
สตช.สั่งสอบที่อยู่"ทักษิณ"ที่ไลบีเรีย
โฆษกตำรวจระบุถอดยศทักษิณอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมประสานตำรวจสากลติดตามตัวทักษิณ เตรียมทำหนังสือถึงไลบีเรียหลังมีข่าวทักษิณเดินทางเข้าไป สื่อไลบีเรียเผยภาพ"ทักษิณ"พบเจ้าหน้าระดับสูง ผบ.ตร.เชื่อเสื้อแดงชุมนุมที่สนามหลวงไม่รุนแรง เตรียมงัดแผน"มกรา50"คุมเข้ม
วันที่ 24 เมษายน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการอยู่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพราะตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการถอดยศเป็นเรื่องที่ทำผิดทางอาญา แต่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกรณีความผิดทางอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่เคยมีกรณีนี้ ต้องมีการพิจารณาด้านกฎหมายให้ละเอียด
ผู้สื่อข่าวถามถึงการติดตามจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดีตามหมายจับ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ได้ประสานกับองค์กรตำรวจสากลซึ่งมีสมาชิก 187 ประเทศเพื่อประสานแจ้งเบาะแสของ พ.ต.ท.ทักษิณระหว่างสมาชิก หากประเทศใดมีเบาะแสก็จะแจ้งข่าวมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบและมีหน้าที่ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายมองว่าการหาที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตำรวจดำเนินการล่าช้า พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องนี้มีขั้นตอน เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ การยืนยันที่อยู่จะต้องมีความมั่นใจเพราะเป็นการขอตัวระหว่างรัฐต่อรัฐ การทำอะไรข้อมูลต้องมีความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการหาเบาะแสจากผู้ที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ก็มีการประสานงาน แต่ตำรวจไม่มีอำนาจไปดำเนินการ แต่ยืนยันว่าการติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ตำรวจก็ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว
ส่วนล่าสุดกรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปยังประเทศไลบีเรีย พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบว่าประเทศไลบีเรียเป็นสมาชิกขององค์กรตำรวจสากลหรือไม่ โดยให้กองการต่างประเทศตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏเป็นข่าวก็จะดำเนินการสอบถามไปยังประเทศนั้น ๆ
สื่อไลบีเรียเผยภาพ"ทักษิณ"พบเจ้าหน้าระดับสูง
เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ ไลบีเรีย ออฟเซิร์ฟเวอร์ ของไลบีเรีย รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้นำคณะตัวแทนนักธุรกิจจากประเทศไทย
ไปเยือนกรุงมอนโรเวีย ของไลบีเรียเป็นการส่วนตัว ซึ่งคณะตัวแทนชุดนี้ ได้เจรจากับดร.ริชาร์ด โทลเบิร์ต ประธานคณะกรรมาธิการการลงทุนแห่งชาติ หรือ NIC ซึ่งปรากฎภาพถ่ายขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ จับมือกับ ดร.โทลเบิร์ต ที่กรุงมอนโรเวีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
สาธารณรัฐไลบีเรีย กับประเทศไทย สถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1967 โดยมีความราบรื่นตลอดมา โดยทางไทยได้มอบหมายให้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน เป็นจุดประสานการติดต่อกับไลบีเรีย และไลบีเรีย ก็มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไลบีเรีย ประจำประเทศญี่ปุ่นมีอาณาเขตครอบคลุมประเทศไทยด้วย
ผบ.ตร.เชื่อชุมนุมเสื้อแดงไม่รุนแรง
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมที่สนามหลวงในช่วงเย็นวันพรุ่งนี้หลังมีการประกาศยกเลิก พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า การดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงในวันพรุ่งนี้ตำรวจก็ยังคงใช้มาตรฐานเดิม โดยเน้นการเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถึงข้อเรียกร้อง และจะพยายามให้การชุมนุมอยู่ในระเบียบ ไม่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่
ส่วนการประเมินจำนวนผู้ชุมนุม พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า คงประเมินได้ยากว่าจะมีจำนวนมากเท่าใด แต่จากรายงานข่าวพบว่ามีกลุ่มเดียวคือมาจาก จ.สมุทรสาคร ซึ่งตำรวจได้เจรจาทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมบางส่วนแล้ว ซึ่งสถานการณ์การชุมนุมไม่น่าจะมีความวุ่นวายเนื่องจากตำรวจไม่ได้คัดค้านการขอประกันตัวแกนนำครั้งล่าสุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า คดีนี้เป็นความรับผิดชอบของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งความคืบหน้าและรายละเอียดของคดียังไม่ได้มีการพูดคุยกันเนื่องจากเพิ่งมอบหมายให้รับผิดชอบเพียงไม่กี่วัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าอาวุธที่ใช้ยิงนายสนธิ เป็นของทหาร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาก็คือข่าว ยังไม่ได้มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่าจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ยังไม่ทราบ ส่วนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ออกมายอมรับว่าเป็นอาวุธของทหารนั้น ไม่รู้ว่าท่านยอมรับอย่างไรเพราะไม่ได้ฟัง
ตำรวจงัดแผน"มกรา50"คุมเข้ม
เมื่อเวลา 14.45 น. พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น.กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. นัดรวมตัวที่ท้องสนามหลวงว่า ตำรวจมีแผนปฏิบัติดูแลอยู่แล้วใช้แผน " มกรา 50" ดูแลโดยรอบการชุมนุมป้องกันมือที่ 3 แทรกแซงสถานการณ์ขณะเดียวกันจัดกำลังตำรวจสืบสวนหาข่าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ประชุมนายตำรวจทุกระดับซักซ้อมทำความเข้าใจแผนปฏิบัติให้สอดคล้องกันพร้อมกำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง ภายหลังมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมี 3 พื้นที่หลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 1.สถานที่ราชการสำคัญ สถานทูต 2.บ้านพักบุคคลสำคัญ และ 3. ธนาคาร ร้านทอง ส่วนบ้านของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรฯ ย่านถนนสุโขทัยนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดกำลังดูแลอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
แดงเชียงใหม่ปรับแผนถอดเสื้อแดงร่วมชุมนุมครึ่งหมื่น
แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยถึงการนัดหมายชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ว่า ในส่วนของคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ จะเข้าร่วมการชุมนุมเช่นเคย แต่จะไม่มีการเดินทางไปในนามกลุ่ม แต่จะเดินทางไปแบบส่วนตัว และจำนวนคนเสื้อแดงที่จะเดินทางร่วมชุมนุมครั้งนี้ จะมีมากขึ้นหลายพันคน เนื่องจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม และการบิดเบือนข้อมูลของรัฐบาล ทำให้คนเชียงใหม่ที่เคยวางตัวเป็นกลาง เข้ามาอยู่กับฝ่ายคนเสื้อแดงอีกหลายพันคน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรการของรัฐบาล ที่ใช้ในการจัดการคนเสื้อแดง ทำที่ประชุมร่วมของแกนนำคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ข้อสรุปว่า ทุกคนจะไม่สวมเสื้อแดงในการเดินทาง และการเข้ารวมชุมนุม เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้ง หรือปฏิบัติเกินคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม แม้จะไม่สามารถใช้วิทยุชุมชนได้ แต่ในตอนนี้วิทยุชุมชนไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะเครือข่ายมวลชนได้ขยายตัวใหญ่มากและมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างเป็นระบบแล้ว โดยล่าสุดคาดว่าจะมีคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมการชุมนุม ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน
แกนนำคนเสื้อแดงเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้บีบบังคับให้ประชาชนกลายเป็นผู้ก่อการร้ายทำให้คนเสื้อแดงต้องต่อสู้ใต้ดิน ไม่ต่างจากการผลักดันให้ประชาชนเป็นคอมมิวนิสต์ในสมัย 14 ตุลา ซึ่งการออกหมายจับกดดันกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ต้องปรับยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ ทั้งการส่งต่อ คำสั่งในการเคลื่อนไหวเป็นรหัสลับ ขณะที่การติดต่อสั่งการต้องใช้โปรแกรมสนทนา ทางคอมพิวเตอร์ผ่านเวปแคมแสดงความเป็นตัวตนแทนการใช้โทรศัพท์และการนัดหมายประชุมในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งตามปกติ ขณะที่การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก็ต้องระวังตัวมากขึ้น ทั้งนี้ขอเตือนรัฐบาลว่าให้ระวังเสียงกระซิบคนคนเสื้อแดงใต้ดินไว้ให้ดี เพราะน่ากลัวกว่าเสียงตะโกนของรัฐบาลเป็นอย่างมาก
สาวเสื้อแดงพัทยาทุบรถนายกฯมอบตัวอีกราย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 เม.ย.52 พ.ต.อ.ธีรพล จินดาหลวง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาการ ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบก.หน.ศสส.ภ.2.จว.ชลบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่ง เข้าทำการจับกุม นางสาวประภาพร หยาบยองศรี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 ม.7 ต.ดงหม้อทองใต้ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.317/2552 ลงวันที่ 9 เม.ย. ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
โดย พ.ต.อ.ธีรพล เปิดเผยว่า นางสาวประภาพร ได้ร่วมกับพวกบางส่วนที่หลบหนีไป ขัดขวางการเดินทางกลับ กทม. ของขบวนรถนายกรัฐมนตรี จนทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ รปภ.ประจำตัวนายกฯ ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณสี่แยกสัญญาณไฟจราจร ถ.พัทยาสาย 3 พัทยาใต้ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมี น.ส.จิดาภา ธนหัตถชัย เป็นหัวหน้าคอยสั่งการ กระทั่งตำรวจได้มีการนำภาพถ่ายจากสื่อมวลชนมาเปิดดู พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานได้มากพอสมควร จึงขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งนางสาวประภาพร ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ศูนย์สืบสวนสอบสวน ตร.ภ.2
ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นางสาวประภาพร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนที่จะติดตามจับกุมพวกที่เหลืออีกต่อไป
ฝากขังครั้งแรก3แกนนำนปช.หลังยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน
ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ภายหลัง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ได้ควบคุมตัว นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง มายื่นคำร้องต่อศาลขอฝากขังครั้งแรก 12 วัน หลังจากนายก ฯ ประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลได้ไต่สวนคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนและคำคัดค้านฝากขังผู้ต้องหา
โดยพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เข้าเบิกความสรุปว่า หลังจากที่ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 14 เม.ย. เวลา 15.30 น. ผู้ต้องหาได้แสดงตนต่อพนักงานสอบสวน บช.น. ซึ่งแจ้งข้อหาดำเนินคดี ต่อมาวันที่ 16 เม.ย. เวลา 08.00 น. พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาควบคุมตัว ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ตามที่ถูกออกหมายจับ และควบคุมตัว ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ มาตรา 11 อนุ1 มาตรา 12 เป็นเวลา 7 วัน และวันที่ 24 เม.ย. เวลา 12.00 น. นายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ เจ้าพนักงานจึงหมดอำนาจควบคุมตัว ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ จำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังในคดีอาญาเป็นเวลา 12 วัน
พล.ต.ต.อำนวย ได้ตอบการซักค้านทนายความเกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง และระยะเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ไม่ถือว่าสงบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งการชุมนุมได้ใช้ถ้อยคำยุยงให้ประชาชน กระทำละเมิดต่อกฎหมาย และใช้ความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมจะมาด้วยความสมัครใจหรือไม่ ตนไม่ทราบ
ส่วนการควบคุมตัวผู้ต้องหา 48 ชั่วโมง หลังแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่จะนับรวมการเดินทางเข้ามอบตัว และการเดินทางจากสถานที่ควบคุมตัวมาศาล สำหรับเรื่องการขอปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนไม่คัดค้าน จึงขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล และระหว่างผู้ต้องหาได้ปฏิบัติตัวถูกต้อง ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งการยื่นคำร้องฝากขัง ได้ปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ มาตรา 215 พยานเบิกความเรื่องอื่นๆ แล้วเสร็จ ศาลจึงนัดฟังคำสั่งภายในเย็นวันนี้



