ข่าว

'มาร์ค'ลั่นคัมแบ็คหน.ต้องมีอิสระ

'มาร์ค'ลั่นคัมแบ็คหน.ต้องมีอิสระ

03 ส.ค. 2554

'มาร์ค' ยื่นเงื่อนไขต้องให้อิสระ หากอยากให้หวนนั่งหน.พรรค 'เทือก' ปรามลูกพรรค งดจ้อ ป่วนเลือกกก.บห. ลั่นทำฐานมวลชน สู้ 'แดง'

          มีรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า หลังจากมีกระแสข่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้รับการสนับสนุนจากส.ส.หลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มภาคกลาง กลุ่ม กทม. ในส่วน นายกรณ์ จาติกวณิช และ กลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือ ของ กลุ่มนายไพฑูรย์ แก้วทอง ให้ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค ทำให้กลุ่ม ส.ส.ภาคใต้บางส่วน มีการหารือกันว่า หากมีการเสนอชื่อนายเฉลิมชัย ขึ้นมา ทางกลุ่มก็อาจจะลงมติงดออกเสียงไม่ลงคะแนนให้นายเฉลิมชัย

          รายงานระบุว่า แม้นายเฉลิมชัย จะได้เสียงข้างมากจากที่ประชุมใหญ่ แต่คะแนนที่ออกมาจะได้เพียง 60% เท่านั้น ไม่ถึง 80 % ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ได้รับการสนับสนุนจากส.ส.ในพรรคทั้งหมด

          รายงานระบุด้วยว่า จนถึงขณะนี้ ที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคยังไม่นิ่ง เพราะทุกอย่างอยู่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรค ที่คาดว่า จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกรอบ โดยมีการระบุกับคนใกล้ชิดว่า ถ้าไม่ให้ความเป็นอิสระ ก็ต้องไปหาหัวหน้าพรรคใหม่ ซึ่งทำให้พรรคจำเป็นต้องรักษานายอภิสิทธิ์ไว้ เพราะไม่มีบุคคลใด ที่จะมีคุณสมบัติเหมาะสมดีกว่านายอภิสิทธิ์ และได้รับการยอมรับจากสังคม

          สำหรับความคืบหน้า ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคต่าง ๆ ในส่วนของภาคเหนือขณะนี้ เหลือตัวเลือกระหว่างนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก รองหัวหน้าพรรค ขณะที่ภาคอีสานจะเป็นนายอิสระ สมชัย หรือ คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช ภาคกลางเป็นนายอลงกรณ์ พลบุตร หรือนายสาธิต ปิตุเตชะ ส่วนภาคใต้ได้แก่ นายถาวร เสนเนียม นายวิรัช ร่มเย็น หรือนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

          ทั้งนี้ ในส่วนของรองหัวหน้าในโควต้ากลาง ซึ่งเป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของหัวหน้าพรรค ที่จะเลือก รวม 3 คน ในเวลานี้ มีรายชื่อของนายกรณ์ จาติกวณิช นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ซึ่งขึ้นอยู่กับนายอภิสิทธิ์ ว่า จะเลือกใคร

 

“สุเทพ” วอนส.ส.เหนือ-อีสาน งดจ้อสื่อฯ ป่วน เลือก กก.บห.

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2ส.ค.54 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดบรรดา ส.ส.กลุ่มภาคเหนือและอีสาน ร่วม 20 คนรับประทานอาหารเที่ยง ที่โรงแรมดิเอมเมอร์รัล

          ทั้งนี้ นายสุเทพ ได้กล่าวในวงรับประทานอาหารตอนหนึ่งว่า การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะถึงนี้ ขอให้เลือก นายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง เพราะมีความเหมาะสมที่สุด และขอให้ ส.ส.ทุกคน ร่วมกันเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคอย่างสร้างสรรค์ อย่าให้ข่าวต่อสื่อที่กระทบกระเทือนจนทำให้พรรคเกิดความเสียหาย ซึ่งไม่ว่าจะได้ใครมาเป็นกรรมการบริหารพรรคก็ตาม ก็ต้องทำงานอย่างทุ่มเทเต็มที่ เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าตั้งแต่วันนี้

          รายงานแจ้งว่า นายสุเทพ ได้ย้ำว่า จะไม่รับตำแหน่งภายในพรรค เพราะยังมีงานอื่นที่ต้องทำให้กับพรรค เนื่องจากภายในพรรคมีคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นจำนวนมาก

 

“จุติ-ชัยวุฒิ” ลุ้นชิงดำ ภาคเหนือ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการชิงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ในส่วนของภาคเหนือและอีสานนั้น ขณะนี้มีการพูดคุยกันลงตัวแล้ว โดยภาคเหนือจะส่ง นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก และนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ลงชิงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคของภาคเหนือ ซึ่งจะต้องอยู่ที่นายอภิสิทธิ์ ที่จะหารือกับทั้ง 2 คน เพื่อคัดเลือกกันต่อไป

 

ลั่น เตรียมทำมวลชน สู้ “แดง”

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื้อหาสาระ ที่นายสุเทพ กล่าวกับกลุ่มส.ส.เหนือและอีสาน เป็นไปในลักษณะเดียวกับที่ได้พูดกับกลุ่มส.ส.ภาคกลาง ที่ได้นัดเลี้ยงอาหารมื้อเย็นของวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยในวงสนทนาของ ส.ส.กลุ่มภาคกลางของพรรค นายสุเทพ เปิดใจว่า จะวางมือจากการบริหารงานพรรค เพื่อที่จะได้ทำงานสร้างมวลชน เพราะครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับพรรคการเมือง ไม่ใช่ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่เป็นการต่อสู้ของมวลชนบางกลุ่ม ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศ ที่ตกค้างแนวความคิดมาจากเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 จึงจำเป็นต้องมาทำงานมวลชน ทำความเข้าใจว่าประเทศไทยเหมาะสมที่สุดที่จะใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข

          นายสุเทพ ระบุว่า หากเขายังทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคอีก ก็จะไม่คล่องตัว และว่าที่เลขาธิการพรรค ก็คงจะทำงานสานต่อได้ดี เพราะหัวหน้าพรรคจะเป็นคนเสนอชื่อ เพื่อคัดเลือกมาเอง

          ส่วนความคืบหน้าของการจัดเตรียมโรงเรียนการเมือง ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายสุเทพ มีแนวคิดที่จะกำลังดำเนินการนั้น ขณะนี้ อยู่ในช่วงการกำหนดหลักสูตรการอบรม โดยเบื้องต้นจะสอนนักการเมืองโดยเฉพาะ ส.ส ภายในพรรคในรู้จักหลักเศรษฐศาสตร์ ทั้งมหภาคและจุลภาค เพื่อใช้ในการอภิปรายในสภาได้ โดยจะมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นผู้สอน

 

ปธ.สาขาพรรค ร้อยเอ็ด หนุน "คุณหญิงกัลยา" นั่งรองหัวหน้าภาคอีสาน

 

          นายไพบูลย์ เหลืองวิเศษ ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงความเคลื่อนไหวภายในกลุ่มประธานสาขาพรรค จ.ภาคอีสาน.ในการโหวตเลือกรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ในวันที่ 6 ส.ค.ว่า ทางกลุ่มประธานสาขาพรรคภาคอีสาน มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งหมด 15 คน จากประธานทั้งหมด 36 คน โดยขณะนี้ ทางกลุ่มได้มีการพูดคุยกันแล้วว่า ในวันที่ 6 ส.ค. ทางกลุ่มจะลงคะแนนเลือกคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ให้มาดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าภาคอีสานแทนนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน

          ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา นายไกรศักดิ์ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ และไม่ทำหน้าที่เท่าที่ควรจะเป็น ส่วนเหตุผลที่สนับสนุนคุณหญิงกัลยา ก็เนื่องมาจากเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนดี ซึ่งทางกลุ่มก็ได้มีการปรึกษากับคุณหญิงกัลยาแล้ว คุณหญิงก็มีความเต็มใจที่จะมารับตำแหน่งนี้

          ส่วนนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำส.ส.ภาคอีสาน ที่มีข่าวว่า จะมานั่งในตำแหน่งนี้เช่นกันนั้น นายไพบูลย์กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายอิสสระ ไม่เคยมาพูดคุยกับกลุ่มเขาแต่อย่างใด แต่อาจจะไปพูดคุยกับกลุ่มประธานสาขาพรรค จากภาคอื่น ๆ ก็เป็นได้

 

“วิรัช” เดินหน้าหาเสียงชิง รองหัวหน้าภาคใต้

 

          ด้านนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง รักษาการกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกาศตัวจะลงสมัครคัดเลือกรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ได้จัดทำเอกสารหาเสียง เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกพรรคและประธานสาขาพรรค ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่6ส.ค.นี้ ภายใต้สโลแกน “ความในใจ…จากใจ วิรัช ร่มเย็น”

          ทั้งนี้ มีข้อความระบุว่า “ขออาสารับใช้ชาวประชาธิปัตย์ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคใต้”  โดยส่วนหนึ่งของเนื้อหาในเอกสารดังกล่าว ระบุถึงประวัติการทำงานของนายวิรัช ซึ่งเป็นส.ส.มา 8 สมัย เป็นส่วนหนึ่งในทีมกฎหมาย เพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งปี 51 และ 53 จนได้รับชัยชนะ รวมถึงได้รับการมอบหมายจากอภิสิทธิ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ประสานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนรับผิดชอบในการตรวจทานเอกสาร และลงนามรับรองแทนหัวหน้าพรรค

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรัช ยังได้เสนอนโยบาย และยุทธศาสตร์ของพรรคที่ต้องปรับปรุง อาทิ การให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคอีสาน แนวทางการให้ข้อมูลกับส.ส. และประธานสาขาพรรคให้ทั่วถึง ไม่ให้จำกัดการรับรู้ แค่ในส่วนกรรมการบริหารเหมือนที่เป็นอยู่ รวมถึงการตั้งกองทุนคนรักประชาธิปัตย์ โดยมีกรรมการจากสมาชิกทั่วประเทศ ตลอดจนการคัดสรรผู้สมัครลงเลือกตั้ง การยืนยันที่จะไม่เสียเปรียบคู่ต่อสู้ในการเลือกตั้ง เมื่อมีการเจรจากับพรรคร่วม ในกรณีที่หากมีโอกาสเป็นรัฐบาลอีก

          นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะ ของสภาที่ปรึกษาพรรค โดยจะจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างสภาที่ปรึกษากับกรรมการบริหารพรรคอย่างน้อยปีละ 3 ครั้งด้วย