แก้ไข-ไม่แค้น!'มาร์ค'ซัด'ตู่'สวนทางพท.
'อภิสิทธิ์' ยันทำงานตามกรอบกฎหมาย ซัด'จตุพร' สวนทางนโยบายพรรคเพื่อไทย หลังใช้ให้เตรียมสู้คดีสลายการชุมนุม ด้าน'สมชัย' ยัน ต้องรับรอง 'จตุพร' เป็นส.ส. ชี้ ไม่ใช่เรื่องทุจริต
3 ส.ค. เมื่อเวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณี นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุหลังได้รับปล่อยตัวชั่วคราวว่า ให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมสู้คดีสลายการชุมนุม ว่า ทั้งหมดมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว และการค้นหาความจริงก็เป็นกลไกที่เจ้าหน้าที่ทำอยู่ ทุกอย่างว่าไปตามความเป็นจริง ซึ่งตนและนายสุเทพ ไม่ได้มีความกังวลใดๆ จากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพรกล่าวเชิงท้าทายว่า ไม่ต้องถามว่าจะนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ แต่ให้นิรโทษกรรมให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะดีกว่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบอกว่า คดีนายจตุพรไปไกลกว่ามากแล้ว ตนยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าทุกอย่างที่ทำเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ภาระหน้าที่ และผู้บริหารงานทั้งหลายได้ใช้ความระมัดระวังสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น
เมื่อถามถึงท่าทีอย่างนี้จะนำไปสู่การแก้ไข ไม่แก้แค้นตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยระบุไว้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “คงจะไม่ใช่หรอกครับ เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลก็ต้องดูว่าตกลงนโยบายคืออะไร”
เมื่อถามว่าถ้าอย่างนั้นคนที่ลำบากที่สุดจะคือ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองทัพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไม่มีใครลำบาก หากทุกคนยึดความจริง เพราะนั่นจะเป็นตัวที่คุ้มครอง ปกป้องได้ดีที่สุด
กกต.แจงจำเป็นต้องรับรอง'ตู่'
นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เปิดเผยถึงกรณีกกต.มีมติเสียงข้างมาก ประกาศผลการเลือกตั้งให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่า กกต.จำเป็นต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้นายจตุพร เป็นส.ส.ตาม มาตรา 8 ของพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 92 ที่ระบุว่า กรณีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ที่กกต.สามารถไม่ประกาศได้
ทั้งนี้ กรณีของนายจตุพร มิได้ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม แต่กรณีนายจตุพรยังมีปัญหาว่า จะขาดความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เนื่องจากนายจตุพร ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.
"กกต.จะต้องประกาศผลการเลือกตั้ง แก่นายจตุพร ภายในกรอบเวลา 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เพราะเมื่อประชาชนลงประชามติ เห็นชอบให้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว กกต.ก็ต้องประกาศผลการเลือกตั้ง ให้แก่ นายจตุพร การไม่ประกาศผลเลือกตั้ง ให้นายจตุพร จะเป็นการทำให้กกต.ถูกฟ้องข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจทำให้กกต.ติดคุกได้" นายสมชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีก เพราะกกต.น่าจะส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นสมาชิกพรรค ของนายจตุพรได้ทันที นายสมชัย กล่าวว่า กกต.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันทีไม่ได้ เพราะต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบ ทำการสืบสวนสอบสวนและทำความเห็นเสนอเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมือง (นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.) ให้ความเห็นก่อน
ทั้งนี้ หากนายทะเบียนพรรคการเมือง เห็นว่า นายจตุพรขาดความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย กกต.จะต้องส่งเรื่องไปประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ของนายจตุพร
เขาบอกว่า กรณีนี้ เป็นเรื่องของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่จะตรวจสอบตามมาตรา 19 ของพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ระบุว่า หัวหน้าพรรคการเมือง จะต้องแจ้งจำนวนสมาชิกพรรค ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ และให้สำนักงานกกต.จัดให้มีทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง ของทุกพรรคการเมือง ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ทะเบียนดังกล่าว เป็นทะเบียนที่ถูกต้องและแท้จริงตามกฎหมาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า เป็นอย่างอื่น
"กกต.วินิจฉัยได้เพียงว่า นายจตุพร จะเป็นส.ส.ได้เมื่อใด ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว เห็นว่า กรณีนายจตุพร อาจจะขาดความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 15.00 น. ของวันเลือกตั้ง เนื่องจากนายจตุพรไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายพรรคการเมือง ระบุไว้ว่า การเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อนายจตุพร ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็จะทำให้ขาดความเป็นส.ส. ซึ่งเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยความเป็นสมาชิกพรรค นายจตุพรต่อไป" นายสมชัย กล่าว



