ข่าว

ปรับ'สนธิ-สโรชา'5หมื่นหมิ่นดามาพงศ์

ปรับ'สนธิ-สโรชา'5หมื่นหมิ่นดามาพงศ์

03 ส.ค. 2554

ศาลอุทธรณ์แก้พิพากษาให้จำคุกหมื่น "สนธิ-สโรชา - เครือ ASTV ผจก." 6 ด.ปรับ 5 หมื่น ข้อหาหมิ่นดามาพงศ์โกง รอลงอาญา 3 ปี

          ศาลอุทธรณ์แก้พิพากษาให้จำคุกหมื่น "สนธิ-สโรชา - เครือ ASTV ผจก."  6 ด.ปรับ 5 หมื่น  ข้อหาหมิ่นดามาพงศ์โกง แต่ศาลยังปรานีโทษจำคุกให้รอลงอาญา 3 ปี

          3 ส.ค. 54 ที่ห้องพิจารณาคดี 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 3 ส.ค.54 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.550/2549ที่ พล.ร.ท.เกียรติศักดิ์ ดามาพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เครือญาติคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล , น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร บริษัทแมเนเจอร์ มีเดียกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการายวัน , น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบ.แมเนเจอร์ ฯ , นายขุนทอง ลอเสรีวานิช เจ้าของและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.manager.co.th, บริษัทไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด ผู้ผลิตรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร , นายศุภชัย วงศ์วรเศรษฐ์ (โจทก์ถอนฟ้องแล้ว), นายจิตตนาถ ลิ้มทองกลุ ,นายพชร สมุทรวณิช ซึ่งเป็นกรรมการบริหาร บ.ไทยเดย์ ฯ และนายปัญจภัทร์ อังคสุวรรณ ผู้ควบคุมดูแลเว็บไซด์ www.manager.co.th เป็นจำเลยที่ 1-10 ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่น และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 , 332 , 393

          กรณีเมื่อวันที่ 24 ม.ค.- 4 ก.พ.49 นายสนธิและ น.ส.สโรชา ร่วมกันจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ถ่ายทอดออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ ASTV ช่อง นิวส์ 1 และเผยแพร่ตีพิมพ์ทางนสพ.ผู้จัดการรายวัน และเว็บไซด์  www.manager.co.th

          โดยกล่าววิจารณ์การขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยถ้อยคำลักษณะใส่ร้ายตระกูลดามาพงศ์และบุคคลในตระกูลดามาพงศ์ของโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย 
 
          ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.50 ให้ยกฟ้อง เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากคำเบิกความพยานโจทก์ยังคลาดเคลื่อนในทางนำสืบโจทก์จึงมีน้ำหนักไม่มั่นคงให้รับฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ แต่ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากข้อความตามฟ้องโจทก์ เช่น “ ชินวัตร...ดามาพงศ์ โกงทั้งโคตร ขายชาติเลี่ยงภาษี ” แม้ไม่มีชื่อโจทก์แต่การที่ลงชื่อตระกูลทำให้ผู้อ่านย่อมเข้าใจไปได้ว่าหมายถึงทั้งตระกูลโจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย อีกทั้งข้อความดังกล่าวยังเป็นความหมายในทางลบทำให้ประชาชชนทั่วไปรู้สึกว่าการกระทำของตระกูลโจทก์กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะดำเนินการไม่ใช่หน้าที่จำเลยมาตัดสิน ข้อความตามฟ้องของจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่การเสนอข้อเท็จจริงโดยสุจริต

          ส่วนจำเลยที่ 2 , 3 , 5 , 6 และ10 มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วม ขณะที่จำเลยที่ 4 เป็นเพียงผู้บริหารแผนฯของจำเลยที่ 3 ย่อมไม่มีส่วนกระทำผิด ส่วนจำเลยที่ 8 และ 9 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 5 โจทก์ไม่มีได้นำสืบให้เห็นว่ามีส่วนร่วมกระทำผิดอย่างไร ให้ยกฟ้อง

          จากการที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษาว่าแก้ว่า จำเลยที่ 1 , 2 , 3 , 5 , 6 และ 10 ได้กระทำผิดหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326 , 328 , ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 , 2 , 5 และ 10 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 50,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี

          ส่วนจำเลยที่ 3 และ6 ซึ่งเป็นนิติบุคคล ศาลสั่งปรับรายละ 50,000 บาท และให้ร่วมกันลงตีพิมพ์คำพิพากษาลงใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน และwww.manager.co.th เป็นเวลา 7 วันต่อเนื่องกันด้วย