่น้ำกวงและลำน้ำสายอื่น ๆ มีระดับสูงขึ้น เอ่อล้นท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำรวม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลำพูน, แม่ทา, ป่าซาง และอำเภอลี้ รวม 19 ตำบล 202 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 10,000 ครัวเรือน

          อำเภอที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ อ.ลี้ บ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหาย 8 ตำบล มีผู้ได้รับผลกระทบ 8,183 ครัวเรือน นอกจากนี้ถนน, สะพาน, ฝาย และสิ่งสาธารณประโยชน์ ถูกน้ำท่วมพัดพังเสียหายหลายแห่ง

          สำหรับในเขต อ.เมืองลำพูน ระดับน้ำในลำน้ำกวงยังคงสูงเกินระดับปกติ (5 เมตร) เมื่อตอนเช้าวันนี้ ระดับน้ำที่สะพานท่านาง หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารมีระดับสูง 5.90 เมตร ปริมาณน้ำ 218 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้น้ำยังคงเอ่อล้นที่ลุ่มสองฝั่งน้ำ บริเวณ ต.เหมืองง่า , เวียงยอง , ต้นธง , บ้านแป้น รวมทั้งบริเวณใกล้เคียงก็ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกัน

          ขณะเดียวกัน นายอำเภอและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนแล้ว โดย อบจ.ลำพูน เทศบาลเมืองลำพูน เทศบาลตำบล และ อบต. ต่าง ๆ ก็ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนกระสอบทรายสร้างพนังกั้นน้ำและช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ อาทิ การแจกถุงยังชีพ การพอพยคน สิ่งของ สัตว์เลี้ยงไปในที่ปลอดภัย เตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังไฟดูด สัตว์มีพิษ อีกด้วย

 

อุดรธานีโคลนถล่มทับถนนรถผ่านไม่ได้

          วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายจงานว่า ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จากอิทธิพลพายุ “นกเต็น” ในเขตพื้นที่ ต.นาแค อ.นายูง ส่งผลให้เกิดโคลนถล่มจากภูสาวเอ้ เทือกเขาภูหลวง ลงมาทับถนนเส้นทางหลวง ที่ 2108 เชื่อมต่อสายระหว่าง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ไปยัง อ.ปากชม จ.เลย หลักกิโล ที่ 20-21 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยัง จ.เลย โดยโคลนถล่มลงมาทับถนนทั้ง 5 เลน ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดหรือเสียชีวิต

          นายนรินทร อนันทวรรณ รักษาการ ผญบ  หมู่ที่ 4 บ คีรีวงกต ต นาแค อ นายูง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานโคลนถล่มลงมาทับทางหลวง ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ จึงรายงานให้ทางอำเภอทราบ และได้ประสานไปยังแขวงการทางน้ำโสม ให้ส่งเครื่องจักรเข้ามานำดินโคลนที่ขวางถนนออก เพื่อให้รถยนต์สามารถขับผ่านได้ ซึ่งฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนเกิดน้ำป่าไหลลงลำห้วยราง และได้พัดเข้าท่วมบ้านโนนศิลา หมู่ 6 ต.นาแค และที่บ้านนาคำ หมู่ 6 ต.บ้านก้อง และไหลไปลงยังลำห้วยโสม ทำให้เกิดน้ำท่วมที่บ้านวังเลา หมู่ 1 ต.โนนทอง

          “ฝนยังคงตกตลอด 3 วันที่ผ่านมา แต่ไม่หนักมาก โดยวัดปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2 วัน วัดได้ 125 มม. และในวันนี้ที่ภูสาวเอ้ คงจะรองรับน้ำฝนไว้มาก ทำให้ดินโคลนถล่มลงมาทับถนนสายน้ำโสม-ปากชม ในช่วงเช้าวันนี้ โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต”นายนรินทร กล่าว

          สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านวังเลา หมู่ 1 ต.โนนทอง อ.นายูง ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำลดลงต่ำกว่าสะพานข้ามลำห้วยโสม ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อเข้าไปในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านกว่า 40 ครอบครัวที่ไปอาศัยอยู่ที่สูงในหมู่บ้าน ได้กลับเข้ามาเพื่อทำความสะอาด แต่ยังไม่มีการขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ลงมาจากบนบ้าน เนื่องจากเกรงว่า ฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดขึ้นป่า ไหลเข้าท่วมอีกครั้ง แต่น้ำยังคงท่วมขังนาข้าว ไร่มันสำปะหลัง และสวนยาง อยู่ ซึ่งชาวบ้านกำลังเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับทราบ ดำเนินการช่วยเหลือ

          ส่วนที่สะพานห้วยห้วยโปง ถนนสายบ้านเชียงดี-บ้านม่วง ห่างจากบ้านวังเลาประมาณ 4 กิโลเมตร ที่เป็นเส้นทางไปยัง อ.สังคม จ.หนองคาย น้ำในลำห้วยโปง ที่ไหลมาจากภูมืด เทือกเขาภูพาน ได้พัดคอสะพานขาด ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรข้ามได้ ทำให้ชาวบ้านที่มาจาก อ.สังคม จะมายัง จ.อุดรธานี ได้รับความเดือดร้อน ใช้เส้นทางอื่น ที่มีระยะทางไกลกว่าแทน ซึ่งทาง อ.นายูง กำลังเร่งประสานแขวงการทาง และ อบจ.อุดรธานี นำเครื่องจักรเข้ามาซ่อมแซมคอสะพานเป็นการด่วน

 

ลำปางน้ำไหลเข้าท่วมอำเภอสบปราบ

 

          นายสมชัย รุ่งสาคร นายอำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ หลังจากได้รับรายงานว่าแม่น้ำวังได้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ใน 3 ตำบลได้แก่ ต.สบปราบ นายาง และแม่ก๊วะ จำนวน 14 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนราษฎรสองฝั่งแม่น้ำวังที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,500 ครัวเรือน ระดับน้ำที่ท่วมบ้านสูง 1 - 2 เมตร บางจุดแม่น้ำวังที่ไหลเชี่ยว ทางอำเภอได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำเรือท้องแบบเข้าไปรับผู้ประสบภัยออกบ้าน เพื่อความปลอดภัย

          จากการรายงานเบื้องต้น ทราบว่ามีคอสะพาน และถนนภายในหมู่บ้านได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสะพานขนาดใหญ่ 3 แห่ง ขณะนี้ใช้การไม่ได้ เพราะแม่น้ำวังได้ไหลท่วมสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปช่วยเหลือบ้านเรือนราษฎรต้องใช้สะพานในต่างอำเภอ แล้วอ้อมเข้าพื้นที่แทน

          ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้เข้าไปในพื้นที่อำเภอสบปราบละอำเภอเถิน เตรียมพร้อมรับมือ และเร่งอพยพชาวบ้านใน อ.เถิน ติด อ.สบปราบ เพราะเกรงว่าระดับน้ำในแม่น้ำวัง ที่จะไหลมาถึง จะท่วมบ้านเรือนราษฎร นอกจานี้ ยังประกาศเตือนภัยให้ อ.แม่พริก ที่เป็นพื้นที่ต่อจาก อ.เถิน ให้ระมัดระวังและให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ปภ.สรุปพิษพายุ'นกเตน'ทำเหนือ-อีสานท่วมหนัก15จว.

          นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวถึงอิทธิพลจากพายุโซนร้อนนกเตน ว่า ทำให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 15 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ สุโขทัย น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก นครพนม อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร

          รวม 97 อำเภอ 518 ตำบล 14,375 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 40,030 ครัวเรือน 179,035 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 217 หลัง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 29,510 ไร่ถนน 264 สาย ฝาย ทำนบ 20 แห่ง สะพาน คอสะพาน 29 แห่ง บ่อปลา บ่อกุ้ง 408 บ่อ ปศุสัตว์ 474 ตัว ผู้เสียชีวิต 1 รายในจังหวัดอุดรธานี

          อย่างไรก็ตาม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยและดินถล่มสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

"นายกฯ"เรียกประชุมด่วนแก้น้ำท่วมชี้สุโขทัยหนักสุด

 

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์ในภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ ซึ่งประสบอุทกภัยที่เกิดจากผลกระทบจากพายุนกเตน โดยตัวแทนหน่วยงาน อาทิ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุม

          จากนั้นนายกฯได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เพื่อสอบถามสถานการณ์ล่าสุดในจ.สุโขทัย ด้วยโดยนายจักริน รายงานว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดฯ ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นผู้ชายที่เสียชีวิตถูกไฟฟ้าดูด ส่วนพื้นที่ที่ประสบปัญหาหนัก คือ อ.เมือง ศรีสำโรง และสวรรคโลก โดยที่อ.ศรีสำโรง มีน้ำระดับสูงเกินกว่าจุดวิกฤต และมีพื้นที่ที่ประสบภัยใน 9 ตำบล 27 หมู่บ้าน

          อีกทั้งน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก รวมถึงถนน 15 สาย โรงเรียนและวัด  ส่วนที่ อ.สวรรคโลก น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก และมีน้ำไหลเข้าไปตามท่อจนท่วมในตลาดเทศบาล โรงเรียนประจำอำเภอ และที่ว่าการอำเภอ นอกจากนี้จะมีน้ำกลุ่มใหญ่ไหลมาจาก จ.แพร่ มาถึงจ.สุโขทัย ประมาณวันที่ 5 ส.ค.นี้               

          นายจักริน กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือนั้น ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์เพื่อช่วยเหลือและเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เช่น เรือท้องแบน กำลังพลจากทหารบก ตำรวจตระเวนชายแดน และวิทยาลัยเทคนิค ขณะที่การอพยพประชาชนนั้น ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)และอำเภอ เร่งส่งอาหารและน้ำแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยด้วย สำหรับ อ.เมือง มีการเร่งระดมกำลังเฝ้าดูสถานการณ์ตลอดทั้งคืน

          ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงสิ่งที่ทางจังหวัดต้องการความช่วยเหลือจากส่วนกลาง ซึ่งนายจักริน กล่าวว่า ขณะนี้ต้องการเรือท้องแบน เพราะประชาชนไม่สามารถออกจากพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมได้ จึงต้องการนำเรือท้องแบนไปใช้ขนย้ายชาวบ้านและส่งอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย อีกทั้งต้องการน้ำดื่ม เพราะตอนนี้มีรถผลิตน้ำดื่ม 2 คัน จึงอยากได้เพิ่มอีก 5 คัน เนื่องจากจุดที่ประชาชนเดือดร้อนได้กระจายเป็นวงกว้าง               

          จากนั้นนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พื้นที่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ จ.สุโขทัย พิจิตร และพิษณุโลก โดยพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักที่สุด คือ จ.สุโขทัย ซึ่งมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก โดยเป็นพื้นที่การเกษตรเป็นหลัก  แต่เรากำลังพยายามป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม จากสภาพที่ยังมีฝนตก รวมถึงน้ำที่มาจากแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน จะมีผลกระทบที่ทำให้ จ.พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ต้องระมัดระวังต่อไป

          ส่วนการช่วยเหลือนั้น ทางจังหวัดได้ร้องขอเรือท้องแบนและน้ำดื่มเพิ่มเติม ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ให้การสนับสนุนอยู่  สำหรับพื้นที่ภาคอีสานนั้น ระดับน้ำในแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีตลิ่งต่ำ เช่น จ.มุกดาหาร เป็นต้น ต้องมีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ในแง่ของปริมาณฝนและระดับน้ำ อีก 3 - 4 วัน          

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยง เราก็มีการเตือนอยู่ตลอด เช่น ผลกระทบจากพายุนกเตนนั้น ประชาชนก็ได้รับทราบล่วงหน้าแล้ว แต่ขณะนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งวันนี้ได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกัน โดยจะระดมความช่วยเหลือเฉพาะหน้า อีกทั้งคิดว่าจะพยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในเรื่องของชุมชน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่เศรษฐกิจ  ส่วนสถานการณ์ต่อไปถ้ามองยาวในช่วงตลอดฤดูฝนไปจนถึงปลายปีนี้นั้น ตนกำลังให้มีการจัดทำตัวเลขที่ชัดเจนว่าพื้นที่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษมีที่ใดบ้าง แต่ตอนนี้มีฝนตกอยู่ในภาคตะวันตก ซึ่งต้องมีการจับตาดูด้วย

          เมื่อถามถึงการเดินทางไปตรวจพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังดูเวลาในตอนนี้ เพราะตนยังติดภารกิจในช่วง 2 - 3 วันนี้ ทั้งกำหนดการภารกิจในช่วงบ่ายของวันนี้ (3 ส.ค.) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคประชาธิปัตย์       

          เมื่อถามว่าช่วงรอยต่อของรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้กำชับหน่วยงานว่าสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะถือว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเชิงนโยบาย ดังนั้นสิ่งใดที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน หน่วยงานสามารถดำเนินการต่างๆได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางจังหวัดยืนยันว่าดูแลสถานการณ์ได้

          เมื่อถามว่าจำเป็นต้องประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ เพื่ออนุมัติงบประมาณช่วยเหลือในเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะต้องมี เพราะเงินสำรองของทางจังหวัดน่าจะมีเพียงพอ และถ้าจะมีการอนุมัติงบประมาณลงไปในขณะนี้ ตนเห็นว่าเป็นวงเงินที่ไม่ต้องถึงอำนาจของ ครม.
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

          จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.สุโขทัย โดยนายจุรินทร์ จะออกเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพบก จากสนามบินกรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) ดอนเมือง ในเวลา 13.30 น. จากนั้นจะเข้าตรวจเยี่ยม 3 จุด คือ 1.ตลาดเทศบาล อ.สวรรคโลก 2.อบต.วังทอง อ.ศรีสำโรง และวัดบางคลอง อ.เมือง

 

ผู้ว่าฯแพร่ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านอ.วังชิ้น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่อ.วังชิ้น จ.แพร่ ชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำยมที่อ.เมือง ที่ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 11.8 เมตร ได้ไหลเข้ามายังพื้นที่อ.วังชิ้น ก่อนไหลต่อไปที่อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งปริมาณน้ำค่อนข้างมาก จึงทำให้ไหลเอ่อเข้าท่วมอ.วังชิ้นในทุกอำเภอ ทำให้การสัญจรไปมาด้วยรถยนต์เล็กไม่สามารถทำได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่บนภูเขา พื้นที่ลาดเนิน และมีน้ำยมขนานกับถนนไปเรื่อยๆ และพื้นที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน

          ทั้งนี้ นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยการสัญจรในอ.วังชิ้น ต้องอาศัยรถยีเอ็มซี ของทหาร รวมถึงเรือท้องแบนและเรือยนต์เท่านั้น ทำให้การให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเป็นไปอย่างทุลักทุเล และขณะนี้ชาวบ้านไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านตนเองได้แล้ว เพราะกระแสน้ำค่อนข้างเชี่ยว ต้องอพยพออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่สูง เพื่อความปลอดภัย

 

ผวจ.พิษณุโลกมอบถุงยังชีพพระราชทาน

          นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลกได้นำเอาถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก ไปถวายแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป และราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมของอำเภอชาติตระการ ณ บริเวณหมู่ 3 บ้านปากกรอง ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จำนวน 550 ถุง

          นายปรีชา กล่าวว่า อิทธิพลของพายุ “นกเตน” ได้สร้างความเสียหายหนักในเขตพื้นที่สองอำเภอ คือ อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทยซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขา มีกระแสน้ำไหลเร็วและแรง โดยน้ำที่ท่วมในสองอำเภอนี้ก็จะไหลไปรวมกันท่วมในพื้นที่ลุ่มเชิงเขาต่อกันไปและไหลเขาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งได้กำชับให้ทุกฝ่ายประสานความร่วมมือกันช่วยเหลือราษฎรผู้ที่ได้รับผลกระทบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุภัยพิบัติดินโคลนถล่มเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก

          สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก แม้ว่าในบางจุดซึ่งเป็นพื้นที่สูงระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ว่าถนนบางสายยังมีกระแสไหลผ่านในระดับสูง โดยเฉพาะที่เส้นทางสายชาติตระการ - นครไทย ช่วงบริเวณหน้าหมวดการทางอำเภอนครไทย มีกระแสน้ำไหลผ่านถนนสูงประมาณ 1 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 315 จำนวน 15 นายพร้อมด้วยกำลังพลทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 ค่ายเอกาทศรถ และเจ้าหน้าที่ของหมวดการทางอำเภอนครไทย

          ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้เดินทางโดยการใช้รถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ขับฝ่ากระแสน้ำนำหน้าเพื่อให้รถยนต์ขนาดเล็กขับตามและข้ามไปได้ นอกจากนี้ยังเตรียมเรือท้องแบนไว้คอยบริการช่วยเหลือราษฎรอีกจำนวน 2 ลำด้วย